เผยแพร่เมื่อ: 2023-09-27
อัปเดตเมื่อ: 2026-05-19
ทั้งสองแพลตฟอร์มพัฒนาโดยบริษัท MetaQuotes แต่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน MT4 ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเทรดฟอเร็กซ์และได้รับความนิยมเนื่องจากใช้งานง่าย เสถียรภาพดี และได้รับการรองรับอย่างแพร่หลาย ส่วน MT5 ถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์หลายประเภท รองรับเงินตราต่างประเทศ สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หุ้น และฟิวเจอร์ส นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2025 เป็นต้นมา นักเทรดจำเป็นต้องใช้เวอร์ชันเดสก์ท็อปปัจจุบันเท่านั้น เนื่องจากเวอร์ชันเก่าของ MT4 และ MT5 ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์ได้อีกต่อไป

จุดแตกต่างหลักระหว่าง MT4 และ MT5 คือวัตถุประสงค์ในการใช้งาน MT4 มุ่งเน้นไปที่การเทรดฟอเร็กซ์และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง มีฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน ได้แก่ กราฟเทรด อินดิเคเตอร์ โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ คำสั่งรอซื้อขาย และอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่เรียนรู้ได้รวดเร็ว
ส่วน MT5 มีฟังก์ชันที่ครอบคลุมมากกว่า รองรับสินทรัพย์การเทรดหลากหลายประเภทตามที่โบรกเกอร์เปิดให้ใช้ มีช่วงเวลากราฟเพิ่มมากขึ้น แสดงข้อมูลความลึกของตลาด มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัว และมีเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์ที่ทันสมัยกว่า จึงเหมาะกับนักเทรดที่วิเคราะห์สินทรัพย์หลายประเภท หรือสร้างระบบเทรดที่ซับซ้อนมากขึ้น
นักเทรดที่เน้นเทรดคู่เงิน เช่น ยูโรดอลลาร์ ปอนด์ดอลลาร์ เยนดอลลาร์ หรือทองคำอาจใช้ MT4 ก็เพียงพอแล้ว ส่วนนักเทรดที่ต้องการเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของเงินตรา ทองคำ น้ำมัน ดัชนีหุ้น และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจมหภาค จะได้ประโยชน์จากชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมกว่าของ MT5
เลือกใช้ MT4 หากจุดประสงค์หลักคือการเทรดฟอเร็กซ์ ต้องการแพลตฟอร์มที่เรียบง่าย หรือคุ้นเคยและใช้งานอินดิเคเตอร์และโปรแกรมเทรดอัตโนมัติของ MT4 เป็นประจำ เหมาะสำหรับมือใหม่ นักเทรดฟอเร็กซ์แบบวิเคราะห์ด้วยตัวเอง และผู้ที่ชอบระบบการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน
เลือกใช้ MT5 หากต้องการเข้าถึงตลาดได้หลากหลายกว่า มีตัวเลือกกราฟที่มากขึ้น แสดงความลึกของตลาด มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัว และเครื่องมือทดสอบย้อนหลังที่มีประสิทธิภาพกว่า เหมาะกับนักเทรดสินทรัพย์หลายประเภท นักเทรดระบบอัตโนมัติ และผู้ที่เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายตลาดก่อนตัดสินใจเทรด
MT4 ไม่ได้ล้าสมัยเพียงเพราะ MT5 เป็นเวอร์ชันใหม่ และ MT5 ก็ไม่ได้ดีกว่าโดยอัตโนมัติเพียงแค่มีฟังก์ชันมากกว่า แพลตฟอร์มที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็น MT4 หรือ MT5 คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การวิเคราะห์ชัดเจนขึ้น การส่งคำสั่งเทรดราบรื่น และควบคุมความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
MT4 ใช้ภาษา MQL4 ในขณะที่ MT5 ใช้ภาษา MQL5 จุดนี้มีความสำคัญมากสำหรับนักเทรดที่ใช้โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ อินดิเคเตอร์ที่สร้างเอง หรือกลยุทธ์การเทรดแบบอัตโนมัติ
ภาษา MQL4 ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจาก MT4 เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับเทรดฟอเร็กซ์มานานหลายปี นักเทรดหลายคนมีเทมเพลต สคริปต์ อินดิเคเตอร์ และหุ่นยนต์เทรดสำหรับ MT4 อยู่แล้ว หากระบบเทรดทำงานได้ดีบน MT4 ก็ไม่จำเป็นต้องย้ายไปใช้ระบบอื่น เว้นแต่มีเหตุผลที่ชัดเจน
ภาษา MQL5 มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากกว่า รองรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ เหมาะกับระบบเทรดที่ซับซ้อน การตั้งค่ากฎหลายคู่เงิน และการปรับปรุงระบบได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์และโปรแกรมอัตโนมัติของ MT4 ไม่สามารถใช้งานบน MT5 ได้ทันที นักเทรดควรตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนเปลี่ยนแพลตฟอร์ม
MT4 มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเทรดฟอเร็กซ์เป็นหลัก โบรกเกอร์หลายแห่งเปิดให้เทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่างประเภทโลหะ ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอร์เรนซีผ่าน MT4 ได้ แต่จุดแข็งหลักยังคงเป็นการเทรดคู่เงินตราต่างประเทศ
ส่วน MT5 ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงตลาดที่หลากหลายกว่า ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์สามารถรองรับฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หุ้น ฟิวเจอร์ส และสินทรัพย์อื่นๆ ได้ ทำให้นักเทรดมีมุมมองตลาดโลกที่กว้างขึ้น
ในช่วงเวลาที่มีข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออก นักเทรดอาจต้องการเฝ้าดูคู่เงินยูโรดอลลาร์ เยนดอลลาร์ ทองคำ ดัชนีหุ้นสหรัฐ และราคาน้ำมันพร้อมกัน MT5 จึงเหมาะกับการวิเคราะห์หลายตลาดแบบนี้ ส่วน MT4 ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากแผนการเทรดมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคู่เงินและสัญญาซื้อขายส่วนต่างไม่มากนัก
MT4 มีช่วงเวลากราฟทั้งหมด 9 แบบ อินดิเคเตอร์เทคนิคพื้นฐาน 30 ชนิด และวัตถุวิเคราะห์กราฟ 24 ชนิด เพียงพอสำหรับกลยุทธ์การเทรดทั่วไป เช่น การหาแนวรับแนวต้าน การเทรดตามแนวโน้ม การตัดกันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ RSI และรูปแบบราคาต่างๆ
MT5 ขยายระบบกราฟให้ครอบคลุมมากขึ้น มีช่วงเวลากราฟ 21 แบบ อินดิเคเตอร์พื้นฐาน 38 ชนิด และวัตถุรูปภาพวิเคราะห์ 44 ชนิด ช่วงเวลากราฟที่เพิ่มมากขึ้นช่วยนักเทรดสไตล์สแกลปิ้ง เดย์เทรด และสวิงเทรดกำหนดจุดเข้าเทรดได้ละเอียดขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยเฉพาะช่วงเวลามาตรฐาน
จุดสำคัญไม่ใช่จำนวนเครื่องมือ แต่คือวิธีการนำไปใช้ กลยุทธ์ที่เรียบง่ายบน MT4 สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้กราฟ MT5 ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือมากเกินไป MT5 ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ระเบียบวินัยในการเทรดยังสำคัญกว่าจำนวนอินดิเคเตอร์
ข้อมูลความลึกตลาดเป็นจุดแตกต่างที่ใช้งานได้จริงระหว่าง MT4 และ MT5 MT5 มีระบบแสดงความลึกของตลาด ที่แสดงปริมาณสภาพคล่องที่ระดับราคาต่างๆ ได้ หากโบรกเกอร์รองรับฟังก์ชันนี้
ฟังก์ชันดังกล่าวช่วยให้นักเทรดประเมินได้ว่าระดับราคานั้นมีสภาพคล่องมากหรือน้อยก่อนส่งคำสั่งเทรด เหมาะสำหรับนักเทรดระยะสั้น นักเทรดตามข่าว และผู้เฝ้าดูสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนเร็วในช่วงประกาศนโยบายธนาคารกลาง
MT4 ไม่มีฟังก์ชันแสดงความลึกตลาดภายในระบบ สำหรับนักเทรดรายย่อยหลายคนจุดนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากกลยุทธ์การเทรดอ้างอิงระดับราคาบนกราฟ โครงสร้างแนวโน้ม และกฎควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจน MT4 ก็ยังคงใช้งานได้ดี
MT4 รองรับคำสั่งรอซื้อขายทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ คำสั่งซื้อราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน คำสั่งขายราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน คำสั่งซื้อราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน และคำสั่งขายราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ครอบคลุมแผนการเทรดพื้นฐานส่วนใหญ่ ได้แก่ กลยุทธ์เทรดฝ่าแนวต้านและกลยุทธ์เทรดย่อตัวราคา
MT5 เพิ่มคำสั่งรอซื้อขายอีก 2 ประเภท คือ คำสั่งซื้อแบบกำหนดช่วงราคา และคำสั่งขายแบบกำหนดช่วงราคา ทำให้นักเทรดควบคุมการเข้าเทรดได้มากขึ้น สามารถกำหนดระดับราคาที่ต้องการให้ราคาผ่านไปก่อน และเข้าเทรดภายในช่วงราคาที่กำหนดเท่านั้น เหมาะในช่วงราคาผันผวนสูง เมื่อต้องการรอยืนยันสัญญาณโดยไม่ยอมรับค่าเลื่อนราคาที่ไม่จำกัด
เรื่องการจัดการสถานะการเทรดมักถูกเข้าใจผิด MT4 มักใช้ระบบเปิดสถานะซ้อนสัญญาเดียวกันได้ ส่วน MT5 สามารถเลือกใช้ระบบรวมยอดสถานะหรือระบบเปิดสถานะซ้อนได้ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และประเภทบัญชี ในระบบรวมยอดสถานะ การเทรดสัญลักษณ์เดียวกันจะถูกรวมเป็นยอดสถานะเดียว ส่วนระบบเปิดสถานะซ้อนสามารถเปิดสถานะหลายออร์เดอร์บนสัญลักษณ์เดียวกันได้ แม้แต่สถานะซื้อและขายสลับกัน
MT4 มีระบบทดสอบกลยุทธ์ แต่มีขอบเขตในการใช้งาน เหมาะกับการทดสอบโปรแกรมเทรดอัตโนมัติแบบง่ายบนสินทรัพย์เดียว เพียงพอสำหรับนักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่
MT5 มีระบบทดสอบกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า รองรับการปรับค่าพารามิเตอร์ได้รวดเร็วขึ้น ทดสอบกลยุทธ์หลายคู่เงิน และจำลองสถานการณ์การเทรดที่ซับซ้อนได้ดีกว่า เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการทดสอบกลยุทธ์ครอบคลุมหลายสัญลักษณ์ เช่น คู่เงินยูโรดอลลาร์ ปอนด์ดอลลาร์ เยนดอลลาร์ ทองคำ และดัชนีหุ้น
MT4 ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากตอบโจทย์การเทรดพื้นฐานได้เป็นอย่างดี มีขนาดโปรแกรมไม่หนัก ใช้งานคุ้นเคยและเข้าใจง่าย มีคลังรวบรวมอินดิเคเตอร์ โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ บทเรียนการใช้งาน และชุมชนผู้ใช้จำนวนมาก
นักเทรดมือใหม่มักชอบใช้ MT4 เนื่องจากหน้าจอไม่เต็มไปด้วยฟังก์ชันจนเกะกะ นักเทรดฟอเร็กซ์ที่มีประสบการณ์ก็ยังคงเลือกใช้ต่อหากรูปแบบการเทรดมีเสถียรภาพและไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตลาดอื่นเพิ่มเติม
MT5 ดีกว่า MT4 หรือไม่
MT5 มีฟังก์ชันมากกว่า มีช่วงเวลากราฟและประเภทคำสั่งเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเครื่องมือทดสอบที่ดีกว่า แต่ MT4 ยังคงเหมาะสมกว่าสำหรับนักเทรดที่เน้นเทรดฟอเร็กซ์อย่างเดียวและชอบอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายสามารถนำอินดิเคเตอร์จาก MT4 ไปใช้บน MT5 ได้หรือไม่
ไม่สามารถใช้งานโดยตรงได้ เนื่องจาก MT4 ใช้ภาษา MQL4 ส่วน MT5 ใช้ภาษา MQL5 อินดิเคเตอร์และโปรแกรมเทรดอัตโนมัติที่สร้างขึ้นเองจำเป็นต้องเขียนโค้ดใหม่หรือแปลงโค้ดก่อนจึงจะใช้งานบน MT5 ได้ความแตกต่างระหว่าง MT4 และ MT5 สรุปได้ตามความต้องการในการเทรด MT4 เรียบง่าย เสถียรภาพสูง และมีประสิทธิภาพอย่างมากสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ ส่วน MT5 มีระบบที่ครอบคลุมกว่า ยืดหยุ่นมากขึ้น และถูกออกแบบมาเพื่อการวิเคราะห์สินทรัพย์หลายประเภทและทดสอบกลยุทธ์ขั้นสูง