เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-26
การเปิดตลาดหุ้นไทยวันนี้ 26 มกราคม 2569 กำลังเผชิญกับสายลมที่พัดมาจากหลายทิศทาง ทั้งจากเวทีโลกและปัจจัยภายในประเทศ ณ EBC Financial Group เราเข้าใจดีว่าในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน นักลงทุนต้องการข้อมูลที่ชัดเจน รวดเร็ว และเชื่อถือได้มากที่สุด
วันนี้ SET INDEX คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300 – 1,320 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศและความกังวลเรื่องสุขภาพสาธารณะ แต่อย่ากังวลไป เพราะทุกความท้าทายล้วนมาพร้อมโอกาส และเราจะพาคุณไขกุญแจสู่การตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด
ปัจจัยสำคัญที่กำลังกดดันตลาดหุ้นไทย

ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่สั่นสะเทือนตลาดโลก
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกสะเทือนจากการประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะส่งกองเรือไปยังอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 2.8% ในคืนวันศุกร์ ขณะที่ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 285 จุด หรือ 0.58%
ที่น่าจับตามากขึ้นคือแนวคิดของสหรัฐฯ ที่อาจขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100% หากแคนาดาตัดสินใจทำข้อตกลงการค้ากับจีน ความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศนี้ สร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างแนบแน่น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต้องจับตาคือการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์จากประเทศอินเดีย แม้ว่าในประเทศไทยยังไม่พบการระบาด แต่ความกังวลต่อผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มปรากฏชัดเจน
สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากสถานการณ์บานปลาย อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในภูมิภาคได้
แม้บรรยากาศโดยรวมจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ตัวเลขเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ กลับส่งสัญญาณที่ค่อนข้างให้กำลังใจ ดัชนี PMI ทั้งภาคบริการและภาคการผลิตอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัว ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปปิดที่ระดับ 4,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 1% สะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกยังคงมีความระมัดระวังและแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัย
คืนนี้ตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาคือ คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ ที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.1% เดือนต่อเดือน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้สุขภาพเศรษฐกิจโลกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
ท่ามกลางความผันผวนของตลาด ทีมวิเคราะห์ของ EBC Financial Group แนะนำให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์โดยเน้นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศอย่างจำกัด
กลุ่มสื่อสาร เช่น ADVANC – ธุรกิจที่มีรายได้คงที่และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอก
กลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็น อย่าง CPALL และ BJC – ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมั่นคงไม่ว่าตลาดจะผันผวนเพียงใด
กลุ่มเครื่องดื่ม เช่น ICHI – สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความต้องการต่อเนื่อง
กลุ่มการเงิน อย่าง MTC และ SAWAD – โอกาสจากการขยายฐานลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว
กลุ่มธนาคารที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง เช่น SCB – เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ
กลุ่มโรงพยาบาล อย่าง BCH และ BDMS – ธุรกิจสาธารณสุขที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ หุ้นไทยวันนี้เริ่มมองหาตัวขับเคลื่อนใหม่หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างขาดแคลนข่าวสำคัญ สิ่งที่นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญคือผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ที่จะทยอยประกาศออกมา
หากบริษัทจดทะเบียนสามารถรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ในระยะข้างหน้า ในวันศุกร์ที่ผ่านมา SET INDEX ทรงตัวและปิดบวกเพียงเล็กน้อยที่ 0.2% สะท้อนว่านักลงทุนกำลังรอคอยข้อมูลใหม่ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ตลาดการเงินอาจมีความผันผวน แต่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและพันธมิตรที่เชื่อถือได้ คุณสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสได้
สำหรับการลงทุนหุ้นในวันนี้ อย่าลืมติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมาคืนนี้ รวมถึงข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการระบาดของโรค ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางของตลาด
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ