ออมทองให้ได้กำไร ถอนยังไงให้เสียภาษีน้อยที่สุด ฉบับปี 2026
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ออมทองให้ได้กำไร ถอนยังไงให้เสียภาษีน้อยที่สุด ฉบับปี 2026

ผู้เขียน: Niracha Wang

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-30

XAUUSD
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

digital-gold-tax-2026-profit-withdrawal.png

กระแสการ ออมทอง หรือการสะสมทองคำผ่านแอปพลิเคชันกลายเป็นทางเลือกยอดฮิตในปี 2026 เนื่องจากเริ่มต้นได้ด้วยเงินจำนวนน้อย ทั้งยังซื้อง่ายขายคล่องเพียงปลายนิ้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนมักมองข้ามคือ "กำไร" จากการกดขายในแอปพลิเคชัน ซึ่งกรมสรรพากรพิจารณาว่าเป็น "รายได้" ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การวางแผนจัดการภาษีสำหรับการออมทองออนไลน์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลัง และช่วยให้นักลงทุนรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างสูงสุด


1. ทองคำแบบไหน "ยกเว้นภาษี" และแบบไหน "ต้องจ่าย"

ก่อนดำเนินการถอนเงินจากการออมทอง นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนว่าทองคำแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์ทางภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ทองแท่ง/ทองรูปพรรณ (ถือครองจริง): กรณีซื้อทองคำจากร้านทองเพื่อเก็บสะสมเป็นทรัพย์สินส่วนตัว หรือสวมใส่เป็นเครื่องประดับ แล้วนำไปขายต่อเพื่อทำกำไร ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42(9) ระบุว่า "การขายสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มุ่งค้ากำไร" ได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากพิจารณาเป็นการขายทรัพย์สินส่วนตัวตามปกติ

  • การออมทองออนไลน์ (Digital Gold): กรณีการออมทองผ่านแอปพลิเคชันที่มีลักษณะมุ่งเน้นการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และมีการซื้อขายบ่อยครั้ง เช่น เทรดทอง CFD สรรพากรจะพิจารณาว่าเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ตามมาตรา 40(8) ซึ่งกำไรสุทธิจากส่วนนี้ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงปลายปี


digital-gold-tax-calculation-profit-2026.png

2. วิธีคำนวณภาษี "ออมทอง" สำหรับนักลงทุน

หลักการสำคัญคือ กรมสรรพากรจะจัดเก็บภาษีจาก "กำไรสุทธิ" ไม่ใช่จากยอดขายทั้งหมด

สูตรการคำนวณ: (ราคาที่ขายได้ - ต้นทุนที่ซื้อมา) = กำไรสุทธิ

รูปแบบการหักค่าใช้จ่าย:

  1. การหักแบบเหมา (60%): เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารหลักฐานต้นทุนที่ชัดเจน แต่ข้อเสียคืออาจทำให้เสียภาษีสูงกว่าความเป็นจริงหากต้นทุนการซื้อทองคำสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

  2. การหักตามจริง: เป็นวิธีที่แนะนำสำหรับผู้ที่ ออมทอง อย่างเป็นระบบ โดยการเก็บใบเสร็จหรือประวัติการซื้อจากแอปพลิเคชันไว้เป็นหลักฐาน หากสามารถพิสูจ่นได้ว่าต้นทุนการซื้อสูง กำไรสุทธิที่จะนำไปคำนวณภาษีก็จะลดน้อยลง


3. 3 กลยุทธ์ "ถอนกำไร" หลังออมทอง เพื่อประสิทธิภาพทางภาษี

เมื่อออมทองได้ระยะหนึ่งแล้วพบว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นจนเกิดกำไรจำนวนมาก นักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้เพื่อช่วยลดภาระภาษี

กลยุทธ์ที่ 1: การกระจายรายได้ข้ามปีภาษี (Income Splitting)

เนื่องจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นอัตราก้าวหน้า (ยิ่งรายได้สูง ฐานภาษียิ่งสูง) หากมีกำไรจากการ ออมทอง จำนวนมากในปีเดียว การทยอยขายข้ามปีภาษี เช่น ขายบางส่วนในเดือนธันวาคม และอีกส่วนในเดือนมกราคมของปีถัดไป จะช่วยกระจายรายได้สุทธิไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในปีเดียวจนฐานภาษีขยับสูงขึ้น

กลยุทธ์ที่ 2: การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

ในฐานะนักลงทุน เมื่อมีรายได้จากกำไรการ ออมทองออนไลน์ เพิ่มเข้ามา ควรพิจารณาใช้สิทธิลดหย่อนอื่นๆ มาหักล้าง เช่น การลงทุนในกองทุน Thai ESG, RMF หรือการทำประกันชีวิต เพื่อนำยอดเงินเหล่านี้ไปตัดลดเงินได้พึงประเมินก่อนการคำนวณภาษี

กลยุทธ์ที่ 3: การวางแผนภาษีร่วมกับคู่สมรส

สำหรับนักลงทุนที่จดทะเบียนสมรส ควรเปรียบเทียบการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ทั้งแบบแยกยื่นและรวมยื่น เพื่อดูว่าแนวทางใดให้ผลประโยชน์ทางภาษีสูงสุด โดยพิจารณาจากฐานภาษีของคู่สมรสฝั่งที่มีรายได้น้อยกว่าเป็นหลัก

digital-gold-tax-checklist-before-selling.png

4. Checklist สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนดำเนินการ "ขาย"

  • ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ): แพลตฟอร์มบางแห่งอาจหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 1% เมื่อมีการถอนเงิน นักลงทุนต้องเรียกเก็บเอกสารนี้เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นแบบปลายปี ซึ่งอาจได้รับเงินภาษีส่วนนี้คืนหากรายได้รวมไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี

  • เกณฑ์การทำธุรกรรม (E-Payment): หากมียอดรับโอนเงินจากการขายทองคำเข้าบัญชีเกิน 400 ครั้ง และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป ข้อมูลจะถูกส่งให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ การจัดเก็บประวัติการ ออมทอง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการยืนยันแหล่งที่มาของรายได้

  • การบันทึกประวัติ (Trading Log): ควรมีการทำบันทึกราคาซื้อ-ขาย หรือบันทึกภาพหน้าจอขณะทำธุรกรรมไว้เสมอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันต้นทุนจริงในกรณีที่มีการตรวจสอบ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ออมทอง ถอนกำไรให้เสียภาษีน้อยที่สุด

หากออมทองในแอปแล้วถอนเป็นทองจริงออกมาเสียภาษีไหม?

หากถอนเป็นทองแท่งออกมาเก็บไว้เองจะยังไม่เสียภาษี แต่ภาระภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อนำทองนั้นไปขายต่อเพื่อทำกำไร โดยสรรพากรจะพิจารณาจากลักษณะการถือครองและเจตนาในการเก็งกำไรเป็นหลัก

ถ้าแอปออมทองหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ต้องยื่นภาษีปลายปีอีกหรือไม่?

ต้องยื่นเนื่องจากภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 1% เป็นเพียงการชำระล่วงหน้าบางส่วน นักลงทุนต้องนำกำไรทั้งหมดไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตามฐานรายได้จริง ซึ่งหากรายได้รวมไม่ถึงเกณฑ์ก็มีสิทธิขอเงินคืนได้

สรรพากรจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีกำไรจากการออมทอง?

สรรพากรตรวจสอบได้จากข้อมูลการโอนเงินเข้าบัญชีตามเกณฑ์ E-payment และข้อมูลจากแพลตฟอร์มตัวแทนขายทองออนไลน์ที่เชื่อมต่อระบบกับภาครัฐ การจดบันทึกต้นทุนที่ชัดเจนจึงเป็นวิธีป้องกันตนเองที่ดีที่สุด


ปลายทางของความมั่งคั่งคือการวางแผนออมทองที่ยั่งยืน

การ ออมทอง เป็นทางเลือกในการสร้างความมั่งคั่งที่มีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ผลกำไรที่แท้จริงคือผลกำไรหลังหักภาระภาษีเรียบร้อยแล้ว การศึกษาข้อมูลและการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้นักลงทุนสามารถรักษาผลตอบแทนไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับการลงทุนในระดับสากลที่ต้องการความโปร่งใสและมาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มงวด การเลือกใช้บริการผ่านโบรกเกอร์ระดับโลกอย่าง EBC Financial Group ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนในทองคำได้อย่างมั่นใจ พร้อมการสนับสนุนข้อมูลวิเคราะห์เพื่อการวางแผนทำกำไรและบริหารจัดการภาษีอย่างมืออาชีพ


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
SPY vs VOO: ETF S&P 500 ที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนระยะยาว?
5 การลงทุนเพื่อสร้างรายได้แบบพาสซีฟที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นในปี 2026
คำอธิบายเชิงแนวคิดของนโยบายการคลัง
อัตราส่วน Expense Ratio ETF ส่งผลต่อการลงทุนอย่างไร?
The Little Book of Common Sense สามัญสำนึกสำหรับเทรดเดอร์