เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-26
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-26
ช่วงเวลาที่ตลาดนิวยอร์กเปิดทำการ ถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดการเงินระดับโลกเคลื่อนไหวคึกคึกและมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดช่วงหนึ่งของวัน การทำความเข้าใจว่า ทำไมคนชอบเทรดช่วงตลาดนิวยอร์กเปิด แล้วช่วงเวลาเทรดมีความสำคัญอย่างไร และมีกลไกอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังความนิยมนี้ จะช่วยให้นักเทรดวางแผนจังหวะเข้า-ออกตลาดได้แม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพขึ้น
ช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเริ่มเปิดทำการ เป็นเวลาที่ตลาดลอนดอนยังไม่ปิด สภาพคล่องจึงสูงเนื่องจากสองตลาดใหญ่เปิดทำการในเวลาทับซ้อนกัน
ตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ (NYSE, Nasdaq) เริ่มมีการซื้อขาย ทำให้คำสั่งซื้อขายที่ค้างข้ามคืนและข่าวสารที่สะสมอยู่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน
ปริมาณการซื้อขายที่สูงในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิดช่วยให้ต้นทุนสเปรดแคบลง แต่ราคาก็แกว่งตัวแรงและรวดเร็วเช่นกัน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ มักประกาศก่อนหรือในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นราคาชั้นดี
เวลาเปิดทำการตลาดนิวยอร์ก (New York Session) จะแบ่งเป็น 2 ช่วง เนื่องจากสหรัฐฯ มีการปรับเวลาออมแสง หรือ Daylight Saving Time (DST) ตามฤดูกาล ดังนี้
ช่วงเวลาปกติ (ฤดูหนาว): เปิดเวลา 21:30 น. – 04:00 น. (ตามเวลาไทย)
ช่วงเวลาออมแสง (ฤดูร้อน): เปิดเวลา 20:30 น. – 03:00 น. (ตามเวลาไทย)

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดนิวยอร์กช่วงเปิดตัวกลายเป็นจุดพีคในการเทรด มีดังนี้
ช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเปิด เป็นช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนก็ยังไม่ปิดทำการ เวลาทำการของทั้งสองตลาดเลยคาบเกี่ยวกัน สถาบันการเงินและกองทุนจากทั้งสองฝั่งเข้ามาซื้อขายพร้อมกัน ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งสูง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น ทองคำ (XAU/USD) ค่าเงินสกุลหลัก (Forex)
ตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง NYSE และ NASDAQ เริ่มเปิดทำการ ทำให้คำสั่งซื้อขายที่ค้างข้ามคืน ข่าวสาร หรือผลประกอบการที่สะสมในช่วงนอกเวลาทำการ ถูกส่งเข้ามาในระบบพร้อมกันเพื่อค้นหาราคาใหม่ (Price Discovery) สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหลัก ๆ ได้แก่ หุ้นสหรัฐฯ, ดัชนีหุ้น (S&P 500, Nasdaq) และ สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน WTI)
รายงานเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลสูงของสหรัฐฯ เช่น ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) มักจะประกาศก่อนหรือในช่วงเวลาตลาดนิวยอร์กเปิด ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ราคาเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
ปริมาณธุรกรรมที่ล้นทะลักเข้ามาในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิด ช่วยให้ส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย หรือค่าสเปรด (Spread) แคบลงกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ เช่น ตลาดเอเชีย (ตลาดญี่ปุ่น) ทำให้การเข้า-ออกออเดอร์ของนักเทรดระยะสั้นถูกลง แต่ถึงสเปรดจะแคบลง ก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงในการเทรดจะลดลงตามไปด้วย หากสังเกตกราฟราคาในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิดทำการ อาจเห็นว่ามีไส้ยาวผิดปกติ สะท้อนการแกว่งตัวรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น นักเทรดจึงควรบริหารความเสี่ยงให้ดีด้วย
ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจ ข้อมูลการจ้างงาน (NFP), ดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) หรืออัตราดอกเบี้ย Fed มักประกาศช่วงเวลานี้ และเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ราคาวิ่งรุนแรง
ตั้ง Stop Loss ให้รัดกุม ความผันผวนที่สูงอาจทำให้พอร์ตเสียหายได้รวดเร็วหากไม่มีการจำกัดความเสี่ยง
เผื่อระยะสลิปเพจ (Slippage) ในวินาทีที่ตลาดนิวยอร์กเปิดทำการ ราคาสามารถกระโดดข้าม (Gap) หรือเคลื่อนไหวเร็วมาก จนทำให้คำสั่งซื้อขายที่ส่งไปจับคู่ได้ในราคาที่แย่กว่าที่ตั้งไว้
สังเกตสัญญาณหลอก (False Breakouts) ราคาอาจพุ่งแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่งในช่วง 5-10 นาทีแรก แล้วพลิกกลับทิศทางอย่างรวดเร็ว นำเทรดที่มีประสบการณ์จึงมักรอให้ผ่านไป 15-30 นาที เพื่อให้ตลาดเซ็ตตัวและเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนก่อน
สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจในการรับมือความผันผวนของการเทรดช่วงตลาดนิวยอร์กเปิดทำการ การเปิดบัญชีทดลองเทรดกับ EBC ก่อนเข้าเทรดจริง ช่วยให้ฝึกสังเกตพฤติกรรมราคาและทดสอบการตั้ง Stop Loss ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนจริง
สาเหตุที่ทำให้นักเทรดชอบเทรดตอนตลาดนิวยอร์กเปิดมีด้วยกัน 2 สาเหตุหลัก ๆ นั่นคือ สภาพคล่องที่ทับซ้อนกันของตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน และการเปิดทำการของตลาดหุ้นสหรัฐฯ การเข้าใจว่าสินทรัพย์ที่คุณกำลังเทรดได้รับผลกระทบจากสาเหตุหรือกลไกใด จะช่วยให้วางแผนรับมือความผันผวน ควบคุมความเสี่ยง และเลือกจังหวะทำกำไรได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
เวลาตลาดนิวยอร์กเปิด ถ้าในช่วงเวลาปกติ (ฤดูหนาว) ตรงกับเวลา 21:30 น. – 04:00 น. ของไทย แต่ถ้าเป็นในช่วงเวลาออมแสงหรือช่วงฤดูร้อน จะเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง คือตรงกับเวลา 20:30 น. – 03:00 น. ของไทย
เหมาะสมในแง่สภาพคล่องและสเปรดที่แคบ ทำให้เข้า-ออกออเดอร์ได้ง่าย แต่เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีวินัยและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นช่วงตลาดที่มีความผันผวนสูง
ไม่เหมือนกัน สินทรัพย์ที่อ้างอิงราคาเป็นดอลลาร์ เช่น Forex คู่เงินหลัก ทองคำ (XAUUSA) จะได้รับผลจากสภาพคล่องหรือช่วงเวลาที่ทับซ้อนกันของตลาดลอนดอน-นิวยอร์ก ส่วนทรัพย์สินที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เช่น หุ้นสหรัฐฯ สินค้าโภคภัณฑ์ จะได้รับผลจากการที่ตลาดหุ้นเปิดทำการจริง กลไกทั้งสองแยกกัน เพียงแต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ไม่เสมอไป ในวันที่ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ หรือเป็นวันหยุดราชการของสหรัฐฯ ตลาดอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ใกล้เคียงกับช่วงเวลาปกติ