เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-26
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-26
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สองรายเปิดเผยกับสื่อว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลัง อาจนำเงินจากบัญชี Treasury General Account หรือ TGA มาใช้สนับสนุนโครงการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวที่เพิ่งขยายวงเงินไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ยอดเงินในบัญชีนี้ล่าสุดอยู่ที่ 935,000 ล้านดอลลาร์ ตามรายงาน Daily Treasury Statement (DTS) ณ วันที่ 20 สิงหาคม สูงกว่าระดับที่รัฐบาลชุดก่อนเคยตั้งเป้าไว้ที่ 550,000-600,000 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวลงหลังข่าวนี้เผยแพร่ ขณะที่ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์
บัญชี TGA มียอดคงเหลือ 935,000 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569
กระทรวงการคลังเพิ่งขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว จาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อรอบ เริ่ม 9 กันยายน 2569
ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เคยพุ่งแตะ 5.23% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
กระทรวงการคลังยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะใช้เงินจาก TGA จริงหรือใช้ในสัดส่วนเท่าใด

Treasury General Account หรือ TGA เปรียบได้กับบัญชีเงินฝากของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เก็บไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้รองรับรายจ่ายประจำ ตั้งแต่เงินประกันสังคม เงินเดือนข้าราชการ ไปจนถึงการชำระหนี้ให้ผู้รับเหมาภาครัฐ ปกติแล้วกระทรวงการคลังจะรักษายอดในบัญชีนี้ไว้ในระดับหนึ่งเพื่อเป็นกันชนรองรับรายจ่ายฉุกเฉิน แต่ในช่วงที่ Bessent ดำรงตำแหน่ง ยอดเงินในบัญชีถูกสะสมขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 950,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าระดับเป้าหมายเดิมเกือบเท่าตัว
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการสะสมเงินก้อนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนกระทรวงการคลังต้องประกาศขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรเป็นการเร่งด่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
Bessent เรียกปฏิบัติการนี้ว่า “Treasury Twist” ซึ่งหมายถึงการซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนโดยจ่ายเงินด้วยการออกตราสารหนี้ระยะสั้นแทน เป้าหมายหลักคือกดอัตราผลตอบแทนระยะยาวลง เพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล รวมถึงอัตราดอกเบี้ยจำนองและต้นทุนกู้ยืมของภาคธุรกิจที่อิงกับยีลด์ระยะยาวเป็นหลัก
ถึงอย่างนั้น การประกาศขยายวงเงินซื้อคืนรอบแรกไม่ได้สร้างแรงหนุนราคาพันธบัตรได้ยั่งยืน ราคาพันธบัตรฟื้นตัวในช่วงสั้น ก่อนจะย่อตัวกลับ เพราะนักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่ากระทรวงการคลังมีกระสุนเพียงพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับขนาดตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ที่รองรับหนี้สาธารณะกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ การเปิดเผยยอด TGA ในครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็นความพยายามตอบข้อสงสัยดังกล่าว ด้วยการแสดงให้เห็นว่ามีเงินสดพร้อมใช้อยู่จริง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) อ่อนค่าลงหลังข่าวนี้แพร่ออกมา สอดคล้องกับมุมมองที่ว่าการแทรกแซงตลาดพันธบัตรในลักษณะนี้ มักถูกมองเป็นสัญญาณของแรงกดดันทางการคลังระยะยาว ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อค่าเงินดอลลาร์ นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองหาสินทรัพย์ทางเลือก โดยหุ้นปันผลสูงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึง ขณะที่ทองคำยังคงได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยตามธรรมเนียมเดิม เพราะราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดัชนีดอลลาร์ในภาวะที่ตลาดกังวลเรื่องวินัยทางการคลังของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักเทรดยังต้องติดตามความเชื่อมโยงนี้ต่อไป เพราะทิศทางราคาทองคำในช่วงถัดไปจะขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงการคลังตัดสินใจใช้เงินจาก TGA จริงหรือไม่ และใช้ในปริมาณเท่าใด หากมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แรงกดดันต่อดอลลาร์อาจชัดเจนขึ้น และเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำต่อเนื่อง
Edison Byzyka ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Credent Wealth Management ตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรในช่วงใกล้การเลือกตั้งกลางเทอม อาจมีแรงจูงใจทางการเมืองแฝงอยู่ และตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยรวม ขณะที่รายจ่ายภาครัฐในหมวดประกันสังคม สวัสดิการสุขภาพ และงบกลาโหม ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำด้วยการหารือเรื่องลดภาษีเพิ่มเติมของฝ่ายรีพับลิกัน ทำให้ภาระการคลังในภาพรวมยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตา
การดึงเงินจาก TGA มาใช้ยังมีผลข้างเคียงต่อกลไกเพดานหนี้ เพราะเมื่อยอดในบัญชีลดลง กันชนรองรับเพดานหนี้ก็จะบางลงตามไปด้วย ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นใหม่ที่ตลาดต้องกลับมาพิจารณาในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ประเด็นนี้ยังไม่จบ กระทรวงการคลังยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะดึงเงินจาก TGA มาใช้จริงหรือไม่ นักเทรดที่ติดตาม DXY และ XAUUSD ควรจับตาคำแถลงอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง รวมถึงทิศทางยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีและ 30 ปีในสัปดาห์ถัดไป เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดเชื่อมั่นในมาตรการนี้มากน้อยเพียงใด
TGA ย่อมาจาก Treasury General Account เป็นบัญชีเงินสดหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ฝากไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้รองรับรายจ่ายประจำของภาครัฐ
ล่าสุดอยู่ที่ 935,000 ล้านดอลลาร์ ตามรายงาน ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 สื่อบางสำนักรายงานแบบปัดกลมเป็นราว 950,000 ล้านดอลลาร์
หากมาตรการนี้กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักได้รับแรงหนุน เพราะทองคำและดอลลาร์มักเคลื่อนไหวสวนทางกันในภาวะที่ตลาดกังวลเรื่องวินัยการคลัง
ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ข้อมูลทั้งหมดมาจากแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อภายในกระทรวงการคลัง ซึ่งนักเทรดสามารถต้องติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องและปฏิทินเศรษฐกิจต่อไปได้ผ่านทาง EBC Financial Group