เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-28

หากคุณกำลังวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ มีข่าวดีมาฝากเลยค่ะ! ค่าเงินเยนวันนี้ กำลังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้คู่เงิน USD/JPY ดิ่งลง 1.04% มาอยู่ที่ระดับ 152.48 ซึ่งหมายความว่าอาจถึงเวลาที่การเที่ยวญี่ปุ่นจะคุ้มค่ากว่าที่เคย

หลังจากรายงานการประชุม BoJ ล่าสุดเผยให้เห็นว่า ยุคของ "เงินราคาถูก" กำลังจะสิ้นสุดลง ค่าเงินเยนแนวโน้มในอนาคตมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน
สมาชิก BoJ หลายท่านเตือนว่า การรอคอยที่จะขึ้นดอกเบี้ยนานเกินไปอาจสร้าง "ความเสี่ยงที่สายเกินแก้" โดยเฉพาะเมื่อ:
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบอย่างหนัก แม้จะขยับขึ้นสู่ระดับ 0.75% แล้วก็ตาม
เงินเยนอ่อนค่าเกินไป ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าและพลังงานพุ่งสูง
เงินเฟ้อทะลุเป้า 2% ประกอบกับค่าแรงเริ่มปรับตัวขึ้น
ผลที่ตามมาคือค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น
แม้ค่าเงินเยนวันนี้จะเริ่มแข็งค่าขึ้น แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวไทย หากเทียบกับช่วงก่อนที่ญี่ปุ่นใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ (ปี 2016-2024) ปัจจุบันการแลกเปลี่ยนเงินยังคุ้มค่า โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนเดินทางใน:
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)
ชมซากุระบานสะพรั่ง
อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยว
ราคาที่พักอาจสูงกว่าช่วงอื่น แต่ประสบการณ์คุ้มค่า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)
ชมใบไม้เปลี่ยนสี
อากาศสดชื่น ไม่ร้อนเกินไป
ราคาที่พักและตั๋วเครื่องบินสมเหตุสมผล
ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)
เล่นสกีในฮอกไกโดและนากาโน
ชมหิมะ ชิมอาหารร้อนๆ
แนะนำสำหรับใครที่ชอบบรรยากาศหนาว

แม้ค่าเงินเยนแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า 2-3 เดือน ก็ยังจับดีลได้อยู่ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงช่วง Golden Week (ต้นเดือนพฤษภาคม) และปีใหม่ที่ราคาพุ่งสูงสุด
สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นหลายเมือง การซื้อ JR Pass คือทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะครอบคลุมรถไฟความเร็วสูง (Shinkansen) และรถไฟท้องถิ่นเกือบทุกสาย
ญี่ปุ่นมีร้านอาหารราคาประหยัดมากมาย เช่น ราเมง ซูชิสายพาน และร้านข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon) ที่ราคาเริ่มต้นแค่ 500-800 เยน/มื้อ คุณภาพดีและอิ่มท้องแน่นอน
นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอคืนภาษี (Tax-free) สำหรับสินค้าที่ซื้อตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป ประหยัดได้ถึง 10% เลยทีเดียว
การที่ BoJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หมายความว่าราคาสินค้าในญี่ปุ่นอาจเริ่มเสถียรหรือเพิ่มขึ้นช้าลง อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายหลักๆ เช่น ที่พัก อาหาร และการเดินทาง ยังคงอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
ด้วยค่าเงินเยนวันนี้ที่เริ่มปรับตัว การวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าอาจเป็นจังหวะที่ดีที่สุด ก่อนที่เยนจะแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้ตามนโยบายของ BoJ
จากการวิเคราะห์ค่าเงินเยนแนวโน้มและนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น คำตอบคือ "ควร!" หากคุณมีแผนจะเที่ยวญี่ปุ่นอยู่แล้ว ช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะ:
ค่าเงินเยนยังอยู่ในระดับที่แลกเปลี่ยนคุ้มค่า
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่สวยงาม (ซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี)
มีโปรโมชั่นและดีลพิเศษจากสายการบินและโรงแรม
ก่อนที่เยนจะแข็งค่าขึ้นตามนโยบาย BoJ
ปัจจุบัน USD/JPY อยู่ที่ระดับ 152.48 หลังจากที่ BoJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย สำหรับบาทไทยควรเช็คอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันจากธนาคารหรือร้านแลกเปลี่ยนเงิน
ประมาณ 5-7 วัน หากวางแผนดีและเลือกที่พักราคาประหยัด รวมถึงใช้ JR Pass และกินอาหารท้องถิ่น
มกราคม-กุมภาพันธ์ (ยกเว้นช่วงปีใหม่) และมิถุนายน-สิงหาคม (ฤดูฝน) มักมีราคาต่ำกว่าช่วงอื่น
แนะนำ 30,000-50,000 เยนต่อสัปดาห์ เพื่อใช้จ่ายในร้านเล็กๆ ที่ไม่รับบัตร แต่ส่วนใหญ่ใช้บัตรเครดิตได้
คนไทยได้รับยกเว้นวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน หากไปนานกว่านั้นต้องยื่นขอวีซ่า
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ