เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-04

ในยุคที่เทคโนโลยี หุ้น AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดการเงินโลก หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA หรือ Microsoft แต่มีหุ้น AIตัวหนึ่งที่กำลังสร้างปรากฏการณ์อย่างเงียบๆ แต่ทรงพลัง นั่นคือ Palantir Technologies (PLTR)
Palantir ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่คือ "สมองกลาง" ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ หน่วยข่าวกรอง และองค์กรระดับโลกกว่า 300 แห่ง จากการวิเคราะห์ภัยคุกคามทางความมั่นคง ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนของบริษัทยักษ์ใหญ่ Palantir พิสูจน์แล้วว่า AI ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่กำลังเปลี่ยนโลกจริงๆ ในขณะนี้
หากมองภาพรวมของระบบนิเวศ หุ้น AI จะพบว่าแต่ละบริษัทมีบทบาทที่แตกต่างกัน:
AMD = ผลิตชิปพิเศษ (GPU) ที่เป็นหัวใจของระบบ AI
Alphabet & Amazon = ให้บริการคลาวด์เพื่อรองรับการประมวลผล AI
PLTR = พิสูจน์ว่า AI ถูกนำไปใช้งานจริงในโลกธุรกิจ ไม่ใช่แค่กระแสหรือการทดลอง
นักวิเคราะห์ชั้นนำให้คำเปรียบเทียบที่น่าสนใจว่า "บริษัทต่างๆ ขับรถบนถนน AI จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดถึงการซื้อรถ" และ Palantir คือผู้ที่แสดงให้เห็นว่ามี "คนขับรถบนทางด่วน" จริงๆ
Palantir ไม่ได้ขายเพียงโมเดล AI ทั่วไป แต่สร้างระบบ "AI + Data Integration" ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแหล่งเข้าด้วยกัน ทำให้การตัดสินใจมีบริบทที่ครบถ้วนและแม่นยำยิ่งกว่าคู่แข่ง
ลองจินตนาการว่าคุณมีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ใน 50 ระบบต่างกัน Palantir ทำให้ทุกอย่างพูดคุยกันได้ และนำเสนอภาพรวมที่ชัดเจนในแดชบอร์ดเดียว
การที่ CIA, FBI, กลาโหมสหรัฐฯ และ NATO เลือกใช้ Palantir ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะระบบต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และพิสูจน์ความสามารถในการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนที่สุด
ความไว้วางใจจากภาครัฐนี้กลายเป็นตราบาป (Stamp of Approval) ที่ทำให้ภาคเอกชนเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีของ Palantir เชื่อถือได้จริง
ในวงการเทคโนโลยี มีตัวชี้วัดสำคัญที่เรียกว่า "Rule of 40" ซึ่งรวม % การเติบโตของรายได้ + % อัตรากำไร หากผลรวมมากกว่า 40% ถือว่าดีเยี่ยม
Palantir มีคะแนนเกิน 100% หมายความว่าบริษัทไม่ได้แค่เติบโตเร็ว แต่ยังทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งหาได้ยากในกลุ่มหุ้น AIและหุ้นเทคโนโลยีทั่วไป
จากที่เคยพึ่งพารายได้จากภาครัฐเป็นหลัก วันนี้ Palantir กำลังพิสูจน์ตัวเองในตลาดเอกชน:
รายได้ฝั่ง Commercial US โตถึง +121% YoY (Q3/2025)
ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ Airbus, BP, Ferrari ไปจนถึงโรงพยาบาลและบริษัทพลังงาน
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้น AI เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่วันนี้นักลงทุนเริ่มถามคำถามที่สำคัญกว่า
"AI สร้างรายได้จริงหรือเปล่า? ทำกำไรได้หรือไม่? ลูกค้าใช้งานจริงหรือแค่ทดลอง?"
Palantir ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดหลัก (Key Indicator) ที่จะตอบคำถามเหล่านี้เพราะว่า
หากบริษัทต่างๆ จ่ายเงินให้ Palantir เพิ่มขึ้น = AI กำลังสร้างมูลค่าจริง
หากลูกค้าขยายการใช้งานและต่อสัญญาระยะยาว = AI ไม่ใช่แค่ของเล่นชั่วคราว
หากอัตรากำไรของ Palantir ยังคงแข็งแกร่ง = โมเดลธุรกิจ AI ทำกำไรได้จริง
ตามการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหุ้น AI นักลงทุนกำลังมองหา "Proof of Deployment" หรือ "หลักฐานการพัฒนานำไปใช้จริง" ไม่ใช่แค่โครงการนำร่อง (Pilot Projects) แต่ตลาดต้องการเห็นสัญญาที่ใหญ่ขึ้น ลูกค้ายินดีจ่ายมากขึ้นเพราะเห็นคุณค่า รวมไปถึงลูกค้าที่กลับมาใช้ซ้ำและขยายการใช้งาน แสดงถึง ROI ที่ชัดเจน และAI ฝังตัวเข้าไปในเวิร์กโฟลว์จริง ไม่ใช่แค่เครื่องมือทดลอง
ผู้บริหารต้องสื่อสารว่าความต้องการ AI มาจาก "ข้อผูกพันลูกค้าที่ลงนามแล้ว" ไม่ใช่แค่ "ความสนใจ" หรือ "โอกาสในอนาคต"
Operating Leverage คือคำสำคัญ กำไรต้องเติบโตเร็วกว่ารายได้ แสดงว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพและสามารถขยายได้โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนเชิงเส้น
Palantir มีเงินสดในมือมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ และไม่มีหนี้สินสุทธิ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งมาก
Government Segment (~55% ของรายได้รวม)
ลูกค้าหลัก: CIA, FBI, กลาโหมสหรัฐฯ, NATO, หน่วยงานรัฐบาลทั่วโลก
การใช้งาน:
วิเคราะห์ภัยคุกคามและข่าวกรองเชิงลึก
วางยุทธศาสตร์ความมั่นคงระดับชาติ
ติดตามและป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
ฐานลูกค้ารัฐบาลให้รายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ เพราะเป็นสัญญาระยะยาว และมักมีการต่ออายุอย่างต่อเนื่อง
ลูกค้า: Airbus, BP, Ferrari, โรงพยาบาล, ธนาคาร, บริษัทพลังงาน และองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก
การใช้งาน:
บริหารจัดการซัพพลายเชนแบบเรียลไทม์
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน
วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อปรับกลยุทธ์การตลาด
คาดการณ์ความต้องการและจัดการสินค้าคงคลัง
ตัวเลขที่น่าทึ่ง: รายได้ฝั่ง Commercial US เติบโต +121% YoY — แสดงให้เห็นว่า Palantir กำลังหลุดพ้นจากการพึ่งพาภาครัฐ และกลายเป็น "Business AI Infrastructure" ที่องค์กรต้องการจริงๆ
ระบบสำหรับหน่วยงานรัฐ เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐเห็นรูปแบบและความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ในข้อมูล เช่น การติดตามผู้ก่อการร้ายหรือวางแผนปฏิบัติการทางทหาร
ระบบสำหรับภาคเอกชน ออกแบบให้ใช้งานง่ายกว่า Gotham เหมาะกับบริษัทเอกชนที่มีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายแผนก หลายระบบ Foundry จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่เดียว ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมทั้งองค์กรได้ชัดเจน
ปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคน ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่นำ AI มาช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลง่ายขึ้นมาก โดยคุณสามารถ:
ถามคำถามด้วยภาษาพูดปกติ ไม่ต้องเขียนโค้ด
ให้ AI แนะนำการตัดสินใจตามสถานการณ์จริงของธุรกิจ
ทดลองดูผลลัพธ์ในหลายสถานการณ์ก่อนลงมือทำจริง
AIP ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้คนทั่วไปสามารถใช้พลัง AI วิเคราะห์ข้อมูลได้โดยไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคเลย นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนมองว่า Palantir กำลังเติบโตไปอีกขั้น
ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา Palantir (PLTR) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจสูงสุดในปัจจุบัน บริษัทซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลแห่งนี้สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนมากกว่า 400% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางการเงิน PLTR กลับเป็นหุ้นที่มีมูลค่าแพงที่สุดใน S&P 500 และเคยมีประวัติขาดทุนต่อเนื่องมานานถึง 20 ปี คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า เหตุใดนักลงทุนจึงยังคงให้ความสนใจกับหุ้นตัวนี้
ค่า P/E Ratio (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) ของ PLTR อยู่ที่ระดับสูงถึง 527 เท่า ซึ่งหมายความว่าหากคำนวณจากกำไรปัจจุบันโดยไม่มีการเติบโต นักลงทุนจะต้องใช้เวลา 527 ปีจึงจะคืนทุน
แม้ว่าการคำนวณดังกล่าวอาจไม่สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการเติบโต แต่เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของหุ้นเทคโนโลยีในตลาดที่อยู่ที่ระดับ 40-60 เท่า จะเห็นได้ว่านักลงทุนมีความคาดหวังต่อ PLTR สูงเป็นพิเศษ
1. ระบบที่สร้างการพึ่งพาสูง
Palantir มีซอฟต์แวร์หลักสองตัว ได้แก่ Gotham และ Foundry ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กร เมื่อองค์กรนำระบบไปใช้งานแล้ว การเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่นจะมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้ลูกค้ามีแนวโน้มคงอยู่กับบริการในระยะยาว
2. การแข่งขันที่จำกัด
แม้ว่าจะมีบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Microsoft, Google และ Snowflake ในตลาด แต่บริษัทเหล่านี้มีจุดเน้นที่แตกต่างกัน PLTR มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ Ontology และการบูรณาการ AI ซึ่งตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐ
3. การได้รับประโยชน์จากกระแส AI
แพลตฟอร์ม AIP (AI Platform) ของ Palantir ช่วยให้องค์กรสามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานกับข้อมูลภายในได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูล
4. ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง
Palantir มีลูกค้าทั้งจากภาครัฐ เช่น CIA, FBI และกองทัพสหรัฐอเมริกา รวมถึงองค์กรเอกชนชั้นนำ อาทิ Airbus, BP และ Ferrari ฐานลูกค้าเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ที่มั่นคง แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
5. วิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ
นักลงทุนมองว่า Palantir มีศักยภาพที่จะกลายเป็น "ระบบปฏิบัติการหลักขององค์กรทั่วโลก" แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้เติบโตเต็มศักยภาพ แต่วิสัยทัศน์นี้ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในอนาคตของบริษัท
Palantir Technologies (PLTR) ไม่ได้เป็นเพียงหุ้น AIธรรมดา แต่คือ "สมอง" ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจขององค์กรระดับโลก ตั้งแต่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ใน Fortune 500
บริษัทนี้ผสมผสาน Big Data, AI และความเข้าใจเชิงโครงสร้าง เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น "กลยุทธ์" ที่ทำได้จริง
สำหรับนักลงทุนระยะยาว Palantir คือตัวชี้วัดสำคัญว่า AI กำลังสร้างมูลค่าจริงในโลกธุรกิจหรือไม่ไม่ใช่แค่กระแสหรือการทดลอง
หากคุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติ AI เริ่มต้นลงทุนกับ EBC Financial Group วันนี้ และเปิดประตูสู่โอกาสในตลาดหุ้นโลก
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ