สรุปภาพรวม s&p 500 ปี 2025 โตแกร่งรับเทรนด์ AI พร้อมเจาะลึกทิศทางทำกำไรปี 2026
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

สรุปภาพรวม s&p 500 ปี 2025 โตแกร่งรับเทรนด์ AI พร้อมเจาะลึกทิศทางทำกำไรปี 2026

ผู้เขียน: Blair Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-05

แม้ว่าบรรยากาศการซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2025 ในวอลล์สตรีทจะดูเงียบเหงาและปิดลบเล็กน้อย สวนทางกับความคาดหวังเรื่อง "Santa Claus Rally" แต่หากมองภาพกว้างทั้งปี ต้องบอกว่าเป็นปีทองของนักลงทุนอย่างแท้จริงครับ โดยเฉพาะ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่สามารถทำผลตอบแทนเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งถึง 16.39% ซึ่งนับเป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว

ปี 2025 ปีแห่งความผันผวนที่จบลงด้วยชัยชนะของ s&p 500

ถึงแม้ว่าวันสุดท้ายของปี (31 ธ.ค. 2025) ดัชนีหลักทั้ง 3 จะปิดลบ โดย Dow Jones ร่วงลง -0.63%, Nasdaq -0.76% และ S&P 500 -0.74% ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนผิดหวังที่ไม่ได้เห็นการพุ่งขึ้นในช่วงท้ายปี (Santa Rally) ตามสถิติเดิม


แต่หากเราถอยออกมามองภาพรวมตลอดทั้งปี 2025 จะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สร้างสถิติที่น่าประทับใจมาก:

  • ดัชนีเอสแอนด์พี 500: +16.39%

  • Nasdaq Composite: +20.36% (แรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี)

  • Dow Jones: +12.97%

นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า แม้จะมีความผันผวนจากนโยบายภาษีหรือความไม่แน่นอนของดอกเบี้ย แต่พื้นฐานของตลาดโดยรวมยังคง "Bullish" หรือเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน


กราฟ.jpeg

หุ้น AI พระเอกตัวจริงที่ดันตลาดทำ All-Time High

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "AI Boom" คือเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนตลาดในปีนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนน่าตกใจ

Nvidia: ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 39% และกลายเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าตลาดแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

กลุ่มผู้ผลิตชิป: Micron, Western Digital และ Seagate มูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า

Alphabet (Google): ช่วยดันกลุ่มสื่อสารให้โดดเด่น ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นถึง 65%


ส่องกล้องมองปี 2026: โอกาสกระจายตัว และยุคใหม่ของการลงทุน

คำถามสำคัญคือ "ปีหน้าจะเป็นอย่างไร?" ผู้เชี่ยวชาญจาก Morgan Stanley Investment Management มองว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ "การกระจายตัวของผลตอบแทนชัดเจนยิ่งขึ้น"

การเปลี่ยนผ่านสู่โอกาสที่กว้างขึ้น

ยุคที่มีหุ้นชนะตลาดเพียงไม่กี่ตัว (Winner takes all) กำลังจะผ่านไป เราอาจจะได้เห็นการเติบโตที่กระจายไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น ทั้งในสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศ เช่น เอเชียแปซิฟิกที่พุ่งแรงในปีที่ผ่านมา

ดัชนีแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equal-weighted) อาจน่าสนใจกว่าแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Cap-weighted) ในปีหน้า

นโยบายการเงินของ FED และประธานคนใหม่ จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางสำคัญ ซึ่งนักลงทุนคาดหวังการผ่อนคลายดอกเบี้ยเพิ่มเติม


Expert Insight:

"ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการเดิมพันกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นปีของการมองหาโอกาสรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยดอกเบี้ยขาลงและการเติบโตของ Tech Sector ในวงกว้าง การเทรดกับโบรกเกอร์ที่ให้คุณเข้าถึงตลาด Global ได้ครบวงจร คือความได้เปรียบที่คุณควรมี"


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
หุ้น WDC พุ่งขึ้น 261%: ผู้ชนะ S&P 500 ในปี 2025 ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่?
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2025 และหุ้นเด่นปี 2026
 S&P 500 ปิดลบส่งท้ายปี รับแรงขายทำกำไรหุ้นเทคฯ เตรียมจับตา “Santa Claus Rally”
January Effect ยังใช้ได้หรือไม่ ข้อมูลในอดีตแสดงอะไร?
VOO ETF และทิศทาง S&P 500: แนวรับสำคัญจะพยุงตลาด หรือแรงกดดันจะลากยาวถึงปี 2026