เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-27
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-27
ราคาทองคำในตลาดโลกย่อตัวลงมาเล็กน้อยจากช่วงก่อนหน้าที่เคยทะลุ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาอยู่ที่ประมาณ 4,647 ถึง 4,660 ดอลลาร์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทยอยประกาศออกมา คำถามที่นักลงทุนถามกันมากในตอนนี้คือ ทองจะลงอีกไหม คำตอบสั้น ๆ คือยังไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจน ราคายังอยู่ใกล้จุดสูงสุดในรอบสามเดือน และปัจจัยที่จะชี้ทิศทางต่อไปคือถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่ Jackson Hole ในวันศุกร์นี้
สาเหตุที่ราคาทองคำย่อตัวลงหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออก
สองสถานการณ์จาก Jackson Hole ที่จะกำหนดว่าทองจะลงต่อหรือกลับตัวขึ้น
แนวรับสำคัญหากดอลลาร์กลับมาแข็งค่าต่อเนื่อง
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเป้าหมายราคาสิ้นปี 2026
ราคาทองคำแกว่งตัวลงมาจากโซนที่เคยทะลุ 4,700 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดกำลังรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และ GDP ไตรมาสสองของสหรัฐฯ ควบคู่กับถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่กำลังจะเกิดขึ้น การย่อตัวลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ที่ปรับขึ้นเร็วในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรออกมาก่อนที่ปัจจัยใหญ่จะประกาศจริง ยังไม่ใช่สัญญาณของการกลับตัวเป็นขาลงในทันที
หลังประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.50-3.75% ส่วนเงินเฟ้อ Core PCE ล่าสุดทรงตัวที่ 3.3% ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed อยู่มาก ตราบใดที่ตัวเลขเงินเฟ้อยังไม่ลดลงชัดเจน แรงกดดันขาลงต่อทองคำจากฝั่งดอกเบี้ยจึงยังไม่หายไปทั้งหมด
งานประชุมที่ตลาดจับตาในสัปดาห์นี้คืองานสัมมนาประจำปีของ Fed ที่ Jackson Hole ไม่ใช่การประชุม FOMC อย่างเป็นทางการ แต่ถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed คนใหม่ ในวันศุกร์มีน้ำหนักต่อทิศทางตลาดไม่น้อยกว่ากัน
หากถ้อยแถลงออกมาในทางเข้มงวด เช่น แสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่น หรือเปิดทางให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า และทองคำมีโอกาสลงต่อไปทดสอบแนว 4,500 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากประธาน Fed ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว (GDP ล่าสุดโตเพียง 1.5%) ตลาดจะลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยลง ยีลด์และดอลลาร์จะร่วง และทองคำมีโอกาสดีดกลับทะลุ 4,700 ดอลลาร์ขึ้นไปทำสถิติใหม่แทน
กล่าวโดยสรุป คำตอบของคำถามทองจะลงอีกไหมในสัปดาห์นี้ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักคำพูดของ Warsh เป็นหลัก ไม่ใช่ปัจจัยทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว
หากเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจริง นักวิเคราะห์ประเมินแนวรับไว้สามระดับตามลำดับความรุนแรง แนวรับแรกอยู่ที่ 4,500-4,524 ดอลลาร์ ใกล้เคียงเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน หากหลุดจากระดับนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณปรับฐานชัดเจนขึ้น แนวรับถัดมาอยู่ที่ 4,335-4,400 ดอลลาร์ ซึ่งโกลแมน แซกส์ (Goldman Sachs) ระบุว่าอาจเห็นได้หาก Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อจนดอลลาร์แข็งค่ารุนแรง ส่วนแนวรับสุดท้ายที่ถือเป็นเส้นแบ่งเขตอันตรายอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ ระดับที่เคยเกิดการปรับฐานมาแล้วช่วงกลางปี หากหลุดต่ำกว่านี้ โครงสร้างขาขึ้นของทองคำปีนี้จะเสียหายทันที
แม้ราคาจะย่อตัวลงในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนทองคำไว้ในระดับสูงยังไม่หายไป มาตรการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังกดยีลด์พันธบัตรลงและทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ความกังวลเรื่องโครงสร้างหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังทำหน้าที่หนุนสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำอยู่ ตราบใดที่ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่คลี่คลาย การย่อตัวของราคาจึงมีลักษณะเป็นการปรับฐานมากกว่าการกลับตัวเป็นขาลงถาวร
เป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2026 จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ปรับมาอยู่ที่ราว 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงจากตัวเลข 6,000-6,300 ดอลลาร์ที่บางสถาบันเคยประเมินไว้ต้นปี สาเหตุหลักมาจากการที่ Fed เลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป เนื่องจากเงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ตลาดคาด Goldman Sachs ยืนยันเป้าหมาย 4,900 ดอลลาร์ ขณะที่ Bank of America และ Deutsche Bank ให้ตัวเลขใกล้เคียงกันที่ราว 4,800 ดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองทองคำในทิศทางขาขึ้นระยะยาว แม้จะมีการย่อตัวเป็นระยะในระหว่างทาง
ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ในวันศุกร์ยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดของสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวการปรุระชุม Jackson Hole 2026 ควบคู่กับตัวเลข PCE และ GDP ไตรมาสสองของสหรัฐฯ ที่ประกาศก่อนหน้า เพราะข้อมูลทั้งสองชุดอาจกำหนดโทนตลาดล่วงหน้าก่อนวันปาฐกถาจริง
ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวเป็นขาลงชัดเจน การย่อตัวที่เห็นอยู่มีลักษณะเป็นการปรับฐานระยะสั้นก่อนถ้อยแถลง
แนวรับที่นักวิเคราะห์จับตาอยู่ที่ 4,500-4,524 ดอลลาร์ก่อน ตามด้วย 4,335-4,400 ดอลลาร์ และ 4,000 ดอลลาร์เป็นระดับเส้นแบ่งเขตสำคัญสุด
Jackson Hole เป็นงานสัมมนาประจำปี ไม่ใช่การประชุมกำหนดนโยบายดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ แต่ถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงานนี้มักถูกตลาดตีความเป็นสัญญาณล่วงหน้าก่อนการประชุม FOMC จริง
เป็นเป้าหมายฐานที่สถาบันการเงินหลักส่วนใหญ่ใช้อ้างอิงในขณะนี้ แต่ตัวเลขคาดการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ที่ทยอยประกาศออกมา