Limit Order vs Stop Order ต่างกันตรงไหน? สรุปจบในที่เดียว!
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

Limit Order vs Stop Order ต่างกันตรงไหน? สรุปจบในที่เดียว!

ผู้เขียน: Niracha Wang

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-12

ChatGPT Image Mar 12, 2026, 06_44_24 PM.png


ในการเริ่มต้นเทรดหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซี มือใหม่หลายคนมักเจอปัญหา "สั่งซื้อแล้วไม่ได้ของ" หรือ "ทำไมระบบขายออกไปในราคาที่ไม่ได้ตั้งใจ" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการเลือกใช้ประเภทคำสั่งซื้อขายที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Limit Order และ Stop Order จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการบริหารพอร์ตการลงทุน มาดูกันดีกว่า ความแตกต่างของคำสั่งซื้อเป็นยังไง

ChatGPT Image Mar 12, 2026, 06_54_19 PM.png

Limit Order คืออะไร? 

Limit Order คือ คำสั่งซื้อหรือขายที่คุณสามารถ "ระบุราคาที่แน่นอน" ที่คุณต้องการได้ ระบบจะทำการจับคู่คำสั่งให้ก็ต่อเมื่อราคาวิ่งมาถึงจุดที่คุณกำหนดไว้ หรือในราคาที่ดีกว่าเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้:

1. Buy Limit (คำสั่งตั้งซื้อที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน)

เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ "ของถูก" หรือมองว่าราคากำลังจะย่อตัวลงมาในจุดที่คุ้มค่า

  • หลักการ: ตั้งราคาซื้อไว้ "ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน"

  • ตัวอย่าง: หุ้น A ราคาปัจจุบัน 100 บาท แต่คุณอยากได้ที่ราคา 95 บาท คุณจึงส่งคำสั่ง Buy Limit ที่ 95 บาท ระบบจะซื้อให้ก็ต่อเมื่อราคาลงมาถึง 95 บาท (หรือต่ำกว่า) เท่านั้น

2. Sell Limit (คำสั่งตั้งขายที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน)

มักใช้สำหรับการตั้งเป้าหมายกำไร (Take Profit) เพื่อขายทรัพย์สินออกไปในราคาที่สูงขึ้น

  • หลักการ: ตั้งราคาขายไว้ "สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน"

  • ตัวอย่าง: คุณมีหุ้น A ต้นทุน 95 บาท และอยากขายทำกำไรที่ 110 บาท คุณส่งคำสั่ง Sell Limit ไว้ที่ 110 บาท ระบบจะขายให้ก็ต่อเมื่อราคาขึ้นไปแตะ 110 บาทขึ้นไป

ข้อดีและข้อควรระวังของ Limit Order

  • ข้อดี: คุณจะได้ราคาที่ต้องการแน่นอน 100% ช่วยให้คุมต้นทุนและกำไรได้เป๊ะ ไม่ต้องกลัวราคาเลื่อน (Slippage)

  • ข้อควรระวัง: มีความเสี่ยงที่จะ "ไม่ได้ของ" หรือ "ขายไม่สำเร็จ" หากราคาวิ่งไปไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้แม้เพียงช่องเดียวก็ตาม


ChatGPT Image Mar 12, 2026, 06_54_34 PM.png

Stop Order คืออะไร? 

Stop Order คือ คำสั่งที่จะ "ยังไม่ทำงาน" จนกว่าราคาจะวิ่งไปแตะจุดที่กำหนด (Stop Price) เมื่อราคาถึงจุดนั้นแล้ว คำสั่งจะถูกเปลี่ยนเป็นคำสั่งราคาตลาด (Market Order) เพื่อทำการซื้อหรือขายทันที โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่เทรดเดอร์ต้องใช้บ่อยที่สุด ดังนี้:

1. Sell Stop (คำสั่งตั้งขายเมื่อราคาลงมาถึงจุดที่กำหนด)

มักใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการ "Stop Loss" เพื่อรักษาเงินทุน โดยระบบจะตั้งขายเมื่อราคา "หลุด" แนวรับลงมา

  • หลักการ: ตั้งราคาขายไว้ "ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน"

  • ตัวอย่าง: คุณซื้อหุ้นมาที่ 100 บาท และยอมรับการขาดทุนได้สูงสุดที่ 90 บาท คุณจึงตั้ง Sell Stop ไว้ที่ 90 บาท หากราคาร่วงลงมาแตะ 90 บาท ระบบจะส่งคำสั่งขายออกทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านั้น

2. Buy Stop (คำสั่งตั้งซื้อเมื่อราคาพุ่งขึ้นไปถึงจุดที่กำหนด)

ใช้สำหรับกรณีเทรดแบบ "Breakout" หรือการซื้อตามเมื่อราคาทะลุแนวต้านสำคัญเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น

  • หลักการ: ตั้งราคาซื้อไว้ "สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน"

  • ตัวอย่าง: หุ้น A ราคาปัจจุบัน 100 บาท และมีแนวต้านอยู่ที่ 105 บาท คุณต้องการความมั่นใจว่ามันจะขึ้นจริง จึงตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 106 บาท เมื่อราคาพุ่งทะลุ 106 บาท ระบบจะทำการซื้อให้คุณทันที

ข้อดีและข้อควรระวังของ Stop Order

  • ข้อดี: ช่วยให้รักษาวินัยในการเทรด (โดยเฉพาะการตัดขาดทุน) และช่วยให้เข้าซื้อได้ทันท่วงทีเมื่อราคามีแรงส่ง (Momentum) โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา

  • ข้อควรระวัง: เมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด คำสั่งจะกลายเป็น Market Order ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องราคาเลื่อน (Slippage) ในตลาดที่ผันผวนแรง ราคาที่คุณขายได้จริงอาจจะต่ำกว่าราคา Stop ที่คุณตั้งไว้เล็กน้อย


ChatGPT Image Mar 12, 2026, 06_44_31 PM.png


ความแตกต่างระหว่าง Limit Order และ Stop Order ที่เทรดเดอร์ต้องรู้

แม้ทั้งคู่จะเป็นคำสั่งแบบ "รอราคา" เหมือนกัน แต่มีจุดประสงค์หลักที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

ความแน่นอนของราคา (Price Certainty)

  • Limit Order: การันตีราคา แต่ไม่การันตีว่าจะได้ของไหม

  • Stop Order: การันตีว่าได้ของ/ได้ขายแน่นอน (เมื่อถึงจุด Stop) แต่ไม่การันตีราคา เพราะราคาอาจจะเลื่อนไปจากจุด Stop เล็กน้อยตามสภาพคล่อง ณ ขณะนั้น

สภาพคล่องและการจับคู่คำสั่ง (Order Fill)

ในตลาดที่ผันผวนรุนแรง Limit Order อาจจะถูกทิ้งไว้กลางทางเพราะราคาวิ่งผ่านไปเร็วมาก แต่ Stop Order จะทำหน้าที่เหมือน "การตื่นขึ้นมาทำงาน" ทันทีที่ราคาแตะเงื่อนไข ทำให้คุณมีโอกาสออกจากตลาดได้เร็วกว่าในกรณีฉุกเฉิน


ตารางสรุป: เลือกใช้ Limit Order หรือ Stop Order ในสถานการณ์ไหนดี?

สถานการณ์

ประเภทคำสั่งที่แนะนำ

เหตุผล

อยากซื้อของถูก

 (ตั้งรอราคาด้านล่าง)

Buy Limit

เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำตามต้องการ

อยากขายทำกำไร 

(ตั้งเป้าหมายกำไร)

Sell Limit

เพื่อให้ได้กำไรตามเป้าที่วางไว้

อยากหนีตาย 

(ตัดขาดทุนเมื่อราคาตก)

Sell Stop 

เพื่อยอมรับการขาดทุนและออกจากตลาดทันที

อยากซื้อตาม 

(เมื่อราคาพุ่งทะลุแนวต้าน)

Buy Stop

เพื่อไม่ให้ตกขบวนเมื่อราคาเปลี่ยนแนวโน้ม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Limit Order vs. Stop Order

Limit Order กับ Stop Order ต่างกันอย่างไร?

Limit Order คือการระบุราคาที่แน่นอนเพื่อควบคุมต้นทุน ส่วน Stop Order คือการตั้งเงื่อนไขราคาเพื่อรอทำงานอัตโนมัติเมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด


Stop loss หมายถึงอะไร?

การตั้งจุดตัดขาดทุนล่วงหน้าเพื่อปิดสถานะการลงทุนอัตโนมัติเมื่อราคาลดลงถึงระดับที่กำหนด ช่วยจำกัดความเสี่ยงไม่ให้พอร์ตเสียหายหนัก


Market to Limit Order คืออะไร?

คำสั่งซื้อขายที่ราคาตลาด ณ ขณะนั้นทันที แต่หากจับคู่ไม่หมด ส่วนที่เหลือจะถูกตั้งรอไว้เป็น Limit Order ที่ระดับราคาสุดท้ายที่จับคู่ได้


แยกคำสั่งเทรดให้ถูก เพื่อการเทรดที่ตอบโจทย์ที่สุด

จะเห็นได้ว่า การเข้าใจความแตกต่างของคำสั่งซื้อ-ขายสินทรัพย์แต่ละประเภท และเลือกใช้คำสั่งได้อย่างถูกต้องคือหัวใจสำคัญ โดย Limit Order จะช่วยให้คุณได้ราคาที่ดีที่สุดตามที่วางแผนไว้ ส่วน Stop Order จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันโอกาสและรักษาเงินทุนในยามคับขัน เมื่อคุณเชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือทั้งสองควบคู่กันอย่างถูกจังหวะ ความสำเร็จที่ยั่งยืนในโลกการลงทุนก็อยู่แค่เอื้อม

สำหรับเทรดเดอร์ที่มองหาพันธมิตรในการลงทุนที่มั่นคงและรองรับการส่งคำสั่งทุกรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ EBC Financial Group พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกและใบอนุญาตกำกับดูแลที่เข้มงวด ช่วยให้ทุกกลยุทธ์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัยและวางใจได้ในระยะยาว


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
Limit Order vs Stop Order ต่างกันตรงไหน? สรุปจบในที่เดียว!
MT4 กับ MT5 ตัวไหนใช่? มือใหม่ มือโปรห้ามพลาด
เจาะลึก Order Execution กลไกซ่อนเร้นของตลาด
Liquidity Forex vs หุ้น สภาพคล่องแบบไหนดีกว่ากัน?
Index Fund กับ ETF ต่างกันยังไง?แบบไหนเหมาะกับคุณ