น้ำมันดิบผันผวน! ทรัมป์กดดัน S&P 500 ท่ามกลางกระแส Oracle กำไรทุบสถิติ
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी O‘zbekcha Қазақша

น้ำมันดิบผันผวน! ทรัมป์กดดัน S&P 500 ท่ามกลางกระแส Oracle กำไรทุบสถิติ

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-11   
อัปเดตเมื่อ: 2026-03-11

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังติดตามพอร์ตการลงทุนในเช้าวันทำงานปกติ แล้วในเวลาแค่ 15 นาที ราคาสินทรัพย์ที่คุณถืออยู่ร่วงลงเกือบ 20% เพราะโพสต์เดียวบนโซเชียลมีเดีย แล้วดีดกลับขึ้นมาเพราะโพสต์นั้นถูกลบ นี่ไม่ใช่ฉากในหนัง แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดการเงินโลกเมื่อไม่นานมานี้


ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ลุกลามจนกระทบช่องแคบฮอร์มุซ ได้เปลี่ยนตลาดน้ำมันดิบให้กลายเป็นสนามทุ่นระเบิดสำหรับนักลงทุน ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) แกว่งตัวรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ดัชนี S&P 500 ไม่รู้จะเลือกทิศทางไหน และในโลกของเทคโนโลยี Oracle กลับโชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งราวกับอยู่คนละโลก


บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของสถานการณ์นี้ ตั้งแต่ต้นเหตุ ผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก ไปจนถึงสิ่งที่นักลงทุนควรเข้าใจก่อนตัดสินใจใดๆ


ทำความเข้าใจ: ฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญขนาดนี้

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) คือจุดคอขวดทางการเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอาระเบียและอิหร่าน ทำหน้าที่เป็นเส้นทางผ่านสำหรับน้ำมันที่ผลิตในอ่าวเปอร์เซียออกสู่ตลาดโลก


ตามปกติ ช่องแคบแห่งนี้รองรับการขนส่งน้ำมันมากถึง 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก ลองนึกดูว่าถ้าเส้นทางนี้ถูกปิดกั้นหรือมีความเสี่ยงสูง เรือบรรทุกน้ำมันจะกล้าแล่นผ่านหรือเปล่า คำตอบที่ตลาดกำลังเห็นอยู่ตอนนี้คือ ไม่กล้า


เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันหยุดเดินเรือผ่านช่องแคบ น้ำมันที่ผลิตได้ในซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ก็ถูกกักอยู่ในถังเก็บจนไม่มีที่ว่าง บังคับให้ประเทศเหล่านี้ต้องลดกำลังผลิตลงรวมกันถึง 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 6% ของกำลังผลิตน้ำมันทั้งโลก


ตัวเลขนี้ใหญ่พอที่จะทำให้ Amin Nasser ซีอีโอของ Saudi Aramco เรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น "วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดที่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคนี้เคยเผชิญ"


เหตุการณ์สำคัญ: โพสต์ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบดิ่ง 12%

ต้นตอของความสับสน

วันที่ตลาดจำไม่ลืมเริ่มจาก Chris Wright รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จแล้ว ตลาดอ่านข้อความนี้ว่า "ช่องแคบกำลังจะเปิดใช้งานได้อีกครั้ง" ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 20% ในทันที เพราะนักเทรดรีบปิดสถานะ (position) ที่เดิมพันว่าราคาน้ำมันจะขึ้นต่อ


แต่แล้ว 15 นาทีต่อมา โพสต์นั้นถูกลบออกโดยไม่มีคำอธิบาย Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาวออกมาแก้ไขว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่ได้ คุ้มกันเรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลย ณ เวลานั้น ราคาน้ำมันดีดตัวกลับบางส่วนทันที


Rebecca Babin นักเทรดพลังงานอาวุโสจาก CIBC Private Wealth Group อธิบายสถานการณ์นี้ได้ตรงที่สุดว่า ตลาดกำลังเทรดอยู่ใน "หมอกแห่งสงคราม" (Fog of War) ทุกคนต้องตอบสนองแบบเรียลไทม์โดยไม่มีเวลาคิด


ทรัมป์โพสต์สร้างความสับสนเพิ่ม

ไม่หยุดแค่นั้น ประธานาธิบดี Trump เองก็โพสต์หลายข้อความติดกันในช่วงบ่ายวันเดียวกัน โดยมีเนื้อหาที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเองในบางจุด ตั้งแต่บอกว่าสหรัฐฯ ไม่มีรายงานการวางทุ่นระเบิด ไปจนถึงประกาศว่าสหรัฐฯ โจมตีและทำลายเรือวางทุ่นระเบิด 10 ลำแล้ว ทั้งหมดนี้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง


สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทและวอชิงตันต่างหงุดหงิด นั่นคือ การสื่อสารของฝ่ายบริหารที่กระจัดกระจายและขาดความสอดคล้อง


ผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI และตลาดพลังงานโลก

ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงถึง 12% ในระหว่างวัน ซึ่งเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ช่วงหนึ่งราคาหลุดต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปิดวันที่ราว 86.73 ดอลลาร์ และดีดขึ้นอีกกว่า 6% ในเช้าวันถัดไป


ต้องทำความเข้าใจบริบทให้ชัดด้วยว่า ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมาแล้วเกือบ 40% ตั้งแต่ต้นปี เพราะความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ราคา Brent ในลอนดอนเคยแตะเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนหน้า ก่อนดึงลงมาราว 91 ดอลลาร์หลังทรัมป์พูดว่าสงครามอาจจบ "เร็วๆ นี้"


ความผันผวนระดับนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และส่งสัญญาณว่าตลาดพลังงานโลกยังไม่มีความแน่นอนเลย


สงครามอิหร่าน: วันที่ 11 กับสถานการณ์ที่ยังไม่มีทางออก

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่วันที่ 11 แล้ว Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศว่าเป็นวันที่โจมตีรุนแรงที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่โรงงานผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน


ขณะเดียวกัน อิหร่านก็โต้กลับด้วยโดรนและขีปนาวุธ โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของ UAE ที่เมือง Ruwais ต้องหยุดดำเนินการหลังโดรนโจมตี NATO เพิ่มระบบป้องกันทางอากาศในตุรกี และมีชาติพันธมิตรอย่างออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักรเข้ามาช่วยเสริมกำลัง

ตัวเลขความสูญเสียล่าสุดสะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ มีชาวอิหร่านเสียชีวิตกว่า 1,300 คน ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 7 นายและบาดเจ็บราว 150 นาย ส่วนในเลบานอนมีผู้เสียชีวิต 486 คนจากการปฏิบัติการของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

Steve Witkoff ทูตพิเศษของ Trump บอกตรงๆ กับ CNBC ว่า หลักฐานทั้งหมดชี้ว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการทางออกทางการทูตจริงๆ ซึ่งขัดแย้งกับที่ Trump พูดว่าสงครามจะจบ "เร็วๆ นี้"

ประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian เปิดทางเจรจาแบบมีเงื่อนไขว่าน่านฟ้าและดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านต้องไม่ถูกใช้เป็นฐานโจมตีอิหร่าน ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน


G-7 และ IEA เตรียมแผนน้ำมันสำรองฉุกเฉิน

กลุ่มประเทศ G-7 เริ่มขยับรับมือสถานการณ์แล้ว โดยมอบหมายให้ IEA (International Energy Agency) ศึกษาความเป็นไปได้ในการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาเพื่อลดแรงกดดันราคา

Fatih Birol ผู้อำนวยการ IEA ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลสมาชิก IEA ทั้ง 32 ประเทศมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันมากกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล รวมถึง SPR (Strategic Petroleum Reserve) หรือคลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีน้ำมันอีกกว่า 600 ล้านบาร์เรลในภาคเอกชนที่อยู่ภายใต้ข้อผูกมัดตามกฎหมาย


Trump เองพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วน โดยบอกว่าได้หารือเรื่องนี้กับ Putin แล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม


ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและดัชนีสำคัญ

S&P 500 กับวันที่ไม่รู้จะไปทางไหน

ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.2% หลังจากระหว่างวันเคยพยายามขึ้นเป็นบวกแล้วถูกดึงกลับ Nasdaq 100 และ Dow Jones แทบไม่ขยับ ในขณะที่ MSCI World กลับขึ้นได้ 0.4%


Sameer Samana จาก Wells Fargo Investment Institute แนะนำให้นักลงทุนพยายามมองข้ามข่าวระยะสั้น เพราะตราบใดที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ตลาดก็จะยังคงค้นหาจุดสมดุลต่อไปทุกวัน


ตลาดบอนด์ถูกกดดันสารพัดทาง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้น 5 basis points มาอยู่ที่ 4.15% จากแรงกดดันทั้งความกังวลสงคราม การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนจำนวนมหาศาล และผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลวงเงิน 58,000 ล้านดอลลาร์ที่อ่อนแอกว่าคาด


Bank of America ออกมาเตือนว่านักลงทุนที่เดิมพันว่า Fed จะตอบสนองด้วยนโยบายเข้มงวดอาจอ่านเกมผิด เพราะ energy shock ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยเสมอไป มันอาจทำให้เกิดช่วงที่ดอกเบี้ยคงที่ หรือแม้แต่ลดดอกเบี้ยแรงๆ ก็ได้


Oracle: แสงสว่างท่ามกลางความปั่นป่วน

ขณะที่ตลาดพลังงานและหุ้นทั่วไปยังวุ่นอยู่ Oracle Corp. กลับสร้างความประหลาดใจในเชิงบวกด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาก


รายได้จากธุรกิจ Cloud Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์) เพิ่มขึ้น 84% มาอยู่ที่ 4,900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ เร็วกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 79% รายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% มาอยู่ที่ 17,200 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นที่ 1.79 ดอลลาร์ก็สูงกว่าคาดที่ 1.70 ดอลลาร์


Oracle คาดว่ารายได้รวมจะแตะ 90,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณถัดไป สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 86,700 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ส่วน Remaining Performance Obligation (RPO) หรือมูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้ซึ่งเปรียบเหมือน backlog ของงานที่จองไว้แล้ว อยู่ที่ 553,000 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่มาจากสัญญา AI ขนาดใหญ่


หุ้น Oracle พุ่งขึ้นเกือบ 10% ในช่วง after hours มาแตะ 164.51 ดอลลาร์จากราคาปิดที่ 149.40 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมาก เพราะก่อนหน้านี้หุ้นเคยร่วงลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดเมื่อวอลล์สตรีทกังวลเรื่องต้นทุนและทิศทางธุรกิจ


Mike Sicilia ผู้ร่วมบริหารของ Oracle ตอบโต้ความกังวลว่า AI จะทำลายบริษัทซอฟต์แวร์ว่า Oracle จะไม่ใช่หนึ่งในผู้เล่นที่ถูก disrupt ซึ่งผลประกอบการรอบนี้ดูเหมือนจะช่วยยืนยันจุดยืนนั้น


TSMC: ยอดขายโตช้ากว่าคาด เพราะวิกฤตชิปหน่วยความจำ

TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรับจ้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายงานรายได้เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เติบโต 30% ซึ่งฟังดูดี แต่จริงๆ แล้วต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 33%


สาเหตุไม่ได้มาจาก AI demand ที่เย็นลง แต่มาจากความอ่อนแอของตลาดสมาร์ทโฟนและ PC เพราะการแข่งขันสร้าง AI infrastructure ทั่วโลกดูดกลืนกำลังผลิตชิปหน่วยความจำ (memory chip) ขั้นสูงไปจนหมด ส่งผลให้ memory ทั่วไปขาดแคลนและราคาพุ่ง IDC คาดว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะหดตัวถึง 13% จากวิกฤตนี้


ตลาดสินทรัพย์อื่นๆ ในภาพรวม

ในฝั่งค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อย ยูโรและปอนด์อ่อนค่าเล็กน้อย ส่วนเยนอ่อนค่ามาอยู่ที่ 158.04 เยนต่อดอลลาร์

Bitcoin ปรับขึ้น 1.8% มาอยู่ที่ 70,195 ดอลลาร์ และ Ether ขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 2,041 ดอลลาร์

ที่น่าสังเกตที่สุดคือ ทองคำ Spot ขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ 5,198 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสะท้อนบทบาทของทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven asset) ในช่วงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ชัดเจนมาก


สิ่งที่นักลงทุนควรจับตามองต่อไป

1. รายงาน CPI (Consumer Price Index หรือดัชนีราคาผู้บริโภค) รายงานนี้จะบอกว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงหรือยัง นักวิเคราะห์คาดว่า Core CPI จะขึ้นเพียง 0.2% แต่ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่านั้น David Morrison จาก Trade Nation เตือนว่าอาจเป็น "ระฆังมรณะ" สำหรับความหวังการลดดอกเบี้ยในปีนี้

2. การตัดสินใจของ G-7 และ IEA เรื่องน้ำมันสำรอง ถ้า IEA ตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองออกมา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดราคาน้ำมันดิบลง

3. ทุกข้อความจาก Trump และทีมงาน ในตลาดแบบนี้ การสื่อสารจากทำเนียบขาวมีผลทันทีต่อราคาสินทรัพย์ทุกประเภท

4. สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าการเดินเรือผ่านช่องแคบกลับมาได้ตามปกติ ราคาน้ำมันจะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้ายังตึงเครียดต่อ ทุกตลาดก็จะยังผันผวนต่อเนื่อง


บทสรุปสำหรับนักลงทุน: ความผันผวนคือโอกาส ถ้าคุณเตรียมพร้อม

สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดช่วงนี้ชี้ให้เห็นความจริงสำคัญข้อหนึ่ง นั่นคือ ตลาดการเงินโลกในยุคนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย "ข่าว" มากกว่า "ข้อมูลพื้นฐาน" โพสต์เดียวจากรัฐมนตรีที่โพสต์ผิดแล้วลบ ทำให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งเกือบ 20% ในเวลาไม่กี่นาที นี่คือระดับความผันผวนที่ต้องการการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย


ในขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ Oracle ก็เตือนเราว่าแม้ในภาวะที่ตลาดปั่นป่วน บริษัทที่แข็งแกร่งทางพื้นฐานและอยู่ในกระแสที่ถูกต้อง เช่น AI infrastructure ก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้


ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การ "ตามข่าว" ทุกวินาที แต่คือการ "เข้าใจบริบท" และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ถ้าคุณยังไม่มีแผนรับมือกับความผันผวนของตลาด นี่คือโอกาสดีที่จะเริ่มสร้างมันขึ้นมา


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1: ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบอย่างไร?

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านสำหรับน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก ถ้าการเดินเรือติดขัดหรือหยุดชะงัก อุปทานน้ำมันโลกจะลดลงทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง และกระทบต้นทุนพลังงานทั่วโลก รวมถึงเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย


2: ทำไมราคาน้ำมันดิบ WTI ถึงผันผวนแรงขนาดนี้?

เพราะตลาดพลังงานตอบสนองต่อข่าวและสัญญาณทางภูมิรัฐศาสตร์แบบเรียลไทม์ เมื่อการสื่อสารจากรัฐบาลสหรัฐฯ ขาดความชัดเจนและสอดคล้องกัน นักเทรดต้องตัดสินใจซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้ราคาแกว่งตัวรุนแรงเกินจริง


3: ผลประกอบการของ Oracle บอกอะไรเกี่ยวกับตลาด AI?

Oracle ชี้ให้เห็นว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งมาก รายได้ Cloud Infrastructure โตถึง 84% และ backlog สัญญา AI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นี่คือสัญญาณว่าการลงทุนใน AI ยังเป็นเมกะเทรนด์ที่บริษัทเทคฯ ทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไป ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจมหภาคจะเป็นอย่างไร


4: นักลงทุนรายย่อยควรรับมือกับความผันผวนแบบนี้อย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้โฟกัสที่พื้นฐานของสินทรัพย์ที่ถือ ไม่ตัดสินใจซื้อขายตามอารมณ์หรือข่าวระยะสั้น กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท และพิจารณาสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ในพอร์ตด้วย การมีที่ปรึกษาทางการเงินที่เชื่อถือได้จะช่วยให้การตัดสินใจมีวินัยมากขึ้น


สรุป

ตลาดการเงินโลกในช่วงนี้คือบทเรียนที่มีค่าสำหรับทุกคนที่สนใจการลงทุน ราคาน้ำมันดิบที่แกว่งตัวรุนแรง ดัชนี S&P 500 ที่หาจุดสมดุลไม่เจอ และสัญญาณที่สับสนจากทำเนียบขาว ล้วนเตือนเราว่าตลาดในยุคข้อมูลข่าวสารเคลื่อนตัวเร็วกว่าเหตุผลเสมอ


แต่ท่ามกลางความวุ่นวาย Oracle พิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและอยู่ในกระแสที่ถูกต้องยังสามารถสร้างมูลค่าได้ นี่คือเหตุผลที่การมองภาพรวม เข้าใจบริบท และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน สำคัญกว่าการไล่ตามข่าวทุกวินาที


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
การซื้อขายหุ้นในตลาดเดียวแบบรายวัน หรือการสแกนหุ้นหลายๆ ตลาดพร้อมกัน แบบไหนดีกว่ากัน?
หุ้นสหรัฐน่าสนใจ ตัวไหนน่าช้อนซื้อ? หลังสรุปตัวเลข GDP, PCE และ Core PCE (26 สิงหาคม 2569)
แนวโน้มราคาทองจะขึ้นอีกไหม ทองโลกจะแตะ 6,000 ดอลลาร์ได้ก่อนสิ้นปี 2569 จริงหรือเปล่า
ราคาน้ำมันดิบดีดตัวรับแรงกดดันจากการเจรจาสหรัฐฯ โอมาน อิหร่าน ยืดเยื้อ กระทบตลาด Forex อย่างไร
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้จะไปทางไหน เทรดเดอร์น้ำมันดิบ Brent ควรวางแผนอย่างไร