เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-04
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-06
ไบนารีเทรดดิ้ง (Binary Trading) คือการซื้อขายไบนารีออปชัน (Binary Option) ซึ่งเป็นสัญญาที่จ่ายผลตอบแทนคงที่ให้หากคำถามแบบใช่/ไม่ใช่เกี่ยวกับตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นจริง ณ เวลาที่กำหนด และไม่จ่ายอะไรเลยหากคำตอบผิด
ชื่อนี้มาจากผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เพียง 2 แบบ โดยไม่มีผลลัพธ์กึ่งกลาง เทรดเดอร์จะได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ หรือไม่ก็เสียเงินลงทุนทั้งหมด
ไบนารีออปชันมีผลลัพธ์เพียง 2 แบบ คือได้รับผลตอบแทนคงที่ หรือสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด
ไบนารีออปชัน 4 ประเภทหลักที่พบทั่วไป ได้แก่ High/Low, One Touch, No Touch และ Boundary
ขนาดของการเคลื่อนไหวราคาไม่มีผลต่อผลตอบแทน มีเพียงทิศทางและจังหวะเวลาเท่านั้นที่มีความสำคัญ
ที่อัตราผลตอบแทนทั่วไป 80% เทรดเดอร์ต้องชนะการเทรดราว 55.6% จึงจะคุ้มทุน
การขายให้นักลงทุนรายย่อยถูกห้ามในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ส่วนในสหรัฐฯ การเทรดจำกัดเฉพาะบนตลาดที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น

ไบนารีเทรดดิ้งเป็นคำเรียกย่อของการเทรดไบนารีออปชัน ทั้งสองคำนี้หมายถึงกิจกรรมเดียวกัน
สัญญาไบนารีออปชันทุกฉบับประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้
สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying) คือตลาดที่เป็นหัวข้อของคำถาม เช่น EUR/USD ทองคำ หรือดัชนีหุ้น โดยเทรดเดอร์จะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นเลย
ราคาใช้สิทธิ (Strike Price) คือระดับราคาที่ใช้เปรียบเทียบกับราคาตลาด
วันหมดอายุ (Expiry) คือช่วงเวลาที่คำถามจะได้รับคำตอบ ซึ่งอาจสั้นเพียง 30 วินาที หรือยาวนานหลายวัน
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะของไบนารีออปชัน สมมติว่า EUR/USD เทรดอยู่ที่ 1.0850 และเทรดเดอร์ซื้อไบนารีออปชันที่ตั้งคำถามว่าราคาจะสูงกว่า 1.0900 หรือไม่ ณ เวลา 15.00 น. เมื่อถึงเวลาหมดอายุราคาอยู่ที่ 1.0925 คำตอบจึงเป็นใช่ และเทรดเดอร์ได้รับผลตอบแทนคงที่ตามที่กำหนด แต่หากราคาปิดที่ 1.0899 เทรดเดอร์จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด
ระยะห่างจากราคาใช้สิทธิไม่มีผลใด ๆ ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนผ่านราคาใช้สิทธิไปเพียง 1 จุด หรือ 200 จุด ก็ได้รับผลตอบแทนเท่ากัน
ประเภท |
คำถามที่ใช้ตัดสิน |
เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน |
|---|---|---|
High/Low (Call/Put) |
ราคาจะปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิเมื่อหมดอายุหรือไม่ |
ทายทิศทางถูกต้อง ณ เวลาหมดอายุ |
One Touch |
ราคาจะแตะระดับที่กำหนดไว้ก่อนหมดอายุหรือไม่ |
ราคาแตะระดับที่กำหนดอย่างน้อย 1 ครั้ง |
No Touch |
ราคาจะไม่แตะระดับที่กำหนดไว้จนกว่าจะหมดอายุหรือไม่ |
ราคาไม่เคยแตะระดับที่กำหนดเลย |
Boundary (Range) |
ราคาจะอยู่ในกรอบที่กำหนดหรือหลุดกรอบออกไปหรือไม่ |
ทายฝั่งของกรอบราคาได้ถูกต้อง |
High/Low เป็นประเภทที่แพลตฟอร์มส่วนใหญ่เปิดให้เทรดมากที่สุด และมักเป็นประเภทแรกที่ผู้เริ่มต้นพบเจอ เนื่องจากมีเพียงราคา ณ เวลาหมดอายุเท่านั้นที่มีความสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางจึงไม่มีผลใด ๆ
One Touch และ No Touch ทำงานต่างออกไป เพราะนับผลตลอดอายุสัญญา โดยสถานะ One Touch อาจชนะได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงก่อนหมดอายุ และเมื่อชนะแล้วจะไม่มีทางพลิกกลับมาแพ้ได้อีก
ออปชันแบบ Boundary เป็นการเดิมพันความผันผวนมากกว่าทิศทาง โดยตัดสินว่าตลาดจะนิ่งหรือเคลื่อนไหวรุนแรง โดยไม่สนใจว่าจะไปทางไหน
เลือกสินทรัพย์อ้างอิง อาจเป็นคู่สกุลเงิน ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือหุ้น
เลือกประเภทและเงื่อนไข เช่น สูงหรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ แตะระดับที่กำหนด หรืออยู่ในกรอบราคา
กำหนดเวลาหมดอายุ ยิ่งระยะเวลาสั้น มุมมองการเทรดยิ่งมีโอกาสเป็นจริงน้อยลง
กำหนดเงินเดิมพัน ซึ่งเป็นจำนวนขาดทุนสูงสุดของการเทรดครั้งนั้น
รอผลการชำระบัญชี สัญญาจะตัดสินผลตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตัดสินใจใด ๆ เพิ่มเติมเมื่อถึงเวลาหมดอายุ
ราคาของสัญญาขึ้นอยู่กับว่าเทรดที่ไหน หากเป็นตลาดที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC) สัญญาไบนารีจะเสนอราคาอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 และชำระราคาสุดท้ายที่ 100 ดอลลาร์ หรือ 0 ดอลลาร์ การซื้อที่ราคา 40 หมายถึงการเสี่ยงเงิน 40 ดอลลาร์เพื่อทำกำไร 60 ดอลลาร์ ราคาเสนอซื้อขายยังสะท้อนมุมมองของตลาดด้วย เพราะสัญญาที่ราคาใกล้ 40 บ่งชี้ว่าตลาดมองว่าผลลัพธ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นราว 40%
ส่วนแพลตฟอร์มนอกตลาดจะเสนออัตราผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์แทน โดยหากชนะมักได้รับผลตอบแทน 70% ถึง 90% ของเงินเดิมพัน ส่วนหากแพ้จะเสียเงินเดิมพันทั้งหมด
ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเมื่อชนะกับความสูญเสียเมื่อแพ้ คือปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์ในระยะยาว
อัตราผลตอบแทนเมื่อชนะ |
อัตราชนะที่ต้องการเพื่อคุ้มทุน |
|---|---|
70% |
58.8% |
80% |
55.6% |
90% |
52.6% |
การคำนวณไม่ซับซ้อน หาก p คืออัตราผลตอบแทน และ w คืออัตราชนะ การคุ้มทุนต้องเป็นไปตามสมการ p × w = 1 − w เมื่ออัตราผลตอบแทนเท่ากับ 0.80 จะได้ w เท่ากับ 1 ÷ 1.80 หรือ 55.6%
คำถามที่มีผลลัพธ์เพียง 2 แบบทำให้โอกาสเริ่มต้นของเทรดเดอร์อยู่ใกล้ 50% แต่โครงสร้างผลตอบแทนกลับต้องการอัตราชนะที่สูงกว่านั้นอีกหลายจุดเปอร์เซ็นต์กว่าจะเริ่มมีกำไรเก็บไว้ได้ นี่คือเหตุผลที่อัตราชนะซึ่งดูเหมือนน่าพอใจ ยังคงนำไปสู่ผลขาดทุนได้เมื่อเทรดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ไบนารีออปชัน |
ออปชันแบบดั้งเดิม |
CFD |
|
|---|---|---|---|
ผลตอบแทน |
คงที่ ตกลงไว้ก่อนเข้าเทรด |
แปรผันตามขนาดการเคลื่อนไหวของราคา |
แปรผันตามขนาดการเคลื่อนไหวของราคา |
ขาดทุนสูงสุด |
เงินเดิมพัน |
ค่าพรีเมียมที่จ่ายไป |
ขึ้นอยู่กับขนาดสถานะและจุดตั้ง stop |
ปิดสถานะก่อนกำหนด |
ทำได้บนตลาดที่ขึ้นทะเบียน แต่มักทำไม่ได้นอกตลาด |
ทำได้ตลอดเวลาที่ตลาดเปิด |
ทำได้ตลอดเวลาที่ตลาดเปิด |
เครื่องมือบริหารความเสี่ยง |
ไม่มีนอกเหนือจากเงินเดิมพัน |
คำสั่ง stop สเปรด และการรวมสถานะ |
คำสั่ง stop-loss และ limit |
ความเป็นเจ้าของ |
ไม่มี |
สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ |
ไม่มี |
ออปชันแบบดั้งเดิมให้สิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนดไว้ และมูลค่าของสัญญาจะเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์ติดตามสถานะการเทรดผ่านตัวชี้วัดอย่าง put-call ratio ส่วนสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) คือการแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ระหว่างช่วงเปิดและปิดสถานะ ผลลัพธ์จึงแปรผันตามขนาดการเคลื่อนไหวของราคาและสามารถปิดสถานะได้ทุกเมื่อ นี่คือเหตุผลที่ประเภทคำสั่งซื้อขายและกฎเกณฑ์เรื่องเลเวอเรจและมาร์จิ้นมีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ของการเทรด CFD ผู้เริ่มต้นสามารถศึกษาได้จากคู่มือการเทรด CFD สำหรับผู้เริ่มต้นนี้ หรือภาพรวมกลยุทธ์และความเสี่ยงของการเทรด CFD
มี 4 ปัจจัยที่อธิบายความน่าสนใจนี้ได้
คำถามที่เข้าใจง่าย การทายว่าสูงกว่าหรือต่ำกว่านั้นเข้าใจง่ายกว่าเรื่องค่าพิป มาร์จิ้น หรือขนาดสถานะ
รู้ผลเร็ว สัญญาที่หมดอายุภายในไม่กี่นาทีทำให้ทราบผลได้ทันที
รู้ตัวเลขล่วงหน้าก่อนเข้าเทรด ทั้งเงินเดิมพันและผลตอบแทนถูกกำหนดไว้ตายตัวตั้งแต่ต้น
เงินเดิมพันขั้นต่ำน้อย หลายแพลตฟอร์มรับเงินลงทุนในจำนวนที่น้อยมาก
แต่ละจุดเด่นเหล่านี้มีอีกด้านหนึ่งที่ต้องระวัง ความเรียบง่ายบดบังตัวเลขคุ้มทุนที่แท้จริง ส่วนความรวดเร็วกระตุ้นให้เทรดถี่ขึ้น ซึ่งยิ่งขยายผลกระทบจากโครงสร้างผลตอบแทนที่ไม่เป็นผลดีต่อเทรดเดอร์
ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ทำงานสวนทางกับเทรดเดอร์ เมื่ออัตราผลตอบแทนต่ำกว่า 100% เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีอัตราชนะสูงกว่าโอกาสสุ่มเพียงเพื่อประคองตัวให้เท่าทุน
ไม่มีทางตัดขาดทุนก่อนกำหนด แพลตฟอร์มนอกตลาดส่วนใหญ่จะให้สถานะดำเนินไปจนหมดอายุ แม้เห็นชัดว่าการเทรดกำลังผิดทาง ก็ไม่สามารถปิดสถานะเพื่อขาดทุนบางส่วนได้เหมือนการเทรด CFD
ความขัดแย้งด้านคู่สัญญา บนตลาดที่ขึ้นทะเบียน เทรดเดอร์ฝ่ายหนึ่งซื้อและอีกฝ่ายขาย โดยตลาดทำหน้าที่เก็บค่าธรรมเนียมเท่านั้น แต่นอกตลาด แพลตฟอร์มเองเป็นคู่สัญญาโดยตรง และจะเก็บเงินเดิมพันไว้เมื่อลูกค้าแพ้
ผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล CFTC เตือนว่าแพลตฟอร์มไบนารีออนไลน์จำนวนมากไม่ได้ขึ้นทะเบียนให้บริการลูกค้าในสหรัฐฯ และแบ่งข้อร้องเรียนออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การปฏิเสธคืนเงินให้ลูกค้า การขโมยข้อมูลระบุตัวตนผ่านสำเนาบัตรเครดิตและเอกสารประจำตัวที่เก็บไว้ และการปรับแต่งซอฟต์แวร์เพื่อเปลี่ยนการเทรดที่กำลังชนะให้กลายเป็นแพ้ ด้วยการยืดเวลานับถอยหลังก่อนหมดอายุออกไป รูปแบบสุดท้ายนี้เป็นไปได้เพราะแพลตฟอร์มควบคุมทั้งราคาและเวลา
ตลาด |
สถานะปัจจุบัน |
|---|---|
สหรัฐอเมริกา |
อนุญาตเฉพาะบนตลาดที่ขึ้นทะเบียนกับ CFTC เท่านั้น |
สหราชอาณาจักร |
ห้ามการขาย การทำการตลาด และการจัดจำหน่ายแก่รายย่อยตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2019 |
สหภาพยุโรป |
ห้ามให้บริการลูกค้ารายย่อยภายใต้มาตรการระดับประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2019 |
ออสเตรเลีย |
ห้ามออกและจัดจำหน่ายให้รายย่อยจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2031 |
แคนาดา |
ห้ามสัญญาที่มีอายุสั้นกว่า 30 วันตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2017 |
มาตรการเหล่านี้มาจากเอกสารนโยบาย PS19/11 ของ FCA คำสั่งของ ASIC ที่ออกมาหลังพบว่านักลงทุนรายย่อยชาวออสเตรเลียราว 80% ขาดทุนจากการเทรด และกฎเกณฑ์ระดับประเทศที่เข้ามาแทนที่คำสั่งห้ามของ ESMA ในปี 2019
ไบนารีออปชันคือสัญญาที่จ่ายผลตอบแทนคงที่ให้ หากข้อเสนอแบบใช่/ไม่ใช่เกี่ยวกับตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นจริงเมื่อหมดอายุ และไม่จ่ายอะไรเลยหากไม่เป็นจริง โดยผลตอบแทนจะไม่เปลี่ยนแปลงตามขนาดการเคลื่อนไหวของราคา
High/Low ทายว่าราคาจะปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ One Touch ทายว่าราคาจะแตะระดับที่กำหนดก่อนหมดอายุหรือไม่ No Touch ทายว่าราคาจะไม่แตะระดับนั้น และ Boundary ทายว่าราคาจะอยู่ในกรอบที่กำหนดหรือไม่
เทรดเดอร์เลือกตลาด เงื่อนไข เวลาหมดอายุ และเงินเดิมพัน หากเป็นตลาดที่ขึ้นทะเบียน สัญญาจะเทรดในช่วงราคา 0 ถึง 100 และชำระราคาสุดท้ายที่ 100 ดอลลาร์หรือ 0 ดอลลาร์ ส่วนนอกตลาด หากชนะจะได้รับผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ของเงินเดิมพัน โดยทั่วไปอยู่ที่ 70% ถึง 90% และหากแพ้จะเสียเงินเดิมพันทั้งหมด
ถูกกฎหมายเฉพาะบนตลาดที่ขึ้นทะเบียนกับ CFTC ในฐานะตลาดสัญญาที่ได้รับการรับรอง (designated contract market) เท่านั้น บริษัทที่ชักชวนลูกค้าในสหรัฐฯ นอกช่องทางดังกล่าวถือว่าดำเนินการผิดกฎหมาย
ไบนารีออปชันมีผลตอบแทนคงที่ที่ตัดสินผล ณ เวลาหมดอายุเพียงจุดเดียว ส่วนผลลัพธ์ของ CFD จะแปรผันตามขนาดการเคลื่อนไหวของราคา และสามารถปิดสถานะได้ขณะที่ตลาดยังเปิดอยู่
ความไม่สมดุลของผลตอบแทนนี้เป็นคุณสมบัติของตัวสัญญาเอง ไม่ใช่ของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เมื่อผลตอบแทนคงที่มีมูลค่าน้อยกว่าเงินที่เสี่ยง เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีอัตราชนะสูงกว่าโอกาสสุ่มจึงจะคุ้มทุน และไม่ว่าจะวิเคราะห์กราฟเก่งเพียงใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ได้ ควรศึกษาโครงสร้างผลตอบแทนของเครื่องมือการเงินใด ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงพิจารณาการทำการตลาดรอบ ๆ เครื่องมือนั้นเป็นลำดับถัดไป
คำเตือน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรถือเป็น) คำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้อ้างอิง ความเห็นใด ๆ ในเนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ