รู้จักดัชนีหุ้นทั่วโลก: เริ่มต้นลงทุนอย่างมืออาชีพกับ EBC Financial Group
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

รู้จักดัชนีหุ้นทั่วโลก: เริ่มต้นลงทุนอย่างมืออาชีพกับ EBC Financial Group

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-09

การลงทุนในตลาดหุ้นสมัยนี้ไม่จำกัดอยู่แค่ประเทศไทยอีกต่อไป ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก (Global Stock Market Indices) คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของตลาดหุ้นในแต่ละภูมิภาค ติดตามความเคลื่อนไหวของบริษัทชั้นนำระดับโลก และกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ในบทความนี้ EBC Financial Group จะพาคุณทำความรู้จักกับดัชนีหุ้นสากลที่สำคัญจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป เอเชีย หรือตลาดเกิดใหม่ พร้อมข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี เพื่อให้คุณเข้าใจและเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจ


ทำไมต้องเข้าใจดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก?

ก่อนจะไปดูแต่ละดัชนี เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า "ดัชนีหุ้น" คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ

ดัชนีหุ้นคือตัวเลขที่สะท้อนภาพรวมของกลุ่มหุ้นในตลาดหนึ่งๆ เปรียบเสมือน "เทอร์โมมิเตอร์" ที่วัดอุณหภูมิของตลาด ช่วยให้นักลงทุนรู้ว่าตลาดนั้นกำลังร้อนแรงหรือเย็นชา โดยไม่ต้องติดตามหุ้นแต่ละตัวทีละตัว

การติดตามดัชนีหุ้นสากลจะช่วยให้คุณ:

  • เข้าใจทิศทางเศรษฐกิจโลกและแต่ละภูมิภาค

  • เปรียบเทียบโอกาสการลงทุนในตลาดต่างๆ

  • กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนข้ามประเทศ

  • ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ



Investing Money into Stock Market Jan 7 2026.jpeg

ดัชนีหุ้นอเมริกา: หัวใจของตลาดโลก

S&P 500: มาตรฐานทองคำของการลงทุน

S&P 500 เป็นดัชนีที่รวมหุ้น 500 บริษัทใหญ่ที่สุดในอเมริกา ครอบคลุมประมาณ 80% ของมูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นชั้นนำที่มีน้ำหนักมากที่สุดได้แก่ NVIDIA, Microsoft และ Apple

หุ้นกลุ่มหลัก: เทคโนโลยี

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +17%


Nasdaq: สวรรค์ของหุ้นเทคโนโลยี

Nasdaq คือดัชนีที่รวมหุ้นกว่า 3,500 ตัวที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ โดยเน้นหนักไปที่หุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้เป็นที่นิยมของนักลงทุนที่ชื่นชอบหุ้นกลุ่มนี้

หุ้นกลุ่มหลัก: เทคโนโลยี

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +27%


Dow Jones Industrial Average (DJIA): ดัชนีเก่าแก่ที่ยังคงเป็นตำนาน

Dow Jones รวมหุ้น 30 บริษัทชั้นนำของอเมริกา โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม หุ้นที่มีน้ำหนักมากสุดคือ Goldman Sachs, Microsoft และ Caterpillar

หุ้นกลุ่มหลัก: การเงิน, เทคโนโลยี, อุตสาหกรรม

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +11%


ดัชนีหุ้นยุโรป: ความหลากหลายในทวีปเก่า

EU Flags Waving Brussels Dec 2025.jpeg


EURO STOXX 50: ตัวแทนยุโรปชั้นนำ

EURO STOXX 50 รวมหุ้นยุโรปใหญ่สุด 50 ตัวที่มีสภาพคล่องสูง โดยมี ASML, LVMH และ TotalEnergies เป็นหุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุด

หุ้นกลุ่มหลัก: เทคโนโลยี, สินค้าและบริการทั่วไป

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +11%


STOXX Europe 600: มุมมองที่กว้างขึ้น

ต่างจาก EURO STOXX 50 ที่มีแค่ 50 บริษัท STOXX Europe 600 รวมหุ้นทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ 600 ตัว ครอบคลุมตลาดยุโรปได้หลากหลายมากขึ้น

หุ้นกลุ่มหลัก: เฮลธ์แคร์, อุตสาหกรรม

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +7%


DAX: พลังเศรษฐกิจเยอรมัน

DAX รวมหุ้น 40 บริษัทใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป นำโดย SAP, Siemens และ Allianz

  • หุ้นกลุ่มหลัก: อุตสาหกรรม, เทคโนโลยี, ประกัน

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +26%


Colleagues Applauding Financial Achievement Apr 22 2025 (1).jpeg


ดัชนีหุ้นเอเชีย: โอกาสในตลาดที่กำลังเติบโต

Hang Seng: ประตูสู่ตลาดจีน

Hang Seng เป็นดัชนีหุ้นฮ่องกงที่รวมบริษัทจีนชั้นนำอย่าง Tencent, HSBC และ Alibaba ผลตอบแทนปีที่แล้วสูงถึง +52% สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน

  • หุ้นกลุ่มหลัก: การเงิน, สินค้าฟุ่มเฟือย, เทคโนโลยี

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +52%


Nikkei 225: ตลาดญี่ปุ่นที่น่าจับตา

Nikkei 225 รวมหุ้น 225 บริษัทจากหลายอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น โดยมี Fast Retailing, SoftBank และ Advantest เป็นหุ้นใหญ่สุด

  • หุ้นกลุ่มหลัก: เทคโนโลยี, สินค้าอุปโภคบริโภค

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +25%


TAIEX: ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิปโลก

TAIEX คือดัชนีของไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ของโลก นำโดย TSMC, Foxconn และ MediaTek

  • หุ้นกลุ่มหลัก: เซมิคอนดักเตอร์

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +19%


Nifty 50: ตัวแทนอินเดีย

Nifty 50 รวมหุ้นอินเดียใหญ่สุด 50 ตัว นำโดย HDFC Bank, ICICI Bank และ Reliance Industries แม้ผลตอบแทนปีที่แล้วจะติดลบเล็กน้อยที่ -0.4% แต่ยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตาในระยะยาว

  • หุ้นกลุ่มหลัก: การเงิน, เทคโนโลยี

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: -0.4%


ดัชนีหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: โอกาสในบ้านเรา

SET ดัชนีบ้านเรา

SET หรือดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมหุ้น REIT และหลักทรัพย์อื่นๆ ที่จดทะเบียนใน SET หุ้นใหญ่สุดคือ DELTA, PTT และ ADVANC

  • หุ้นกลุ่มหลัก: การเงิน, ทรัพยากร, บริการ

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: -10%


VNINDEX ดาวรุ่งแห่งเวียดนาม

VNINDEX คือดัชนีตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ผลตอบแทน +35% สะท้อนความน่าสนใจของตลาดเวียดนาม นำโดย Vietcom Bank, Vingroup และ Vinhomes

  • หุ้นกลุ่มหลัก: การเงิน, อสังหาริมทรัพย์

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +35%


Straits Times Index (STI) ศูนย์กลางการเงินอาเซียน

STI คือดัชนีสิงคโปร์ที่รวมหุ้นธนาคารชั้นนำอย่าง DBS Group, OCBC และ UOB ผลตอบแทน +20% สะท้อนความมั่นคงของตลาดการเงินสิงคโปร์

  • หุ้นกลุ่มหลัก: ธนาคาร, อสังหาริมทรัพย์

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +20%


มุมมองภาพรวมของดัชนีหุ้นโลก

MSCI World คือดัชนีที่รวมหุ้นขนาดใหญ่และกลางที่มีสภาพคล่องสูงจาก 23 ประเทศทั่วโลก เป็นตัวชี้วัดภาพรวมตลาดหุ้นโลกที่นักลงทุนมืออาชีพใช้กันอย่างแพร่หลาย

  • หุ้นกลุ่มหลัก: เทคโนโลยี, การเงิน

  • หุ้นใหญ่สุด: Nvidia, Microsoft, Apple

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +14%

การติดตามดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกจะช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ



Expert Insights: เคล็ดลับการติดตามดัชนีหุ้นสากล

จากข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่เราได้รวบรวมมา มีประเด็นน่าสนใจหลายจุด:

ตลาดที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น:

  • ดัชนีจีน (Hang Seng +52%, CSI 300 +44%) กลับมาแข็งแกร่งหลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

  • ดัชนีเกาหลีใต้ (KOSPI +34%) ได้ประโยชน์จากความต้องการชิปและเทคโนโลยี

  • ดัชนี Nasdaq (+27%) ยังคงเป็นผู้นำด้วยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี

ตลาดที่น่าติดตาม:

  • ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและสิงคโปร์ มีศักยภาพสูง

  • ตลาดยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี (DAX +26%) กำลังฟื้นตัว

การกระจายความเสี่ยง: การลงทุนในดัชนีหุ้นสากลหลายๆ ตลาดจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป


สรุป: ก้าวแรกสู่การลงทุนระดับโลก

การทำความรู้จักกับดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกคือการเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าคุณจะสนใจตลาดเทคโนโลยีในอเมริกา การเติบโตของเอเชีย หรือความมั่นคงของยุโรป การกระจายการลงทุนในหลายตลาดจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
รู้จัก 6 ดัชนีหุ้นหลักระดับโลก เจาะลึกรายตัวโดดเด่นอะไรบ้าง
มือใหม่ ลงทุนอะไรดี? คู่มือเริ่มเทรดฉบับปี 2568 สร้างพอร์ตปังงบน้อยก็เริ่มได้กับ EBC
VGT ETF คืออะไร ลงทุนวันนี้คุ้มค่าหรือไม่?
วิธีเริ่มเทรดฉบับมือใหม่ สู่เส้นทางนักลงทุน
MT4 คืออะไร ฟังก์ชันอะไรเด่น ต่างกับ MT5 ยังไง?