เผยแพร่เมื่อ: 2026-09-04
อัปเดตเมื่อ: 2026-09-04
ตลาดคริปโตกลับมาฟื้นตัวแรงในวันที่ 4 กันยายน 2026 นำโดย Bitcoin (BTC) ที่ดีดตัวขึ้นกว่า 4% ทะลุระดับ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ขณะที่ Ethereum, Solana และ XRP ปรับตัวขึ้นตาม สะท้อนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่กลับมาเป็นบวก
แรงหนุนรอบนี้มาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ลดลง ประกอบกับ Bond Yield และดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin ดีดตัวกว่า 4% ทะลุ 81,000 ดอลลาร์ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
ความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงจากกว่า 63% มาอยู่ใกล้ 50% ตาม CME FedWatch
Bond Yield และดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ลดลงช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 277 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แนวต้านสำคัญของ Bitcoin อยู่บริเวณ 81,300-83,000 ดอลลาร์ หากผ่านได้ มีโอกาสจับตาโซน 86,000 ดอลลาร์
ตลาดยังต้องระวังแรงขายทำกำไร รวมถึงความเสี่ยงจาก Fed เงินเฟ้อ และภูมิรัฐศาสตร์
ปัจจัยหลักของการดีดตัวรอบนี้คือ ตลาดเริ่มคลายความกังวลว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยลดลงจากระดับมากกว่า 63% มาอยู่ใกล้ 50% ส่งผลให้ตลาดเริ่มผ่อนคลายจากมุมมอง Hawkish ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน Bond Yield สหรัฐฯ และดอลลาร์ปรับตัวลง ทำให้แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลง นักลงทุนจึงมีโอกาสกลับมาเปิดรับความเสี่ยงในตลาดคริปโทฯ มากขึ้น
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือการดำเนินงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวนอกตารางเวลาปกติ ซึ่งช่วยหนุน Sentiment ด้านสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม การซื้อคืนพันธบัตรไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการทำ QE หรือการอัดฉีดเงินโดยตรง
การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Bitcoin เท่านั้น เพราะสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ก็ได้รับผลทางบวกเช่นกัน
Ethereum (ETH) ปรับขึ้นประมาณ 4.5% สู่ 2,501 ดอลลาร์
Solana (SOL) เพิ่มขึ้นราว 6% สู่ 105 ดอลลาร์
XRP พุ่งกว่า 9% แตะ 1.46 ดอลลาร์
ด้าน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 277 ล้านดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการจากนักลงทุนสถาบันยังมีอยู่
ขณะที่ Crypto Fear & Greed Index กลับเข้าสู่โซน Extreme Greed ที่ประมาณ 74-78 คะแนน แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของตลาดฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกด้านก็เพิ่มโอกาสที่ตลาดจะเจอแรงขายทำกำไรหากราคาขึ้นเร็วเกินไป
หลัง Bitcoin กลับมายืนเหนือ 81,000 ดอลลาร์ โซนที่ต้องจับตาต่อคือ 81,300-83,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านระยะสั้นสำคัญ
หากราคาสามารถยืนเหนือ 81,000 ดอลลาร์และผ่าน 83,000 ดอลลาร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ แรงซื้ออาจเดินหน้าต่อ โดยตลาดจะจับตาเป้าหมายถัดไปบริเวณ 86,000 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน หาก Bitcoin ไม่สามารถรักษาฐานเหนือ 81,000 ดอลลาร์และถูกขายกลับลงมา ระดับ 80,000 และ 78,500 ดอลลาร์ จะเป็นโซนสำคัญสำหรับประเมินแรงรับ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่เพียงว่า Bitcoin “ทะลุ” 81,000 ดอลลาร์หรือไม่ แต่คือ ราคาจะยืนเหนือระดับดังกล่าวได้หรือไม่
แม้ Bitcoin จะฟื้นตัว แต่ตลาดยังต้องจับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ
หากความขัดแย้งกระทบต่ออุปทานน้ำมัน ราคาพลังงานอาจพุ่งขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น

Bitcoin จึงยังมีพฤติกรรมแบบ “สองด้าน” ในช่วง Risk-Off ระยะแรกอาจถูกเทขายพร้อมหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง แต่เมื่อความกังวลคลี่คลาย Bitcoin สามารถฟื้นตัวได้เร็ว และนักลงทุนบางส่วนมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ทางเลือกหรือ “Digital Gold”
แรงหนุนหลักมาจากความกังวลเรื่อง Fed ขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง ประกอบกับ Bond Yield และดอลลาร์อ่อนตัว รวมถึงเงินไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF
โซนแรกคือ 81,300-83,000 ดอลลาร์ หากผ่านได้ ตลาดจะจับตาโซน 86,000 ดอลลาร์ต่อไป
การทะลุ 81,000 ดอลลาร์เป็นสัญญาณบวก แต่ยังต้องดูว่าราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้และผ่านแนวต้าน 83,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่
Bitcoin ฟื้นตัวแรงเหนือ 81,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย Fed ที่ลดลง Bond Yield และดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนตัว รวมถึงแรงหนุนจาก Spot Bitcoin ETF
จากนี้ 81,000 ดอลลาร์จะเป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะกลายเป็นแนวรับใหม่หรือไม่ ขณะที่ 81,300–83,000 ดอลลาร์คือด่านสำคัญของแรงซื้อ หากผ่านได้จึงค่อยประเมินเป้าหมายถัดไปบริเวณ 86,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของ Fed เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังสามารถทำให้ Bitcoin กลับมาผันผวนได้ จึงควรติดตามทั้งปัจจัยพื้นฐานและ Price Action ควบคู่กัน
นักเทรดสามารถอัปเดตข่าวสารและติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญผ่าน EBC พร้อมเข้าถึงแพลตฟอร์มเทรดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานระดับโลก เช่น FCA, CIMA และ ASIC รวมถึงเปิดบัญชีเทรดคริปโต CFD ได้ทั้งบัญชีทดลองและบัญชีจริง