Stop Loss คืออะไร?
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

Stop Loss คืออะไร?

ผู้เขียน: Deanne Sobrino

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-16

คำจำกัดความของ Stop Loss

Stop Loss คืออะไร?คำสั่ง Stop Loss เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนและผู้ค้าใช้ในการจัดการความเสี่ยงและปกป้องเงินทุนในตลาดการเงิน มันเป็นวิธีการซื้อหรือขายสินทรัพย์โดยอัตโนมัติเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า


การเข้าใจคำสั่งหยุดขาดทุน (stop loss order) เป็นสิ่งสำคัญในการลดการขาดทุนที่ไม่คาดคิดและป้องกันการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เป็นหลัก


คำสั่ง Stop Loss เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการซื้อขายหุ้น ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิทัล บทความนี้จะอธิบายความหมายของ Stop Loss ประเภทต่างๆ วิธีการทำงาน ประโยชน์ ข้อจำกัด และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อช่วยทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่มีประสบการณ์ในการซื้อขาย


Stop Loss 1


หลักการทำงานของ Stop Loss


คำสั่ง Stop Loss คือคำสั่งที่ส่งไปยังโบรกเกอร์เพื่อซื้อหรือขายหลักทรัพย์เมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย คำสั่งจะทำงานและปิดสถานะที่ราคาตลาดถัดไป จุดประสงค์หลักคือเพื่อป้องกันการขาดทุนเพิ่มเติมเกินกว่าระดับที่ผู้ซื้อขายไม่ยอมรับ


คำสั่ง Stop Loss ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าการซื้อขายจะเกิดขึ้นที่ราคาที่ระบุไว้แน่นอน ในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราคาซื้อขายจริงอาจแตกต่างจากราคา Stop Loss ซึ่งความแตกต่างนี้เรียกว่า Slippage แม้ว่าคำสั่ง Stop Loss จะเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ แต่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจว่าช่องว่างราคาและความผันผวนสามารถส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ได้อย่างไร


คำสั่ง Stop Loss เป็นเรื่องปกติในทุกตลาด ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อหุ้นที่ราคา 100 ดอลลาร์ และตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 90 ดอลลาร์ คำสั่ง Stop Loss จะทำงานโดยอัตโนมัติหากราคาหุ้นลดลงเหลือ 90 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุณจะออกจากตำแหน่งก่อนที่จะขาดทุนมากขึ้น


รูปแบบต่างๆ ของ Stop Loss

คำสั่ง Stop Loss มีหลายรูปแบบ รูปแบบพื้นฐานที่สุดคือ Stop Loss มาตรฐาน เทรดเดอร์อาจใช้คำสั่ง Trailing Stop Loss ซึ่งจะปรับเปลี่ยนแบบไดนามิกตามการเคลื่อนไหวของราคาที่เอื้ออำนวย Trailing Stop ให้ความยืดหยุ่นเพราะช่วยปกป้องกำไรในขณะเดียวกันก็ป้องกันการขาดทุนด้วย


ในการซื้อขายฟอเร็กซ์ คำสั่งหยุดขาดทุน (stop loss) มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจ หากไม่มีคำสั่งหยุดขาดทุน การเคลื่อนไหวที่ไม่เอื้ออำนวยเล็กน้อยอาจลุกลามกลายเป็นความสูญเสียอย่างมาก สำหรับตำแหน่งที่มีการใช้เลเวอเรจ ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก เพราะเลเวอเรจจะขยายทั้งกำไรและขาดทุน


สามารถตั้งคำสั่ง Stop Loss สำหรับสินทรัพย์ใดๆ ที่ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ได้ คำสั่งเหล่านี้จะมีผลจนกว่าจะถูกเรียกใช้หรือจนกว่าผู้ซื้อขายจะยกเลิก โบรกเกอร์บางรายอาจอนุญาตให้มีข้อจำกัดด้านเวลา เช่น คำสั่งรายวันที่หมดอายุเมื่อสิ้นสุดช่วงการซื้อขาย ในขณะที่บางรายอาจเสนอคำสั่งแบบมีผลจนกว่าจะถูกยกเลิก ซึ่งจะมีผลใช้ได้ตลอดไป


หลักการพื้นฐานของคำสั่ง Stop Loss

หนึ่งในหลักการพื้นฐานเบื้องหลังคำสั่ง Stop Loss คือการบริหารความเสี่ยง ทุกการซื้อขายควรมีแผน รวมถึงจำนวนเงินทุนที่จะเสี่ยงและจุดที่จะวางคำสั่งป้องกันความเสี่ยง เทรดเดอร์มักกำหนดระดับ Stop Loss โดยอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น ระดับแนวรับและแนวต้าน รูปแบบกราฟ หรือตัวชี้วัดความผันผวน


เทรดเดอร์ที่ไม่ได้ใช้คำสั่ง Stop Loss อาจพบว่าตัวเองถือสถานะขาดทุนนานกว่าที่วางแผนไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ โดยที่ความหวังมากกว่ากลยุทธ์เป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจ การใช้ Stop Loss จะช่วยส่งเสริมวินัยและช่วยรักษาแผนการเทรดให้คงอยู่


คำสั่ง Stop Loss ยังช่วยปกป้องกำไรได้อีกด้วย เมื่อการเทรดเริ่มได้กำไร เราสามารถปรับ Stop Loss แบบ Trailing Loss ขึ้นได้ เพื่อล็อคกำไรไว้ ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้การเทรดพัฒนาต่อไปได้อีก วิธีการที่เป็นระบบนี้ช่วยลดความจำเป็นในการตรวจสอบด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง


แม้ว่าคำสั่ง Stop Loss จะมีข้อดี แต่ก็มีข้อจำกัด ในตลาดที่มีความผันผวนสูง ราคาอาจแกว่งตัวอย่างกว้างขวาง ทำให้ Stop Loss ทำงานก่อนที่จะกลับตัวไปในทิศทางที่ได้เปรียบ ซึ่งเรียกว่าการถูกตัดขาดทุนก่อนเวลาอันควร เทรดเดอร์ควรระมัดระวังการตั้งระดับ Stop Loss ที่แคบเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การออกจากตำแหน่งการซื้อขายบ่อยครั้ง ซึ่งอาจฟื้นตัวได้หากไม่ตั้งระดับ Stop Loss ที่แคบเกินไป


สภาวะสภาพคล่องอาจส่งผลต่อการดำเนินการคำสั่งหยุดขาดทุนได้เช่นกัน ตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำอาจทำให้ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายกว้างขึ้น ในกรณีเช่นนี้ ราคาดำเนินการอาจแตกต่างจากราคาหยุดขาดทุนอย่างมาก การทำความเข้าใจสภาวะตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้คำสั่งหยุดขาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ


Stop Loss 2

ความแตกต่างระหว่างคำสั่ง Stop Loss และคำสั่ง Limit

คำสั่ง Stop Loss แตกต่างจากคำสั่ง Limit Order ซึ่งออกแบบมาเพื่อดำเนินการซื้อขายที่ราคาที่กำหนดไว้หรือดีกว่านั้น คำสั่ง Stop Loss จะกลายเป็นคำสั่ง Market Order เมื่อถูกเรียกใช้งาน และจะดำเนินการซื้อขายที่ราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่าการดำเนินการโดยทั่วไปจะรวดเร็ว แต่ไม่รับประกันว่าจะได้ราคา Stop Loss ที่แน่นอน


เทรดเดอร์ต้องตระหนักถึงวิธีการที่โบรกเกอร์ใช้คำสั่ง Stop Loss ด้วย โบรกเกอร์บางรายอาจเสนอคำสั่ง Stop Loss ที่รับประกันราคาโดยคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม คำสั่งเหล่านี้รับประกันการดำเนินการที่ราคา Stop Price ที่แน่นอน แม้ว่าตลาดจะเกิด Gap ก็ตาม คุณสมบัติดังกล่าวอาจมีประโยชน์ในสภาวะตลาดที่ผันผวน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน


การบริหารความเสี่ยงนั้นไม่ใช่แค่การตั้งจุดตัดขาดทุนเท่านั้น นักลงทุนควรประเมินขนาดของตำแหน่งการลงทุน อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน และการกระจายความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอ จุดตัดขาดทุนควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งคำนึงถึงเป้าหมายของนักลงทุน ระยะเวลาการลงทุน และสภาวะตลาดด้วย


กฎทั่วไป


นักลงทุนมือใหม่บางครั้งตั้งคำสั่งหยุดขาดทุนโดยอิงจากเปอร์เซ็นต์ที่ไม่แน่นอน กฎทั่วไปคือควรเสี่ยงเพียงเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยของเงินทุนในแต่ละการเทรด แม้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การกำหนดระดับหยุดขาดทุนโดยพิจารณาจากโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมราคาจะดีกว่าการใช้เปอร์เซ็นต์คงที่เพียงอย่างเดียว


เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้กราฟและการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อหาจุดตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น การตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญเล็กน้อย จะช่วยปกป้องราคาในขณะที่ยังคงให้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวตามความผันผวนของตลาดได้


คำสั่ง Stop Loss สามารถใช้ได้เมื่อทำการขายชอร์ต ในการขายชอร์ต เทรดเดอร์จะยืมสินทรัพย์และขายออกไป โดยหวังว่าจะซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่า คำสั่ง Stop Loss ในบริบทนี้จะถูกวางไว้เหนือราคาเข้าซื้อ เพื่อจำกัดการขาดทุนหากราคาเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง


ประโยชน์ทางจิตวิทยาของการใช้คำสั่ง Stop Loss

การใช้คำสั่ง Stop Loss มีประโยชน์ทางด้านจิตวิทยา การรู้ว่ามีกลไกควบคุมความเสี่ยงอยู่จะช่วยลดความวิตกกังวลระหว่างการซื้อขาย เทรดเดอร์สามารถมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์และกลยุทธ์โดยไม่ต้องกังวลกับการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างฉับพลัน


นอกจากนักลงทุนรายบุคคลแล้ว ผู้เข้าร่วมในระดับสถาบันก็ใช้คำสั่งหยุดขาดทุนเช่นกัน ผู้จัดการกองทุน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเองได้รวมคำสั่งหยุดขาดทุนไว้ในระบบการซื้อขายอัตโนมัติ ระบบเหล่านี้จะดำเนินการคำสั่งซื้อขายตามกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์


แม้ว่าคำสั่ง Stop Loss จะมีความสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่เครื่องมือควบคุมความเสี่ยงเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ เทรดเดอร์อาจใช้คำสั่ง Take Profit ซึ่งจะปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อถึงกำไรเป้าหมาย การผสมผสานคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ช่วยกำหนดพารามิเตอร์ความเสี่ยงและผลตอบแทนของการซื้อขายก่อนที่จะดำเนินการ


Stop Loss 3

กฎและเงื่อนไขของตลาด

คำสั่ง Stop Loss ก็อยู่ภายใต้กฎและเงื่อนไขของตลาดเช่นกัน บางตลาดอาจมีข้อจำกัดด้านราคาหรือกลไก Circuit Breaker ที่หยุดการซื้อขายชั่วคราวในช่วงที่มีความผันผวนสูง เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้ เนื่องจากมีผลต่อการดำเนินการคำสั่งซื้อขาย


การเรียนรู้วิธีตั้งระดับ Stop Loss นั้นต้องอาศัยการฝึกฝน เทรดเดอร์มักทดสอบกลยุทธ์กับข้อมูลในอดีตเพื่อหาตำแหน่ง Stop Loss ที่ได้ผล การทดลองเทรดในแบบจำลอง หรือสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถทดลองใช้คำสั่ง Stop Loss โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนจริง


กลยุทธ์การตั้งจุดตัดขาดทุนที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องพิจารณาทั้งระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้และพฤติกรรมราคาของสินทรัพย์ สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอาจต้องใช้จุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดขาดทุนจากความผันผวนของราคาตามปกติ ในขณะที่สินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำอาจอนุญาตให้ใช้จุดตัดขาดทุนที่แคบกว่าได้


การสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาส

เทคโนโลยีทำให้การตั้งและปรับคำสั่ง Stop Loss ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มการซื้อขายส่วนใหญ่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถตั้งระดับ Stop Loss ได้ในขณะที่เข้าทำการซื้อขาย บางแพลตฟอร์มยังมีเครื่องมือและระบบแจ้งเตือนเพื่อช่วยในการจัดการคำสั่งซื้อขายอีกด้วย


การใช้คำสั่ง Stop Loss สอดคล้องกับแนวทางการเทรดที่มีวินัย แทนที่จะตอบสนองต่อความผันผวนของราคาด้วยอารมณ์ เทรดเดอร์จะอาศัยพารามิเตอร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แนวทางที่มีวินัยนี้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในระยะยาวและช่วยจัดการการขาดทุนได้


แม้ว่าคำสั่ง Stop Loss จะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นสิ่งรับประกันความปลอดภัยเสมอไป ข่าวสารที่ไม่คาดคิด เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือความปั่นป่วนในตลาด อาจทำให้ราคาพุ่งขึ้นเกินระดับ Stop Loss ได้ นักลงทุนควรระมัดระวังอยู่เสมอ และใช้คำสั่ง Stop Loss เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุม


เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเรียนรู้ที่จะสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาส คำสั่งหยุดขาดทุนช่วยกำหนดด้านความเสี่ยงของสมการ การผสมผสานคำสั่งหยุดขาดทุนกับการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เทรดเดอร์สร้างแนวทางการเทรดที่เป็นระบบ ซึ่งสนับสนุนการตัดสินใจที่สม่ำเสมอ


เคล็ดลับสำหรับมืออาชีพ

เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งจุดหยุดขาดทุนโดยอิงจากระดับทางเทคนิคมากกว่าอารมณ์หรือการคาดเดา ใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แนวรับและแนวต้าน และมาตรวัดความผันผวน เพื่อหาจุดหยุดขาดทุนที่สมเหตุสมผล หลีกเลี่ยงการตั้งจุดหยุดขาดทุนใกล้กับราคาปัจจุบันมากเกินไป


ควรคำนึงถึงสภาวะตลาดโดยรวม การประกาศทางเศรษฐกิจ รายงานผลประกอบการ และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้เกิดความผันผวน ปรับระดับ Stop Loss หรือลดขนาดการลงทุนก่อนเหตุการณ์สำคัญเพื่อปกป้องเงินทุน


ใช้คำสั่ง Stop Loss เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเทรดที่สมบูรณ์ กำหนดจุดเข้า จุด Stop Loss และจุด Take Profit ก่อนเข้าทำการซื้อขาย วิธีนี้จะช่วยลดความไม่แน่นอนและช่วยให้คุณปฏิบัติตามกลยุทธ์ได้อย่างมีวินัย


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

  • คำสั่ง ทำกำไร (Take Profit): คำสั่งทำกำไรจะปิดการซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อถึงระดับกำไรที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถล็อกกำไรได้โดยไม่ต้องเฝ้าติดตามตลาดอย่างต่อเนื่อง สร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนควบคู่ไปกับคำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Loss)

  • อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: นี่คือการวัดว่าเทรดเดอร์ยินดีที่จะเสี่ยงมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับผลกำไรที่อาจได้รับจากการเทรด ตัวอย่างเช่น การเสี่ยง 100 ดอลลาร์เพื่อทำกำไร 300 ดอลลาร์ จะได้อัตราส่วน 1:3 ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินได้ว่าการเทรดนั้นคุ้มค่าหรือไม่ก่อนที่จะตั้งจุดตัดขาดทุน

  • Trailing Stop: Trailing Stop คือคำสั่งหยุดขาดทุนแบบไดนามิกที่จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ซื้อขายเมื่อราคาสูงขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ผู้ซื้อขายสามารถทำกำไรได้ต่อไป ในขณะเดียวกันก็ป้องกันการกลับตัวของตลาดอย่างฉับพลันโดยไม่ต้องปรับระดับหยุดขาดทุนด้วยตนเอง

  • แนวรับและแนวต้าน: ระดับราคาเหล่านี้เป็นระดับที่ตลาดมักจะหยุดนิ่งหรือกลับตัวตามประวัติศาสตร์ เทรดเดอร์มักตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าแนวรับหรือสูงกว่าแนวต้านเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดขาดทุนจากความผันผวนของตลาดตามปกติ

  • การกำหนดขนาดตำแหน่ง: การกำหนดขนาดตำแหน่งจะพิจารณาว่าควรทำการซื้อขายขนาดใหญ่แค่ไหน โดยคำนึงถึงขนาดบัญชีและความสามารถในการรับความเสี่ยง การกำหนดขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้แม้ว่าคำสั่งหยุดขาดทุนจะทำงาน การขาดทุนก็ยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบัญชีซื้อขาย

คำถามที่พบบ่อย(FAQ)

1. Stop Loss คืออะไร?
คำสั่ง Stop Loss คือคำสั่งที่วางไว้กับโบรกเกอร์เพื่อขายหรือซื้อหลักทรัพย์เมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ จุดประสงค์คือเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นโดยการปิดสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย


2. คำสั่ง Stop Loss ทำงานอย่างไร?
คำสั่ง Stop Loss จะกลายเป็นคำสั่ง Market Order เมื่อราคา Stop Price ที่ตั้งไว้ถึงระดับที่กำหนด โดยจะดำเนินการที่ราคาถัดไปที่พร้อมจำหน่ายเพื่อปิดสถานะและจำกัดการขาดทุนเพิ่มเติม


3. คำสั่ง Stop Loss สามารถรับประกันการซื้อขายที่ราคาที่ผมตั้งไว้ได้หรือไม่?
ไม่ การสั่งซื้อแบบ Stop Loss ทั่วไปไม่ได้รับประกันว่าจะมีการดำเนินการซื้อขายที่ราคา Stop Price เสมอไป ในตลาดที่มีความผันผวนสูง อาจเกิดการคลาดเคลื่อนของราคา (Price Slippage) ซึ่งหมายความว่าการซื้อขายจะเกิดขึ้นที่ราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่


4. Stop Loss กับ Trailing Stop Loss ต่างกันอย่างไร?
คำสั่ง Stop Loss แบบตายตัวจะทำงานเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ ในขณะที่ Trailing Stop Loss จะปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณต้องการ ช่วยปกป้องกำไรในขณะเดียวกันก็จำกัดความเสี่ยงขาลงด้วย


5. ผู้เริ่มต้นควรใช้คำสั่ง Stop Loss หรือไม่?
ใช่แล้ว คำสั่ง Stop Loss ช่วยบริหารความเสี่ยงและป้องกันการขาดทุนจำนวนมาก มันช่วยส่งเสริมวินัยและลดผลกระทบทางอารมณ์จากการตัดสินใจซื้อขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนมือใหม่


สรุป

Stop Loss คืออะไร?คำสั่ง Stop Loss เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับทุกคนที่ทำการซื้อขายในตลาดการเงิน คำสั่งนี้ช่วยปกป้องเงินทุนโดยการปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าคำสั่ง Stop Loss จะไม่รับประกันการซื้อขายที่ราคาใดราคาหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นวิธีการที่เป็นระบบในการจำกัดการขาดทุนและลดการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์


การเข้าใจประเภทของคำสั่ง Stop Loss ประโยชน์ และข้อจำกัดของคำสั่งเหล่านั้น จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์ การนำคำสั่ง Stop Loss มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โดยรวมนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและมุ่งสู่ความสำเร็จในระยะยาว


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ