เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-19

ตลาด Forex กำลังเผชิญแรงกดดัน หลังราคาพลังงานพุ่งเร็ว โดยเฉพาะน้ำมันจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ดันต้นทุนทั่วโลกสูงขึ้น แรงกระแทกนี้ลามสู่ตลาดการเงิน เงินทุนไหลเข้าดอลลาร์ในฐานะ Safe Haven อย่างชัดเจน
ดอลลาร์จึงแข็งค่าต่อเนื่อง นักลงทุนเข้าสู่โหมด Risk-off ลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกัน สภาพคล่องบางช่วงหดตัว ทำให้ค่าเงินผันผวนมากขึ้น สะท้อนว่าตลาด Forex กำลังอยู่ในช่วงเปราะบางและต้องระวังสูง
ราคาน้ำมันและพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าต้นทุนเศรษฐกิจจะสูงขึ้นในระยะถัดไป
เมื่อเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีความน่าสนใจมากขึ้น และดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ดอลลาร์
ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน นักลงทุนมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และหันมาถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งดอลลาร์ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก
การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD และ GBP/USD ปรับตัวลดลง ขณะที่ USD/JPY มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามค่าเงินดอลลาร์
สกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกพลังงาน เช่น ดอลลาร์แคนาดา (CAD) อาจมีความผันผวนสูง โดยขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก
การเคลื่อนไหวในรอบนี้สามารถอธิบายได้ผ่านกลไกสำคัญของตลาด:
ราคาพลังงานพุ่ง
เงินเฟ้อเร่งตัว
ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูง
Bond Yield ปรับขึ้น
เงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์
ผลลัพธ์คือค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
นักเทรดสามารถเน้นกลยุทธ์ Buy USD หรือ Sell คู่เงินที่อ่อนค่าตรงข้าม เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD
แม้แนวโน้มหลักจะเป็นขาขึ้นของดอลลาร์ แต่ตลาดอาจมีการพักฐานหรือรีบาวด์ในระยะสั้น ซึ่งต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในรอบนี้คือราคาพลังงานและนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งนักเทรดควรติดตามอย่างใกล้ชิด
EUR/USD: มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง
GBP/USD: ถูกกดดันจากดอลลาร์แข็ง
USD/JPY: มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามดอลลาร์
USD/CAD: ผันผวนตามราคาน้ำมัน
ตลาด Forex ในช่วงนี้สะท้อนภาพของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยการแข็งค่าของดอลลาร์เกิดจากทั้งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาพลังงานกลายเป็นตัวจุดชนวนสำคัญที่ทำให้ตลาดกลับมาเผชิญความผันผวนอีกครั้ง และมีแนวโน้มที่สถานการณ์จะยังคงเปราะบางในระยะถัดไป
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ