เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-01
งานวิจัยของ David Lucca และ Emanuel Moench แห่งเฟดสาขานิวยอร์กพบว่า ตั้งแต่ปี 1994 ดัชนี S&P 500 ทำผลตอบแทนเฉลี่ยราว 49 เบสิสพอยต์ (bps) ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนการประกาศผล FOMC ผลตอบแทนก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ราว 80% ของส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาดหุ้นในช่วงที่ศึกษา และวันประกาศให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่าวันปกติกว่า 30 เท่า
แรงนี้มีรากมาจากภาระป้องกันความเสี่ยงของดีลเลอร์ที่ขาย Put สุทธิ มากกว่าจะเป็นเพียงการเก็งกำไรล่วงหน้า เมื่อความผันผวนแฝงลดลง (Vanna) และเวลาเดินเข้าหาวันหมดอายุ (Charm) ดีลเลอร์ถูกบังคับให้ไล่ซื้อกลับ ราคาจึงค่อยไต่ขึ้นโดยไม่มีข่าวรองรับ
ในปี 2025 ออปชั่น 0DTE คิดเป็น 59% ของวอลุ่ม SPX ทั้งหมด และแตะสถิติ 62% ในเดือนสิงหาคม แต่ 0DTE แทบไม่มีความผันผวนแฝง (Vega) จึงไม่ได้สร้างแรง Vanna (ความไวของ Delta ต่อการเปลี่ยนแปลงของ Volatility) หลายวันก่อน FOMC สิ่งที่มันเพิ่มคือแรง Charm และ Gamma ระหว่างวัน กับความเสี่ยง Whipsaw หลังประกาศ
ปฏิทินปี 2026 รอบเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน มีวันประกาศ FOMC ห่างจาก Quad Witching เพียง 2 วัน แรงสองชั้นจึงซ้อนกัน ส่วนรอบมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม ตกหลังวันหมดอายุรายเดือนไปแล้ว แรง Charm จึงแยกออกจากเหตุการณ์เฟด รอบประชุมถัดไปคือ 28 ถึง 29 กรกฎาคม
ตั้งแต่เฟดเริ่มแถลงผลประชุมต่อสาธารณะในปี 1994 ดัชนี S&P 500 ทำผลตอบแทนเฉลี่ยราว 49 เบสิสพอยต์ ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนการประกาศผล FOMC งานวิจัยของ David Lucca และ Emanuel Moench แห่งเฟดสาขานิวยอร์กชี้ว่าผลตอบแทนก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนถึงราว 80% ของส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาดหุ้นในช่วงที่ศึกษา เงินก้อนนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เฟดจะเปิดเผยอะไรด้วยซ้ำ
ปรากฏการณ์นี้ขัดกับสามัญสำนึก เพราะตลาดดูเหมือนเดินหน้าไปทางหนึ่งทั้งที่ยังไม่รู้คำตอบ เครื่องมือเทคนิคอลทั่วไปอธิบายมันไม่ได้ แต่คณิตศาสตร์ของการป้องกันความเสี่ยงในตลาดออปชั่นสามารถอธิบายได้ชัด และแรงนั้นมีชื่อว่า Vanna Flow กับ Charm Flow
นักเทรด NQ และ ES รวมถึงผู้ที่เทรด US100 และ US500 ผ่านโบรกเกอร์ CFD มักสังเกตเห็นรูปแบบเดียวกัน นั่นคือดัชนีไต่ขึ้นเงียบๆ สองถึงสามวันก่อนวันประชุม ทั้งที่ปฏิทินเศรษฐกิจแทบว่างเปล่า บทความนี้จะอธิบายว่ากลไกเบื้องหลังคืออะไร ทำไมมันแรงเป็นพิเศษช่วง FOMC และนักเทรดจะอ่านมันได้อย่างไร

เดลต้า (Delta) คือค่าที่บอกว่าราคาออปชั่นจะขยับเท่าไรเมื่อดัชนีอ้างอิงขยับ และยังบอกโดยอ้อมว่าดีลเลอร์ต้องถือดัชนีหรือฟิวเจอร์สกี่หน่วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตเป็นกลาง ออปชั่นจึงไม่ได้นิ่ง เพราะเดลต้าเปลี่ยนตามทั้งราคา ความผันผวน และเวลา ตัวแปรสองตัวที่จับการเปลี่ยนแปลงนี้คือ Vanna และ Charm
Vanna คือความอ่อนไหวของเดลต้าต่อความผันผวนแฝง (Implied Volatility หรือ IV) เมื่อ IV ขยับ เดลต้าของออปชั่นทุกสัญญาในพอร์ตของดีลเลอร์ก็ขยับตาม แม้ราคาดัชนีจะยังไม่ไปไหน ดีลเลอร์จึงต้องซื้อหรือขายดัชนีเพื่อรักษาความเป็นกลาง
Charm คือความอ่อนไหวของเดลต้าต่อเวลาที่ผ่านไป หรือที่เรียกว่า Delta Decay ยิ่งเข้าใกล้วันหมดอายุ เดลต้าของออปชั่นที่อยู่นอกราคา (OTM) จะค่อยหดเข้าหาศูนย์ แรง Charm จึงเข้มข้นที่สุดในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายก่อนหมดอายุ และกระจุกตัวรอบวันหมดอายุรายเดือน วันหมดอายุรายไตรมาส และรอบ 0DTE รายวัน
นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่เป็นฝ่ายซื้อ Put ไว้ประกันความเสี่ยงขาลงของพอร์ต ทำให้ดีลเลอร์เป็นฝ่ายขายพุตให้ตลาดและถือสถานะขาย Put สุทธิ Put ที่ขายออกไปให้เดลต้าเป็นบวกในมุมของดีลเลอร์ ดีลเลอร์จึงต้องขายฟิวเจอร์สหรือดัชนีไว้จำนวนหนึ่งเพื่อหักล้างให้พอร์ตเป็นกลาง
เมื่อ IV ลดลง เดลต้าของ Put OTM จะหดเข้าหาศูนย์ ทำให้สถานะขายดัชนีที่ดีลเลอร์ถือไว้มากเกินจำเป็น ดีลเลอร์จึงต้องซื้อดัชนีกลับเพื่อปรับพอร์ต และนี่คือแรงซื้อเชิงกลไกที่ไม่เกี่ยวกับมุมมองพื้นฐานของใคร Cem Karsan ผู้ก่อตั้ง Kai Volatility และอดีตมาร์เก็ตเมกเกอร์ อธิบายว่าแรง Vanna แบบนี้มีทิศทางเป็นบวกอย่างเป็นระบบเมื่อ IV อยู่ในระดับสูงแล้วเริ่มย่อลง
แรง Charm ทำงานในทิศทางเดียวกัน โดยเมื่อเวลาผ่านไปเข้าหาวันหมดอายุ เดลต้าของ Put OTM จะหดลงทีละนิด ดีลเลอร์จึงทยอยซื้อดัชนีกลับทุกวัน และแรงสองตัวนี้รวมกันค่อยดันราคาขึ้นต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะสองสัปดาห์ก่อนวันหมดอายุรายเดือน
ช่วงก่อนประชุม FOMC มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้แรง Vanna และ Charm เข้มข้นกว่าปกติ ขณะที่นักลงทุนทยอยปิดความเสี่ยงเพื่อรอฟังผล ความผันผวนจริงในตลาดมักหดตัวและกดให้ IV อ่อนลง การอ่อนลงของ IV นี้เองที่จุดแรง Vanna ให้ดีลเลอร์ไล่ซื้อตามทิศทางที่สถานะสุทธิของตลาดเอียงไป
Lucca และ Moench พบว่าผลตอบแทนก่อน FOMC จะสูงกว่าในช่วงที่ IV อยู่ในระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับตรรกะของ Vanna โดยตรง เพราะ IV ที่สูงหมายถึงสถานะป้องกันความเสี่ยงที่ดีลเลอร์สะสมไว้มาก และเมื่อ IV ย่อลง แรงซื้อกลับจึงยิ่งใหญ่ตาม
เมื่อ FOMC มักตรงหรือใกล้วันหมดอายุออปชั่นรายเดือน แรง Charm จะเพิ่มน้ำหนักซ้อนเข้ามาพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ US500 และ US100 มัก “วิ่งเงียบๆ” ไปทางหนึ่งก่อนวันประชุม โดยไม่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญรองรับ จากนั้นเมื่อเฟดประกาศผลจริงและความไม่แน่นอนคลายลง IV จะถูกบีบลงแรงอีกระลอก ซึ่งเป็นจุดที่ความเสี่ยงเปลี่ยนรูปทันที
วันประกาศ FOMC ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่าวันปกติกว่า 30 เท่า และผลตอบแทนก่อนการประกาศคิดเป็นราว 80% ของส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาดหุ้นในกลุ่มตัวอย่างปี 1994 ถึง 2011 ดัชนีหุ้นหลักของประเทศอื่นก็แสดงรูปแบบคล้ายกัน แต่ไม่พบในตลาดพันธบัตรหรือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจประเภทอื่น
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่กฎตายตัว งานวิจัยรุ่นถัดมาของ Boguth, Gruber และ Mann พบว่าแรงดริฟต์ก่อน FOMC กระจุกอยู่เฉพาะรอบที่มีงานแถลงข่าว และงานวิจัยอีกหลายชิ้นชี้ว่าแรงนี้อ่อนลงหลังเป็นที่รู้จัก ตั้งแต่ปี 2019 ทุกรอบประชุมมีงานแถลงข่าว จึงควรอ่านแรงนี้เป็นแนวโน้มเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่สัญญาณที่การันตีผล
โดยปกติแรงนี้เอนไปทางขึ้นเพราะตลาดถือ Put เพื่อป้องกันความเสี่ยงเป็นหลัก แต่หากนักลงทุนแห่ถือ Call มากกว่า Put จนสกิวแบนลง แรงบางส่วนอาจพลิกไปอีกทาง และเมื่อเกิดเหตุการณ์ภายนอกที่รุนแรง แรงเชิงกลไกเหล่านี้ย่อมถูกแรงพื้นฐานกลบได้เสมอ
ภาพของ Vanna-Charm Flow เปลี่ยนไปมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา จากการระเบิดของออปชั่น 0DTE ที่หมดอายุภายในวันเดียว ข้อมูลจาก Cboe ระบุว่าในปี 2025 ออปชั่น 0DTE ของ SPX ซื้อขายเฉลี่ย 2.3 ล้านสัญญาต่อวัน คิดเป็น 59% ของวอลุ่ม SPX และแตะสถิติ 62% ในเดือนสิงหาคม จากที่เคยอยู่ราว 5% ในปี 2016
ประเด็นที่บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองข้ามคือ 0DTE แทบไม่มี Vega จึงไม่ได้สร้างแรง Vanna ที่ค่อยสะสมหลายวันก่อน FOMC แรงดริฟต์เงียบๆ หลายวันยังคงมาจากออปชั่นอายุยาวกว่าที่มี Vega จริง ส่วน 0DTE เพิ่มแรง Charm และ Gamma ที่กระจุกตัวรุนแรงระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงเปิดและปิดตลาด
หลังเฟดประกาศผล IV ถูกบีบลงและออปชั่น 0DTE จำนวนมหาศาลหมดอายุพร้อมกัน แรงป้องกันความเสี่ยงที่เคยหน่วงตลาดจึงหายไปและทำให้เกิด Whipsaw ง่ายกว่าเดิม แต่ Cboe เตือนว่าวอลุ่ม 0DTE ที่สูงไม่ได้แปลว่าแรงเฮดจ์ของดีลเลอร์จะสูงตาม เพราะคำสั่งของลูกค้ามักหักล้างกันเอง จนสถานะสุทธิที่ดีลเลอร์ต้องป้องกันจริงมีไม่มากเท่าที่ตัวเลขวอลุ่มดูเหมือนจะบอก
แรง Charm ที่ซ้อนกับแรง Vanna จะรุนแรงที่สุดเมื่อวันประชุม FOMC ตกใกล้วันหมดอายุออปชั่น และปฏิทินปี 2026 ทำให้เห็นภาพนี้ชัด รอบประชุมที่มีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจ (SEP) และ Dot Plot อย่างมีนาคม มิถุนายน และกันยายน มีวันประกาศผลห่างจาก Quad Witching เพียง 2 วัน แรงสองชั้นจึงสะสมในสัปดาห์เดียวกัน
ตรงข้ามกับรอบประชุมปลายเดือนทั้งสี่รอบ คือมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม ที่ตกหลังวันหมดอายุรายเดือนไปแล้วราว 12 วัน แรง Charm เข้าหาวันหมดอายุจึงผ่านไปก่อนที่เหตุการณ์เฟดจะมาถึง สองแรงนี้แยกออกจากกัน ส่วนรอบธันวาคมเป็นรอบ SEP ที่วันประกาศห่างจาก Quad Witching ราว 9 วัน ใกล้แต่ยังไม่ซ้อนกันเต็มที่
| รอบประชุม FOMC 2026 | วันประกาศผล (พุธ) | วันหมดอายุออปชั่น (ศุกร์ที่ 3) | ระยะห่าง | ลักษณะแรง |
|---|---|---|---|---|
| 27–28 ม.ค. | 28 ม.ค. | 16 ม.ค. | FOMC หลัง OPEX ราว 12 วัน | แยกกัน |
| 17–18 มี.ค. (SEP) | 18 มี.ค. | 20 มี.ค. (Quad Witching) | 2 วัน | ซ้อนกัน |
| 28–29 เม.ย. | 29 เม.ย. | 17 เม.ย. | FOMC หลัง OPEX ราว 12 วัน | แยกกัน |
| 16–17 มิ.ย. (SEP) | 17 มิ.ย. | 19 มิ.ย. (Quad Witching) | 2 วัน | ซ้อนกัน |
| 28–29 ก.ค. | 29 ก.ค. | 17 ก.ค. | FOMC หลัง OPEX ราว 12 วัน | แยกกัน |
| 15–16 ก.ย. (SEP) | 16 ก.ย. | 18 ก.ย. (Quad Witching) | 2 วัน | ซ้อนกัน |
| 27–28 ต.ค. | 28 ต.ค. | 16 ต.ค. | FOMC หลัง OPEX ราว 12 วัน | แยกกัน |
| 8–9 ธ.ค. (SEP) | 9 ธ.ค. | 18 ธ.ค. (Quad Witching) | ราว 9 วัน | ใกล้แต่ไม่ซ้อน |
เฟดประกาศผลเวลา 14:00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ และมีงานแถลงข่าวต่อเวลา 14:30 น. แปลเป็นเวลาไทยคือผลออกราวตี 1 และแถลงข่าวราวตี 1 ครึ่งในรอบที่อยู่ช่วงเวลาออมแสง ส่วนรอบฤดูหนาวอย่างมกราคมและธันวาคม ผลจะออกราวตี 2 และแถลงข่าวราวตี 2 ครึ่ง
แรงไต่ขึ้นเงียบๆ ก่อนประชุมเกิดในช่วงตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งตรงกับเวลาประมาณสามทุ่มถึงตีสี่ของบ้านเรา นั่นหมายความว่าทั้ง
แรงดริฟต์และ Whipsaw หลังประกาศมักเกิดขึ้นในขณะที่เทรดเดอร์ไทยหลับ สำหรับผู้ที่ถือสถานะ US100 หรือ US500 ผ่าน CFD ความเสี่ยงจึงมีทั้งทิศทางของราคาและการกระโดดข้ามคืนที่อาจเลยจุดตัดขาดทุนไป
สิ่งที่ทำได้จริงคือวางแผนสถานะและจุดตัดขาดทุนให้เสร็จก่อนเข้านอน คำนวณขนาดสถานะโดยเผื่อการเหวี่ยงรอบประกาศ และเผื่อต้นทุนค่าธรรมเนียมการถือ CFD ข้ามคืนที่สะสมทุกวัน การรู้ว่าแรงนี้มาจากกลไกป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่ข่าวจริง ช่วยให้ไม่ไล่ตามการเคลื่อนไหวที่อาจกลับทิศเร็วหลังเฟดแถลง
เช็กทิศทาง Net Gamma ของ SPX และ NDX ก่อนวันประชุม หากตลาดอยู่ในโซน Positive Gamma หนัก แรง Vanna มักดันราคาขึ้นแบบนิ่งๆ ส่วนโซน Negative Gamma มักผันผวนแรงกว่าปกติ
ดูว่าวันประชุมตรงกับสัปดาห์หมดอายุออปชั่นหรือไม่ ถ้าตรงกัน ให้ระวังแรง Charm สร้างการเคลื่อนไหวหลอกก่อนวันประกาศจริง โดยเฉพาะรอบมีนาคม มิถุนายน และกันยายน 2026 ที่ซ้อนกับ Quad Witching
เทียบราคากับระดับ Call Wall และ Put Wall ของ SPX ถ้าราคาขยับเข้าใกล้ Call Wall ก่อน FOMC แบบไม่มีข่าวรองรับ มีโอกาสสูงที่เป็นแรงจาก Vanna ไม่ใช่แรงพื้นฐานจริง
ระวัง Whipsaw หลังประกาศผล เพราะ IV มักดีดกลับและออปชั่น 0DTE จำนวนมากหมดอายุพร้อมกัน ทำให้ดีลเลอร์ต้องปรับสถานะป้องกันความเสี่ยงกลับทิศ
นักเทรดที่ใช้กรอบ ICT อยู่แล้วสามารถมอง Vanna-Charm Flow เป็นอีกชั้นที่อธิบายการสะสมสภาพคล่องก่อนข่าวใหญ่ การเคลื่อนไหวที่เกิดจาก Vanna มักสร้างแอ่งสภาพคล่องไว้ฝั่งตรงข้ามล่วงหน้า เมื่อ FOMC ประกาศผลจริง ราคามักย้อนไปกวาดสภาพคล่องฝั่งนั้นก่อนเลือกทิศทางที่แท้จริง
การแยกออกว่าการเคลื่อนไหวก่อนข่าวมาจากแรงออปชั่น ไม่ใช่แรงซื้อขายตามพื้นฐาน ช่วยให้ไม่ติดกับดักไล่ตามจังหวะที่พร้อมกลับทิศอย่างฉับพลัน นี่คือเหตุผลที่นักเทรดสายโครงสร้างให้น้ำหนักกับจังหวะวันหมดอายุและระดับ Net Gamma มากพอกับการอ่านกราฟราคา
FOMC คือคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ทำหน้าที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประชุมปีละ 8 ครั้ง และประกาศผลพร้อมงานแถลงข่าวทุกครั้ง ในปี 2026 มีสี่รอบที่เผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot คือมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
US100 คือชื่อเรียกดัชนี Nasdaq 100 บนแพลตฟอร์ม CFD ส่วน US500 คือดัชนี S&P 500 ทั้งสองเทียบเคียงกับสัญญาฟิวเจอร์ส NQ และ ES ตามลำดับ หลักการ Vanna-Charm Flow จึงใช้ได้กับทั้งนักเทรดฟิวเจอร์สและนักเทรด CFD
Vanna คือการเปลี่ยนแปลงของเดลต้าเมื่อความผันผวนแฝงเปลี่ยน ส่วน Charm คือการเปลี่ยนแปลงของเดลต้าเมื่อเวลาผ่านไป Vanna ทำงานเมื่อ IV ขยับ ขณะที่ Charm ค่อยสะสมแรงเข้าหาวันหมดอายุออปชั่น
เพราะดีลเลอร์ส่วนใหญ่ขายพุตสุทธิ เมื่อ IV ย่อลงและเวลาเดินเข้าหาวันหมดอายุ เดลต้าของพุตหดลง ดีลเลอร์จึงต้องซื้อดัชนีกลับเพื่อปรับพอร์ต แรงซื้อเชิงกลไกนี้ดันราคาขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยข่าว
ออปชั่น 0DTE คิดเป็นราว 59% ของวอลุ่ม SPX ในปี 2025 แต่แทบไม่มี Vega จึงไม่ใช่ตัวขับแรงดริฟต์หลายวันก่อนประชุม สิ่งที่มันเพิ่มคือความผันผวนระหว่างวันและความเสี่ยง Whipsaw รุนแรงหลังเฟดแถลง
แรง Vanna และ Charm เป็นชั้นข้อมูลที่อธิบายได้ว่าทำไม US500 และ US100 ถึงมักเคลื่อนไหวก่อนวัน FOMC ทั้งที่ปฏิทินข่าวยังเงียบ แต่ตัวเลข 49 เบสิสพอยต์และสัดส่วน 80% เป็นค่าเฉลี่ยในอดีต ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะเกิดซ้ำทุกครั้ง
สำหรับปี 2026 สองปัจจัยที่เปลี่ยนเกมคือการที่ออปชั่น 0DTE ครองวอลุ่มเกินครึ่ง กับการที่รอบประชุมเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน ตกใกล้ Quad Witching การติดตาม Net Gamma ระดับ Call Wall และ Put Wall และจังหวะวันหมดอายุ จะช่วยให้แยกออกว่าแรงไหนมาจากกลไก แรงไหนมาจากพื้นฐาน
สำหรับเทรดเดอร์ที่ติดตาม US100 และ US500 ความได้เปรียบอยู่ที่การรู้ว่าการเคลื่อนไหวก่อนและหลังประกาศส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของคณิตศาสตร์การป้องกันความเสี่ยง และการวางแผนความเสี่ยงข้ามคืนให้สอดคล้องกับจังหวะที่แรงนั้นมักปรากฏ มากกว่าการพยายามทายทิศทางของเฟดล่วงหน้า