ราคาทองจะขึ้นอีกไหม หลังราคาทองคำวันนี้ฟื้นแรง Real Yields และหนี้สหรัฐฯ กำลังบอกอะไรตลาด
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी O‘zbekcha Қазақша

ราคาทองจะขึ้นอีกไหม หลังราคาทองคำวันนี้ฟื้นแรง Real Yields และหนี้สหรัฐฯ กำลังบอกอะไรตลาด

ผู้เขียน: เนตรนภา ป.

เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-17   
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-18

XAUUSD
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

ทองจะขึ้นอีกไหม เมื่อราคาทองคำกลับมาได้รับแรงซื้ออีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนลงช่วยลดความกังวลว่า Fed จะต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงและความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการคลังยังคงเป็นแรงสนับสนุนต่อสินทรัพย์ที่นักลงทุนใช้กระจายความเสี่ยง โดยราคาทองคำสปอตวันที่ 17 สิงหาคมแกว่งตัวในกรอบ 4,390 ถึง 4,400 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ทองคำกำลังฟื้นตัว” กับ “ทองคำกำลังทำจุดสูงสุดใหม่” เพราะราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 บริเวณ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นสำคัญ

  • ราคาทองคำฟื้นตัวตามดอลลาร์ที่อ่อนลงและความคาดหวังต่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ที่ผ่อนคลายมากขึ้น

  • Real Yields ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยในตัวเอง

  • Yield ที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าทองคำต้องร่วงเสมอ หากตลาดมองว่า Yield สูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านหนี้และเงินเฟ้อ

  • ความกังวลเรื่องหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ กลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมองทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง

  • การฟื้นตัวครั้งนี้ยังต้องพิสูจน์ด้วยระดับราคาและทิศทาง Real Yields ก่อนจะพูดถึงการกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม

ราคาทองคำล่าสุด: จากการพักฐานสู่การฟื้นตัว

ทองคำเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในเดือนสิงหาคม หลังเคลื่อนไหวซบเซาอยู่บริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์มาระยะหนึ่ง โดยช่วงกลางเดือนราคาทองคำขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบประมาณสองเดือน และเคยทะลุ 4,000-4,500 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ก่อนปิดที่ประมาณ 4,467.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม

แรงฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้ Fed ต้องเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่เงินไหลเข้าสู่กองทุนทองคำ ETF ก็เพิ่มขึ้น โดยกองทุน SPDR Gold Shares มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม

แรงฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้ Fed ต้องเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่เงินไหลเข้าสู่กองทุนทองคำ ETF เพิ่มขึ้น โดยกองทุน SPDR Gold Shares มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม

จึงอาจกล่าวได้ว่า แรงซื้อรอบนี้ไม่ได้มาจาก “ความกลัว” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับพอร์ตตามมุมมองต่อดอกเบี้ย ดอลลาร์ และความเสี่ยงมหภาคด้วย

Featured_ทองจะขึ้นอีกไหม_1.png

Real Yields คืออะไร และทำไมทองคำต้องสนใจ

Real Yields หรืออัตราผลตอบแทนที่แท้จริง คือผลตอบแทนพันธบัตรหลังหักผลกระทบจากเงินเฟ้อ สำหรับทองคำ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะทองคำไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนประจำเหมือนพันธบัตร เมื่อ Real Yields สูง นักลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทนที่แท้จริงจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองจึงสูงขึ้น แต่เมื่อ Real Yields ลดลง การถือทองคำจะเสียเปรียบด้านผลตอบแทนน้อยลง ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมราคาทองคำจึงมักสัมพันธ์ กับ Real Yields ในระยะกลางถึงยาว

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่กฎตายตัว ทองคำจะขึ้นไหม แค่ดู Real Yield อย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำรองและเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในช่วงที่นักลงทุนกังวลต่อระบบการเงิน ค่าเงิน หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย ไม่ใช่แค่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ดอกเบี้ย

ทำไม Real Yields สูง แต่ทองยังขึ้นได้

นี่คือจุดที่ทำให้ตลาดทองคำในปีนี้น่าสนใจ เพราะในเชิงทฤษฎี Real Yields สูงควรเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ แต่ในทางปฏิบัติราคาทองคำสามารถปรับขึ้นได้หากมีแรงซื้อจากปัจจัยอื่นเข้ามาชดเชย

ตัวอย่างเช่น ความกังวลด้านหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถทำให้นักลงทุนมองพันธบัตรในมุมที่แตกต่างออกไป หาก Yield สูงขึ้นเพราะเศรษฐกิจแข็งแรง นั่นอาจเป็นแรงกดดันต่อราคาทองได้ แต่หาก Yield สูงขึ้นเพราะนักลงทุนต้องการค่าชดเชยความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ การขาดดุล และปริมาณหนี้ที่เพิ่มขึ้น ภาพของทองคำอาจเปลี่ยนไป

เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ ขายพันธบัตรอายุ 30 ปีด้วย Yield ประมาณ 5.22% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2001 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้และต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล นี่ทำให้ตลาดต้องแยกให้ออกว่า “Yield สูง” กำลังสะท้อนอะไร

ความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐฯ กลายเป็นแรงหนุนทองคำได้อย่างไร

ทองคำไม่ได้จำเป็นต้องขึ้นเพราะนักลงทุนกลัวเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว อีกเหตุผลหนึ่งคือความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์และนโยบายการคลัง เมื่อภาระหนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตรระยะยาว ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการคลังเพิ่มขึ้นตามไปด้วย วงจรดังกล่าวทำให้ทองคำมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นหนี้สินของรัฐบาลหรือบริษัทใด

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าทุกครั้งที่หนี้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ราคาทองคำจะต้องขึ้นทันที เพราะตลาดยังมีตัวแปรอื่น เช่น ดอลลาร์ Real Yields สภาพคล่อง และกระแสเงินทุน ETF สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ตลาดเริ่มให้คุณค่ากับทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงมากกว่าการเดิมพันเรื่องเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว

ราคาทองขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินเฟ้อกำลังจะมา

เมื่อทองคำปรับตัวขึ้น นักลงทุนจำนวนมากมักตีความทันทีว่า “ตลาดกำลังกลัวเงินเฟ้อ” แต่ทองคำสามารถปรับขึ้นได้จากหลายเหตุผล หากตลาดคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ย ดอลลาร์อาจอ่อนและทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น หากนักลงทุนกังวลเรื่องหนี้รัฐบาล ความเสี่ยงด้านนโยบาย หรือภูมิรัฐศาสตร์ ทองคำก็สามารถได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ดังนั้น ราคาทองคำที่สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินเฟ้อกำลังจะเร่งตัวเสมอไป

ทองจะขึ้นอีกไหม สัญญาณอะไรจะบอกว่าการฟื้นตัวของทองคำมีโอกาสไปต่อ

สำหรับระยะถัดไป นักลงทุนควรดูอย่างน้อย 4 ตัวแปรพร้อมกัน

  1. อลลาร์สหรัฐฯ หาก DXY อ่อนต่อเนื่อง จะช่วยลดต้นทุนทองคำสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่นและมักเป็นปัจจัยบวกต่อ XAU/USD

  2. Real Yields หาก Real Yields เริ่มลดลง จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทอง

  3. ETF Flows กระแสเงินทุนเข้าสู่กองทุนทองคำสะท้อนว่าการฟื้นตัวมีเงินลงทุนจริงสนับสนุนหรือไม่

  4. ความต้องการจากธนาคารกลางและเอเชีย หากยังแข็งแรง จะช่วยสร้างฐานความต้องการในระยะยาว

ในทางกลับกัน หาก Real Yields กลับขึ้นแรง ดอลลาร์แข็ง และเงินไหลออกจาก ETF พร้อมกัน การฟื้นตัวของทองคำอาจกลายเป็นเพียง Technical Rebound

ทองคำผันผวน นักเทรดไทยควรรับมืออย่างไร

นักเทรดไทยที่เทรดทองคำผ่าน CFD ความผันผวนของราคาทองคำในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนแบบนี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ

ติดตามช่วงข่าวสำคัญ

ตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน และถ้อยแถลงของ Fed มักทำให้ราคาทองคำแกว่งตัวแรงในช่วงเวลาสั้นๆ จึงควรตอบสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเปิดสถานะเสมอ

กำหนดขนาด Position เทรดทองให้เหมาะสมกับความผันผวน 

เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบกว้างกว่าปกติ การใช้ Lot Size ที่เล็กลงและวาง Stop loss ที่ชัดเจนจะช่วยควบคุมความเสี่ยงในการเทรดทองได้ดีกว่าการไล่ตามราคา

ใช้เครื่องมือฝึกฝนก่อนเทรดจริง

นักเทรดที่ไม่มั่นใจในการอ่านจังหวะตลาดทองคำสามารถฝึกกลยุทธ์บนบัญชีทดลองเทรดของ EBC ก่อนใช้เงินจริงได้ เพื่อทดสอบแผนการเทรดในสภาวะตลาดที่ผันผวนแบบนี้

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
แนวโน้มราคาทองจะขึ้นอีกไหม ทองโลกจะแตะ 6,000 ดอลลาร์ได้ก่อนสิ้นปี 2569 จริงหรือเปล่า
เจาะลึกแนวโน้มราคาทอง: ทองจะลงอีกไหม หรือใกล้ถึงจุดกลับตัว
ราคาทองคำโลก (XAU/USD) เข้าโหมด "ย่อสะสม" ก่อนศึกเฟด 16 กันยายน แนวรับไหนต้องจับตา
7 อินดิเคเตอร์เทรดทอง MT4 ยอดนิยม พร้อมเจาะลึกเทคนิค RSI Divergence จับจังหวะกลับตัว
บิทคอยน์วันนี้ พุ่งแตะ 77,000–78,000 ดอลลาร์ แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 ปี อะไรอยู่เบื้องหลังแรงซื้อระลอกนี้