เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-13

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าโลกการเงินปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หลายคนอาจจะสงสัยว่า crypto คืออะไร คำตอบที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ Cryptocurrency คือ "สกุลเงินดิจิทัล" ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนบนอินเทอร์เน็ต โดยมีมูลค่าตามกลไกตลาดและถูกเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แม้เราจะไม่สามารถสัมผัสเหรียญเหล่านี้ได้เหมือนเงินบาทหรือเงินดอลลาร์ แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกไว้อย่างโปร่งใสบนระบบ "บล็อกเชน" (Blockchain) ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกให้ความสนใจ
สาเหตุที่ทำให้ crypto คืออะไร ที่มากกว่าแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นนวัตกรรมที่ยั่งยืน มาจากเหตุผลหลัก 3 ประการ:
ความเป็นอิสระ (Decentralized): ไม่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลางหรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ลดข้อจำกัดในการผลิตเงินและการโอนข้ามประเทศ
ความโปร่งใสและปลอดภัย: ทุกธุรกรรมถูกบันทึกในบล็อกเชนที่แก้ไขได้ยาก ตรวจสอบได้จากทั่วโลก
โอกาสในการสร้างผลตอบแทน: ด้วยความผันผวนและปัจจัยพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนสามารถใช้ความผันผวนนี้ในการสร้างกำไรตามกลยุทธ์ที่เหมาะสม

Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงเหรียญแรกของโลก แต่คือ "มาตรฐาน" ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาด
ถูกเรียกว่าทองคำดิจิทัล: เช่นเดียวกับทองคำ Bitcoin มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ทำให้มันมีคุณสมบัติในการป้องกันเงินเฟ้อ (Anti-inflation) และเป็นแหล่งเก็บรักษาเก็บมูลค่า (Store of Value) ในระยะยาว
ความน่าเชื่อถือระดับโลก: ด้วย Market Cap ที่สูงที่สุด (อันดับ 7 ของสินทรัพย์ทั่วโลก ณ มกราคม 2569) และการยอมรับจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ รวมถึงการมี Spot ETF ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์พื้นฐานที่นักลงทุนระดับสถาบันต้องมีติดพอร์ต

หาก Bitcoin คือทองคำ Ethereum ก็เปรียบเสมือน "น้ำมัน" หรือ "ระบบปฏิบัติการ" ที่ขับเคลื่อนโลกอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ (Web3)
Smart Contracts (สัญญาอัจฉริยะ): จุดเด่นที่ทำให้ ETH แตกต่างคือการเป็นแพลตฟอร์มที่ให้นักพัฒนาทั่วโลกมาสร้างแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง (DApps) ผ่านเงื่อนไขโปรแกรมที่ทำงานอัตโนมัติ
ระบบนิเวศที่กว้างขวาง: Ethereum คือเบื้องหลังของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง DeFi (การเงินไร้ตัวกลาง), NFTs (สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีชิ้นเดียวในโลก) และ GameFi (เกมที่เล่นแล้วได้เงินจริง) การเติบโตของเทคโนโลยีเหล่านี้จึงส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของเหรียญ ETH

ท่ามกลางความผันผวนของราคาคริปโต Tether (USDT) ทำหน้าที่เป็น "ที่พักเงิน" หรือ Safe Haven ให้กับนักเทรด
Stablecoin อันดับ 1: USDT เป็นเหรียญประเภท Stablecoin ที่ผูกมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 หมายความว่า 1 USDT จะมีค่าใกล้เคียง 1 ดอลลาร์เสมอ โดยมีทุนสำรองเป็นสินทรัพย์จริง (เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ) ค้ำประกันไว้
สภาพคล่องและการใช้งาน: นักลงทุนนิยมใช้ USDT เป็นสื่อกลางในการซื้อขายเหรียญอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากราคาเหรียญที่แกว่งตัวแรง และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการโอนเงินระหว่างประเทศที่รวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำกว่าระบบธนาคารแบบเดิม
การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเปรียบเสมือน "เหรียญสองด้าน" แม้จะมีโอกาสสร้างกำไรที่รวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคา การเลือกพันธมิตรหรือแพลตฟอร์มที่มั่นคงจึงเป็นกุญแจสำคัญ
ที่ EBC Financial Group เราเข้าใจดีว่าความเร็วและความเสถียรคือหัวใจของการลงทุน เราพร้อมสนับสนุนคุณด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ระดับสากลและข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจของคุณบนโลก crypto คืออะไร ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
เริ่มต้นเส้นทางการลงทุนของคุณอย่างมั่นใจไปกับ EBC Financial Group ที่ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยและความเชี่ยวชาญระดับโลกมารวมอยู่ในที่เดียว [คลิกเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มต้นกับเราวันนี้]
คือ สกุลเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ใช้การเข้ารหัส (Cryptography) ในการรักษาความปลอดภัย ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ หรือใช้เพื่อการลงทุนผ่านระบบเครือข่ายกระจายศูนย์
คือเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ซึ่งเป็นระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายตัวที่ทุกคนในเครือข่ายสามารถตรวจสอบได้ ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง โปร่งใส และไม่สามารถถูกแฮ็กหรือเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ
ในประเทศไทย คริปโตเคอร์เรนซีถูกจัดเป็น "สินทรัพย์ดิจิทัล" ตาม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีการรองรับและกำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อคุ้มครองนักลงทุน
Bitcoin (บิตคอยน์) คือ "ชื่อเหรียญ" คริปโตเหรียญแรกของโลก ส่วน Crypto (คริปโต) คือ "ชื่อเรียกโดยรวม" ของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด เปรียบได้กับ Bitcoin คือ "ทองคำ" และ Crypto คือ "กลุ่มโลหะมีค่า" นั่นเอง
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดหนึ่งโดยเฉพาะ