หุ้นไทยวันนี้ทรุด! น้ำมันพุ่งแตะ $106 รับศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน เช็ก 5 หุ้นเสี่ยงหลุดพอร์ตด่วน
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

หุ้นไทยวันนี้ทรุด! น้ำมันพุ่งแตะ $106 รับศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน เช็ก 5 หุ้นเสี่ยงหลุดพอร์ตด่วน

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-16

ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขยับขึ้นแรง นักลงทุนหุ้นไทยล้วนต้องหยุดคิดว่า "ตลาดจะวิ่งต่อ หรือจะร่วง?" และวันนี้ 16 มีนาคม 2569 ก็เป็นอีกวันที่คำถามนั้นกลับมาอีกครั้ง


เช้านี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude Oil) ปรับตัวขึ้นกว่า +1.5% ต่อเนื่องจากคืนวันศุกร์ที่บวกไปแล้ว +2.7% แรงหนุนหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)  เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาจถูกปิดกั้น


บทความนี้รวบรวมภาพรวมสถานการณ์หุ้นไทยวันนี้ให้ครบในที่เดียว ทั้งปัจจัยต่างประเทศ ปัจจัยในประเทศ แนวรับ-แนวต้าน SET Index และหุ้นที่โบรกแนะนำ เพื่อให้คุณมีข้อมูลเพียงพอก่อนตัดสินใจลงทุน


ทำความเข้าใจสัญญาณตลาด: น้ำมันดิบกับหุ้นไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

ก่อนจะดูตัวเลขวันนี้ เรามาทบทวนหลักการพื้นฐานกันก่อน

ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยในสองทิศทางพร้อมกัน

ด้านบวก: หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP และ PTT ได้รับผลดีโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เพราะรายได้และกำไรขยับตาม

ด้านลบ: ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดดันภาคธุรกิจที่ใช้พลังงานเป็นปัจจัยการผลิต เช่น การขนส่ง ปิโตรเคมี และการผลิต ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ (Inflation) ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติถอยออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงไทย

และเมื่อรวมกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงทดสอบระดับ 32.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กระแสเงินทุนไหลออก (Capital Outflow) ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น


สถานการณ์ตลาดโลกคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก Dow Jones Industrial Average (ดัชนีดาวโจนส์) ปิดตลาดคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาลบ 119 จุด หรือ -0.26% แรงกดดันหลักยังคงมาจากความกังวลเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันเดียวกันนั้น สหรัฐฯ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PCE (Personal Consumption Expenditures ดัชนีชี้วัดราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคใช้จ่าย) ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบปีต่อปี (Year-on-Year / YoY) ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.9% YoY — ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี เพราะเงินเฟ้อชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยสินค้าพลังงานราคาลดลง -0.8% YoY


อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 (4Q25) ขยายตัวเพียง 0.7% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (Quarter-on-Quarter / QoQ) ต่ำกว่า Consensus (ค่าคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์) ที่ตั้งไว้ที่ 1.4% QoQ อย่างชัดเจน


เมื่อเจาะรายละเอียดพบว่า การลงทุนภาครัฐหดตัวถึง -5.8% QoQ โดยเฉพาะรัฐบาลกลางที่ลบถึง -17% QoQ แต่การบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption) ยังขยายตัวได้ดีที่ระดับ 2% QoQ ซึ่งช่วยพยุงตัวเลขรวมไว้ได้ในระดับหนึ่ง


ตะวันออกกลาง: ประเด็นที่นักลงทุนจับตามากที่สุด

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางคือตัวแปรหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในสัปดาห์นี้

ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่าสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายต่ออิหร่านอย่างมากทั้งด้านกำลังทหารและเศรษฐกิจ และขอความร่วมมือจากประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้ช่วยกันรักษาเส้นทางดังกล่าวให้ปลอดภัย โดยสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุน


ขณะที่ฝั่งอิหร่านส่งสัญญาณว่าอาจผ่อนปรนให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ยกเว้นเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล


ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) คือเส้นทางน้ำแคบระหว่างคาบสมุทรอาระเบียและอิหร่าน เป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลก หากช่องแคบนี้ถูกปิดหรือเกิดความไม่สงบ ราคาน้ำมันทั่วโลกจะกระโดดขึ้นทันที

ดังนั้น ทุกความเคลื่อนไหวในช่องแคบนี้จึงส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงตลาดหุ้นทุกแห่งในโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย


ปัจจัยในประเทศ: ไทยมีน้ำมันใช้อีกนานแค่ไหน?

ท่ามกลางความกังวลจากต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาให้ข้อมูลสำคัญว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับใช้งานต่อเนื่องได้อีกถึง 96 วัน แม้จะเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลางก็ตาม


สถานการณ์ที่เห็นผู้คนแห่กันไปเติมน้ำมันที่ปั๊มจนดูเหมือนขาดแคลนนั้น รัฐมนตรีมองว่าเป็นเพียงพฤติกรรมการกักตุน (Hoarding Behavior) ไม่ใช่วิกฤตน้ำมันจริง ข้อมูลนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน และลดแรงกดดันต่อความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อในประเทศจะพุ่งสูง


แนวรับ-แนวต้าน SET Index วันนี้

โบรกเกอร์ประเมินว่า SET Index (ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,390 – 1,420 จุด ตลอดวันนี้


ปัจจัยที่กดดันตลาด ได้แก่

  • ราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลสงคราม

  • ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทดสอบระดับ 32.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (จากก่อนหน้า 32.37 บาท) เปิดช่องให้กระแสเงินทุนไหลออก

  • ส่วนตัวเลขที่พอให้หายใจได้คือ เงินเฟ้อสหรัฐฯ PCE ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และข้อมูลน้ำมันสำรองของไทยที่เพียงพอ ช่วยพยุงไม่ให้ความกังวลเพิ่มสูงจนเกินไป


กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: โบรกแนะอะไรวันนี้?

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังแนะนำให้ Wait & See หรือรอดูสถานการณ์ความชัดเจนของสงครามก่อน ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักการลงทุน

สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง โบรกเน้นหุ้นกลุ่ม Defensive (ป้องกันความเสี่ยง) ที่มักทนทานต่อความผันผวนได้ดีกว่าหุ้นวัฏจักร ได้แก่

  • กลุ่มโรงพยาบาล: BDMS, BCH

  • กลุ่มสื่อสาร: ADVANC

  • กลุ่มพลังงาน: PTTEP

  • กลุ่มศูนย์การค้า: CPN


หุ้นแนะนำวันนี้

หุ้นไทยวันนี้

KBANK  เป้าหมาย 210 บาท (คำแนะนำ: ซื้อ)

แม้ว่ากำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มปรับลดลงราว 2% จากการที่ NIM (Net Interest Margin ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ) ที่หดตัวลง แต่สิ่งที่ทำให้ KBANK ยังน่าสนใจคือนโยบายบริหารเงินกองทุนเชิงรุก ทั้งการจ่ายเงินปันผล (Dividend) ในระดับสูง และการต่ออายุโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว


CPN  เป้าหมาย 78 บาท (คำแนะนำ: ซื้อ)

กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 (4Q25) ออกมาดีกว่าที่คาดถึง 11% อยู่ที่ระดับ 4,885 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน CPNREITs (กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของ CPN) ที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน ขณะที่ธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้ายังเติบโตต่อเนื่องตามการเปิดสาขาใหม่


ปฏิทินสัปดาห์นี้: อะไรต้องจับตา?

คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องเตรียมใจไว้คือ การประชุม Fed (Federal Reserve — ธนาคารกลางสหรัฐฯ) ที่จะมีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดจะจับตาทิศทางนโยบายดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะว่า Fed จะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยหรือยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิม


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุ้นไทยวันนี้

1: ช่องแคบฮอร์มุซปิดจะกระทบหุ้นไทยอย่างไร?

หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด อุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงัก ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจในไทยสูงขึ้น เงินเฟ้อเพิ่ม และนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงหุ้นไทยด้วย


2: ทำไมค่าเงินบาทอ่อนค่าถึงกระทบตลาดหุ้นไทย?

เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่า นักลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้นไทยจะได้ผลตอบแทนในสกุลเงินตัวเองน้อยลง จึงมีแรงจูงใจขายหุ้นไทยและย้ายเงินไปยังสินทรัพย์อื่น ทำให้ตลาดถูกกดดัน


3: กลยุทธ์ Wait & See หมายความว่าอะไร และเหมาะกับใคร?

Wait & See คือการชะลอการตัดสินใจลงทุนเพื่อรอให้ปัจจัยความไม่แน่นอนคลี่คลายก่อน เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน และยังมีเงินสดพร้อมเข้าลงทุนเมื่อสัญญาณชัดเจนขึ้น


4: หุ้น Defensive คืออะไร และทำไมโบรกถึงแนะนำในช่วงนี้?

หุ้น Defensive คือหุ้นในธุรกิจที่ผู้คนยังคงใช้บริการแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว เช่น โรงพยาบาล สื่อสาร และสาธารณูปโภค หุ้นเหล่านี้มักมีกำไรสม่ำเสมอ ราคาจึงไม่ผันผวนมากเท่าหุ้นวัฏจักร ทำให้เหมาะกับช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง


สรุป: ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนที่จุดเปลี่ยน

วันนี้ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสองทาง ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าที่อาจดึงเงินต่างชาติออกจากตลาด

แต่ในวิกฤตทุกครั้ง ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ นักลงทุนที่เตรียมตัวดี รู้จักอ่านสัญญาณ และมีแผนรับมือความผันผวนล่วงหน้า คือผู้ที่จะผ่านช่วงเวลาเช่นนี้ได้อย่างมั่นคง

ไม่ว่าคุณจะเลือกกลยุทธ์ Wait & See หรือเลือกเข้าลงทุนในหุ้น Defensive สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ใช่ความกลัวหรือความโลภในช่วงเวลาสั้น ๆ


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
ราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นร่วงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน: จะกลับไปที่ $100 ได้หรือไม่?
ดัชนี Dow Jones ร่วง: อะไรเป็นแรงกดดันให้ตลาดปรับตัวลง?
น้ำมันโลกแตก! พุ่งพรวด 13% รับศึกตะวันออกกลาง คาดปั๊มไทยจ่อขยับด่วน!
ราคาน้ำมันพุ่งเหนือ $110 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022: เป็นไปได้หรือที่จะแตะ $150?
KOSPI ฟื้นตัวหลังร่วงหนัก: ปัจจัยที่หนุนการเด้งของวันนี้คืออะไร