ปฎิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ เปิดเดือนกันยายน จับตา ISM PMI และ Nonfarm Payrolls หลัง Fed ส่งสัญญาณเดือดที่ Jackson Hole
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ปฎิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ เปิดเดือนกันยายน จับตา ISM PMI และ Nonfarm Payrolls หลัง Fed ส่งสัญญาณเดือดที่ Jackson Hole

ผู้เขียน: เนตรนภา ป.

เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-31   
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-31

ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ ตั้งแต่วันแรกของเดือนกันยายนที่เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะประธาน Fed ที่ Jackson Hole เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา น้ำเสียงของเขาค่อนไปทาง Hawkish มากกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ก่อนหน้า ตลาดจึงเดินหน้าเข้าสู่เดือนกันยายนพร้อมกับชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีน้ำหนักสูง ทั้ง JOLTS, ISM Manufacturing PMI และไฮไลต์ของสัปดาห์อย่าง Nonfarm Payrolls ที่จะประกาศวันศุกร์ ก่อนที่ทุกสายตาจะหันไปที่การประชุม FOMC วันที่ 15-16 กันยายน

สำหรับนักเทรดที่ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ คำถามหลักไม่ได้อยู่ที่ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ในทันที แต่อยู่ที่ว่าตัวเลขจ้างงานและภาคการผลิตจะออกมาสอดคล้องกับท่าทีเข้มงวดของวอร์ชหรือไม่ เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอลลาร์ ทองคำ และดัชนีหุ้นในช่วงสองสัปดาห์ก่อนการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไป

ประเด็นสำคัญ

  • Warsh ยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% และปฏิเสธที่จะให้ Forward Guidance ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจแต่ละชุดมีผลต่อราคาสินทรัพย์มากขึ้นกว่าเดิม

  • สัปดาห์นี้มีรายงานสำคัญต่อเนื่องกันหลายวัน ได้แก่ JOLTS วันอังคาร ISM Manufacturing PMI วันอังคารเช่นกัน ADP และ ISM Services PMI กลางสัปดาห์ และ Nonfarm Payrolls วันศุกร์

  • ตลาดให้น้ำหนักกับ Nonfarm Payrolls เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นรายงานจ้างงานฉบับสุดท้ายก่อนการประชุม FOMC วันที่ 15-16 กันยายน

  • ดอลลาร์ ทองคำ และ Bond Yield สหรัฐฯ มีโอกาสเคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงประกาศตัวเลข โดยเฉพาะหากผลจริงต่างจากค่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

  • การบริหารขนาดสถานะและจุดตัดขาดทุนควรได้รับความสำคัญเป็นลำดับต้นตลอดสัปดาห์นี้


Featured_ตลาดโลกเปิดเดือนกันยายน ปฎิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้.jpg

ทวนสุนทรพจน์ของ Warsh และผลต่อตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สุนทรพจน์ของวอร์ชในธีม “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” ที่ Jackson Hole ไม่ได้เน้นเรื่องเทคโนโลยีการเงินตามชื่องานมากนัก เขากลับใช้เวทีนี้ยืนยันจุดยืนต่อเงินเฟ้อ โดยระบุว่า Fed ยังมีงานต้องทำ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนเข้าสู่เป้าหมายอย่างชัดเจนและรวดเร็วเพียงพอ ประโยคนี้ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญญาณเชิง Hawkish แม้ตัวเลขเงินเฟ้อฤดูร้อนที่ผ่านมาจะออกมาดีกว่าคาด

วอร์ชยังปฏิเสธที่จะให้ Forward Guidance หรือคำใบ้ล่วงหน้าเรื่องทิศทางดอกเบี้ย จุดยืนนี้ต่างจากประธาน Fed คนก่อนอย่างชัดเจน เพราะเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) เคยใช้เวที Jackson Hole ปีที่แล้วส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยจนตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่วอร์ชเลือกบอกเพียงว่าตลาดไม่ควรพึ่งพา Fed สำหรับสัญญาณการเทรดครั้งต่อไป ผลที่ตามมาคือความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนที่ตลาดคาดการณ์ผ่านสัญญาฟิวเจอร์สเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ แม้ตัวเลขที่แน่นอนจะแกว่งไปมาตามข้อมูลใหม่ที่เข้ามาแต่ละวัน

ผลต่อตลาดในสัปดาห์ถัดจากการประชุมค่อนข้างชัดเจน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขยับขึ้น ดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินหลัก ส่วนทองคำเผชิญแรงขายจากต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลายก็ทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไม่หายไปทั้งหมด

ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้

รายงานตัวเลขสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้เรียงตามลำดับวันได้ดังนี้

วันอังคารที่ 1 กันยายน

มีการประกาศ JOLTS หรือจำนวนตำแหน่งงานว่างของเดือนกรกฎาคม พร้อมกันกับตัวเลข ISM Manufacturing PMI ของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นรายงานแรกที่จะสะท้อนว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังหดตัวต่อเนื่องหรือเริ่มทรงตัว ตัวเลข S&P Global Manufacturing PMI ฉบับก่อนหน้าปรับลงมาที่ 53.2 จุดจาก 53.9 จุด สะท้อนการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

กลางสัปดาห์

ตลาดจะได้เห็น ADP Employment Change ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าก่อน Nonfarm Payrolls แม้ความแม่นยำจะไม่แน่นอนเสมอไป ตามมาด้วย ISM Services PMI ที่ครอบคลุมภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่กว่าภาคการผลิตในเศรษฐกิจสหรัฐฯ

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน

เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย คือกำหนดการประกาศ Nonfarm Payrolls ของเดือนสิงหาคม พร้อมอัตราการว่างงานและค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง รายงานฉบับนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นข้อมูลจ้างงานชุดสุดท้ายก่อนการประชุม FOMC วันที่ 15-16 กันยายน หากตัวเลขจ้างงานใหม่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับที่ตลาดแรงงานต้องการเพื่อรองรับแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ระบบ ความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยอาจกลับมา แม้จะขัดกับน้ำเสียงของวอร์ชที่ Jackson Hole ก็ตาม

สินทรัพย์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ดอลลาร์สหรัฐฯ

อยู่ในจุดที่อ่อนไหวต่อทั้งตัวเลขจ้างงานและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed รายอื่นที่อาจตามมาหลัง Jackson Hole ดัชนี DXY มีโอกาสแกว่งตัวแรงในวันศุกร์ โดยเฉพาะหากตัวเลข Nonfarm Payrolls ต่างจากค่าคาดการณ์เกินกว่าหลักหมื่นตำแหน่ง

ทองคำ

ยังคงเผชิญแรงกดดันสองทาง ด้านหนึ่งคือ Bond Yield ที่สูงขึ้นซึ่งลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำ อีกด้านหนึ่งคือแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงที่ยังไม่หายไป ราคาทองคำในสัปดาห์นี้จึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามข่าวรายวันมากกว่าจะเดินตามแนวโน้มเดียวต่อเนื่อง

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ

โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ Growth Stock มีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยมากกว่ากลุ่มอื่น ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นกดดันการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้โดยตรง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารอาจได้อานิสงส์บางส่วนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น

คู่เงิน USD/JPY

ยังมีปัจจัยเฉพาะตัวจากนโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้ามาผสม ทำให้การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝั่งสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

แนวทางวางแผนล่วงหน้าสำหรับนักเทรด

การวางแผนเทรดในสัปดาห์ที่มีรายงานเศรษฐกิจถี่เช่นนี้ ควรเริ่มจาก

  • ตรวจเช็กปฎิทินเศรษฐกิจ ระบุเวลาประกาศแต่ละรายการล่วงหน้า แล้วจึงประเมินว่าสถานะที่เปิดอยู่จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนช่วงประกาศข่าวมากน้อยเพียงใด

  • ลดขนาดสถานะก่อนรายงาน Nonfarm Payrolls แล้วรอดูทิศทางตลาดหลังตัวเลขออกก่อนตัดสินใจเพิ่มสถานะ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ราคาสวิงแรงในไม่กี่วินาทีแรกหลังประกาศ ซึ่งเป็นช่วงที่สเปรดมักขยายตัวและคำสั่งอาจไม่ได้ราคาตามที่ตั้งไว้

  • ตั้ง Stop Loss ให้เหมาะสมกับความผันผวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน จุดตัดขาดทุนที่แคบเกินไปอาจถูกกวาดออกจากตลาดก่อนที่ทิศทางราคาจะชัดเจน ขณะที่จุดที่กว้างเกินไปอาจทำให้ขาดทุนมากกว่าที่วางแผนไว้หากตัวเลขออกมาตรงข้ามกับมุมมองที่ถืออยู่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้

สัปดาห์นี้มีข่าวเศรษฐกิจอะไรที่สำคัญที่สุด

Nonfarm Payrolls วันศุกร์ที่ 4 กันยายน ถือเป็นรายงานที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุด เนื่องจากเป็นข้อมูลจ้างงานชุดสุดท้ายก่อนการประชุม FOMC กลางเดือน

ทำไมตัวเลข ISM PMI จึงสำคัญต่อนักเทรด Forex

ISM PMI สะท้อนสภาพเศรษฐกิจภาคการผลิตและภาคบริการแบบรายเดือน ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้การหดตัว ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์และดัชนีหุ้นสหรัฐฯ

Warsh ส่งสัญญาณอะไรที่ Jackson Hole ที่มีผลต่อสัปดาห์นี้

เขายืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% และปฏิเสธ Forward Guidance ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้มีน้ำหนักต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยมากกว่าปกติ

ควรระวังอะไรเป็นพิเศษช่วงประกาศ Nonfarm Payrolls

ควรระวังสเปรดที่ขยายตัวและราคาที่สวิงแรงในช่วงไม่กี่นาทีแรกหลังประกาศ การพิจารณาขนาดสถานะและจุดตัดขาดทุนล่วงหน้าจึงมีความจำเป็น

ต้องติดตามปฏิทินเศรษฐกิจได้จากที่ไหน

สามารถตรวจสอบเวลาประกาศและค่าคาดการณ์ล่าสุดได้ที่ปฏิทินเศรษฐกิจ EBC ซึ่งอัปเดตข้อมูลตามเวลาจริง

สรุป

สัปดาห์แรกของเดือนกันยายนเปิดฉากด้วยชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีความหนาแน่นสูง ท่ามกลางท่าทีเข้มงวดของ Fed ที่ยังไม่ยืนยันทิศทางดอกเบี้ยชัดเจน ตัวเลขจ้างงานและภาคการผลิตในสัปดาห์นี้จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ ทองคำ และดัชนีหุ้นในช่วงก่อนการประชุม FOMC กลางเดือน นักเทรดที่ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดจะมีความพร้อมมากกว่าในการรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

EBC ให้บริการซื้อขาย Forex และ CFD ครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภท พร้อมปฏิทินเศรษฐกิจและเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดที่อัปเดตตามเวลาจริง เพื่อให้นักเทรดสามารถวางแผนรับมือกับสัปดาห์ที่มีข่าวสำคัญเช่นนี้ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
แพลตฟอร์มการซื้อขายรายวันที่ดีที่สุดในปี 2026: สิ่งที่ควรพิจารณา
สรุปครบจบในที่เดียว: เทรด Forex ผิดกฎหมายไหม พร้อมแนวทางยื่นภาษีเงินได้ปี 2569
ราคาสังกะสีปี 2026: ภาพรวมอุปทานดูสมดุล แต่ตลาดลอนดอนกลับตึงตัว
เศรษฐกิจไทย 2569 โตแบบ K-shaped ทำไม GDP เพิ่ม 2.5% แต่รายได้ครัวเรือนกลับลดครั้งแรกในรอบ 6 ปี
7 คำศัพท์การซื้อขายออปชันเบื้องหลังการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ของตลาด