เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-28

ราคาทองวันนี้พุ่งขึ้นแตะระดับใกล้ $5,160 ในช่วงเซสชั่นเอเชียเช้าวันพุธ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวล โดยคู่เงิน XAU/USD ได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงคุกรุ่น
ในขณะนี้สายตานักลงทุนทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ที่จะมีขึ้นในคืนนี้ เพื่อหาคำตอบว่าเทรนด์ราคาทองจะดำเนินต่อไปหรือมีการปรับฐาน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาแสดงความคิดเห็นว่ามูลค่าดอลลาร์ในปัจจุบันนั้น "ยอดเยี่ยม" แม้จะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา คำพูดดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรุดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022
เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคา ทอง gold spot จึงได้รับแรงหนุนให้พุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาดปกติ เนื่องจากทองคำที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น
กระแสความกลัวจากสงครามการค้ารอบใหม่ยังคงผลักดันให้นักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัย ตั้งแต่คำขู่เรื่องการควบคุมกรีนแลนด์ การตั้งกำแพงภาษีต่อยุโรป ไปจนถึงภาษี 100% ต่อแคนาดาหากมีข้อตกลงกับจีน สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น
นักลงทุนสามารถติดตามราคาทองเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มการเทรดต่างๆ เพื่อเฝ้าดูความผันผวนในทุกช่วงเวลา
ตลาดคาดการณ์กันว่า Federal Reserve จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ช่วง 3.50% - 3.75% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากปรับลดมาแล้ว 3 ครั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนรอคอยมากกว่าคือแถลงการณ์และคำพูดจากเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed
หากมีการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว (Hawkish) อาจเป็นปัจจัยหยุดการร่วงของดอลลาร์ และกดดันราคาทองโลกวันนี้ให้มีการปรับฐานในระยะสั้น ในทางกลับกัน หากมีสัญญาณอ่อนไหว (Dovish) จะเป็นแรงหนุนให้ทองคำพุ่งต่อ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูง ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือทองคำจะเพิ่มขึ้น ทำให้ทองคำมีแรงกดดัน แต่หากดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงหรือคงที่ในระดับต่ำ ทองคำจะมีความน่าสนใจมากขึ้น
ที่พักใจในยามวิกฤต
ทองคำไม่ใช่เพียงเครื่องประดับ แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ในยามที่ตลาดการเงินเต็มไปด้วยความผันผวน ทองคำคือ "ที่หลบภัย" ที่ดีที่สุด เนื่องจากไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง และไม่มีความเสี่ยงจากการล้มละลาย
เมื่ออำนาจซื้อของเงินตราลดลงตามกาลเวลา ทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษามูลค่าทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองคำในปริมาณมหาศาล
ในปี 2022 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำไปกว่า 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะประเทศจีน อินเดีย และตุรกี ที่เร่งสะสมทองคำเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับค่าเงินของตนเอง
การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีความสำคัญยิ่งในระบบการเงินโลก

โดยทั่วไป XAU/USD มักมีความสัมพันธ์แบบผกผัน (Inverse Correlation) กับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำจะแข็งค่า และในทางกลับกัน
เมื่อตลาดหุ้นคึกคัก นักลงทุนมักจะหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้ทองคำถูกลดบทบาท แต่เมื่อตลาดหุ้นเกิดความปั่นป่วน ทองคำจะกลายเป็นตัวเลือกหลักทันที
ราคาทองวันนี้ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การประชุม Federal Reserve ในคืนนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของราคา ทอง gold spotในระยะสั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจเทรดทองคำ การติดตามราคาทองโลกวันนี้อย่างใกล้ชิด ศึกษาปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค รวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
จำไว้ว่า ในโลกการเงิน ไม่มีสินทรัพย์ใดที่พุ่งขึ้นไปได้โดยไม่มีการพักตัว การลงทุนอย่างมีสติและรอบคอบคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาว
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ