หุ้น Tesla ร่วง 14.5% หลังกำไรจากการดำเนินงานลดลง 57% แม้รายได้จะทำสถิติสูงสุด
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

หุ้น Tesla ร่วง 14.5% หลังกำไรจากการดำเนินงานลดลง 57% แม้รายได้จะทำสถิติสูงสุด

ผู้เขียน: Rylan Chase

เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-24   
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-24

TSLA
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

Tesla รายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่กลับทำให้มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 214 พันล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว กำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 627 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่าที่ตลาดคาด 479 ล้านดอลลาร์ ส่วนรายจ่ายลงทุน (Capex) สูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานถึง 1.09 พันล้านดอลลาร์ 


หุ้น Tesla ร่วงสะท้อนความผิดหวังของนักลงทุนที่คาดหวังว่าตัวเลขรายได้ที่ทำสถิติสูงสุดจะช่วยชดเชยจุดอ่อนในส่วนอื่น ๆ ได้


บททดสอบต่อไปของ Tesla คือ FSD, Robotaxi และ Optimus จะสามารถหนุนอัตรากำไรและผลตอบแทนเงินสดได้หรือไม่ ก่อนที่รายจ่ายลงทุนปี 2026 จะพุ่งเกิน 25 พันล้านดอลลาร์

หุ้น Tesla ร่วงหนักหลังประกาศผลประกอบการ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • รายได้ที่สูงกว่าคาด 652 ล้านดอลลาร์ ยังคงส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาดประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์

  • รายได้ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สร้างกำไรขั้นต้นเพิ่มเพียงประมาณ 0.15 ดอลลาร์

  • รายได้จากเครดิตกำกับดูแล (regulatory credit) ลดลง 67% ทำให้ขาดแรงหนุนที่มีอัตรากำไรสูงไป 293 ล้านดอลลาร์

  • รายจ่ายลงทุนแตะระดับ 5.79 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1.09 พันล้านดอลลาร์

  • FSD มียอดสมัครใช้งานถึง 1.48 ล้านราย ขณะที่ Robotaxi และ Optimus ยังไม่มีผลตอบแทนทางการเงินที่พิสูจน์ได้ชัดเจน


รายได้ Tesla สูงกว่าคาด แต่กำไรจากการดำเนินงานยังพลาดเป้าถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์

Tesla มีรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 652 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด 627 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่าคาด 479 ล้านดอลลาร์ ผลรวมของสองปัจจัยนี้ทำให้กำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 1.11 พันล้านดอลลาร์

ตัวชี้วัด ตัวเลขจริง ประมาณการ เทียบกับประมาณการ
รายได้ 28.24 พันล้านดอลลาร์ 27.58 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า 652 ล้านดอลลาร์
กำไรขั้นต้น 4.75 พันล้านดอลลาร์ 5.38 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่า 627 ล้านดอลลาร์
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 4.35 พันล้านดอลลาร์ 3.87 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า 479 ล้านดอลลาร์
กำไรจากการดำเนินงาน 398 ล้านดอลลาร์ 1.50 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่า 1.11 พันล้านดอลลาร์

กำไรต่อหุ้นปรับปรุง

(Adjusted EPS)

0.33 ดอลลาร์ 0.55 ดอลลาร์ ต่ำกว่า 40%

ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น 49% แตะ 2.37 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจาก Tesla ขยายโครงการด้าน AI และมีค่าตอบแทนพนักงานในรูปหุ้น (stock-based compensation) เพิ่มขึ้น Tesla สร้างกำไรจากการดำเนินงานได้เพียงประมาณ 27% ของที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทำให้ตัวเลขรายได้ที่ดูสูงกว่าคาดกลายเป็นผลประกอบการที่อ่อนแอกว่ามากเมื่อพิจารณาลึกลงไป หุ้น Tesla ร่วงจึงไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาชั่วขณะ แต่เป็นการปรับฐานตามความเป็นจริงของตัวเลขคุณภาพ


ยอดส่งมอบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ Tesla ไม่ได้ช่วยหนุนอัตรากำไรธุรกิจยานยนต์

Tesla ส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 480,126 คัน เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า รายได้เพิ่มขึ้น 5.74 พันล้านดอลลาร์ แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 873 ล้านดอลลาร์ รายได้ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สร้างกำไรขั้นต้นเพิ่มเพียงประมาณ 15 เซนต์ ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน


อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจยานยนต์ลดลงจาก 17.2% เหลือ 16.9% หากไม่รวมเครดิตกำกับดูแล อัตรากำไรอยู่ที่ 16.3% เพิ่มขึ้นจาก 15.0% เมื่อปีก่อน แต่ลดลงอย่างมากจาก 19.2% ในไตรมาส 1 ปี 2026 ยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์ช่วยขยายฐานรายได้ของ Tesla แต่ไม่สามารถรักษาการฟื้นตัวของอัตรากำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสก่อนหน้าไว้ได้ หุ้น Tesla ร่วงสะท้อนว่าตลาดเริ่มไม่ให้ค่ากับยอดส่งมอบเพียงอย่างเดียว หากไม่มาพร้อมการปรับปรุงอัตรากำไรที่ยั่งยืน


รายได้จากเครดิตกำกับดูแลลดลง 293 ล้านดอลลาร์ เหลือ 146 ล้านดอลลาร์ การลดลงนี้คิดเป็นประมาณ 56% ของกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และทำให้ธุรกิจยานยนต์ขาดแรงหนุนจากแหล่งรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงไปอีกส่วนหนึ่ง


ธุรกิจพลังงานเติบโตด้านรายได้ แต่ไม่ได้เพิ่มกำไร

รายได้จากธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้น 13% แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง 206 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.3% เหลือ 20.4% ราคาขาย Megapack ที่ลดลง สัดส่วนผลิตภัณฑ์ และการปรับปรุงค่ารับประกันสินค้า ทำให้ส่วนสนับสนุนกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้อ่อนแอลง แม้ยอดขายจะขยายตัวก็ตาม


รายจ่ายลงทุนของ Tesla ใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจนหมด

Tesla สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ 4.70 พันล้านดอลลาร์ แต่รายจ่ายลงทุนสูงถึง 5.79 พันล้านดอลลาร์ ส่วนต่างนี้ทำให้กระแสเงินสดอิสระ (free cash flow) ติดลบ 1.09 พันล้านดอลลาร์


ตัวเลขติดลบนี้ยังดีกว่าที่คาดไว้ นักวิเคราะห์เคยประมาณการว่ากระแสเงินสดอิสระจะติดลบประมาณ 3.25 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ผลลัพธ์จริงของ Tesla ดีกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 2.16 พันล้านดอลลาร์ ระยะเวลาและแนวโน้มผลตอบแทนของวงจรการลงทุนของ Tesla จึงมีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขเงินสดที่ใช้ไปในไตรมาสเดียว


Tesla คาดว่ารายจ่ายลงทุนปี 2026 จะสูงกว่า 25 พันล้านดอลลาร์ การจะแตะระดับดังกล่าวหมายความว่าค่าใช้จ่ายในครึ่งปีหลังต้องเฉลี่ยมากกว่า 8.36 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส หรือสูงกว่าระดับที่สูงอยู่แล้วในไตรมาส 2 ถึง 44%


Tesla ปิดไตรมาสด้วยเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 43.52 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านสภาพคล่องในระยะใกล้ Robotaxi, Optimus และ AI จำเป็นต้องเริ่มสร้างผลตอบแทนที่วัดผลได้ ก่อนที่รายจ่ายลงทุนต่อเนื่องจะกดดันกระแสเงินสดอิสระให้อ่อนแอลงไปอีก


FSD ของ Tesla สร้างรายได้แล้ว ขณะที่ Robotaxi และ Optimus ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง

ยอดสมัครใช้งาน FSD ที่ยังใช้งานอยู่เพิ่มขึ้น 56% แตะ 1.48 ล้านราย ขณะที่รถยนต์ที่ส่งมอบใหม่ในอเมริกาเหนือกว่า 55% มาพร้อมซอฟต์แวร์ดังกล่าว FSD จึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของ Tesla ในการสร้างรายได้จาก AI ผ่านฐานรายได้ประจำ (recurring revenue) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง


Robotaxi และ Optimus ยังไปไม่ถึงเกณฑ์ทางการเงินระดับเดียวกัน Tesla เปิดเผยความคืบหน้าด้านการขยายบริการ การผลิต และกำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลด้านรายได้ ต้นทุน หรืออัตราการใช้งานมากพอที่จะยืนยันผลตอบแทนที่น่าเชื่อถือได้ หุ้น Tesla ร่วงในระยะหลังสะท้อนว่าตลาดเริ่มลดความเชื่อมั่นต่ออนาคตที่ยังไร้ตัวเลขทางการเงินของสองโครงการนี้ลง


Robotaxi ต้องแสดงให้เห็นรายได้ต่อไมล์ที่ยั่งยืนหลังหักต้นทุนดำเนินการของฝูงรถ ส่วน Optimus ต้องพิสูจน์ต้นทุนต่อหน่วยที่เป็นไปได้จริง อัตราผลผลิตจากการผลิต ราคาขาย และความต้องการจากภายนอก จนกว่าตัวเลขเหล่านี้จะปรากฏ ทั้งสองโครงการยังคงเป็นเพียงภาระการลงทุน ไม่ใช่เครื่องจักรสร้างกำไรที่พิสูจน์แล้ว


ความสำเร็จด้านการผลิตไม่ได้คืนทุนให้นักลงทุน มีเพียงผลตอบแทนเป็นเงินสดเท่านั้นที่ทำได้


คำถามที่พบบ่อย(FAQ)

ทำไมหุ้น Tesla ร่วงลง ทั้งที่มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

แม้รายได้ของ Tesla จะสูงกว่าคาด แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ส่งผลไปถึงกำไร กำไรขั้นต้นต่ำกว่าประมาณการ 627 ล้านดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่าคาด 479 ล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่เพียง 398 ล้านดอลลาร์


กระแสเงินสดอิสระติดลบของ Tesla แย่กว่าที่คาดไว้หรือไม่

ไม่ กระแสเงินสดอิสระที่ติดลบ 1.09 พันล้านดอลลาร์ ยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 2.16 พันล้านดอลลาร์ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวก แต่รายจ่ายลงทุน 5.79 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ตัวเลขสุดท้ายติดลบ


หาก Tesla ไม่มีรายได้จากเครดิตกำกับดูแล จะยังมีกำไรอยู่หรือไม่

ยังมีกำไรอยู่ แต่ส่วนต่างกำไรจะแคบลงมาก รายได้จากเครดิตกำกับดูแลอยู่ที่ 146 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 37% ของกำไรจากการดำเนินงานที่รายงาน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเครดิตดังกล่าวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของ Tesla


Tesla มีเงินสดเพียงพอสำหรับแผนรายจ่ายลงทุน 25 พันล้านดอลลาร์หรือไม่

Tesla ปิดไตรมาส 2 ด้วยเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 43.52 พันล้านดอลลาร์ บวกกับวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 5 พันล้านดอลลาร์ เงินทุนในระยะใกล้จึงดูเพียงพอ แม้ว่าหากรายจ่ายลงทุนสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะค่อยๆ ลดความยืดหยุ่นทางการเงินลง


ผลประกอบการไตรมาส 3 ต้องพิสูจน์ว่า Tesla เปลี่ยนการเติบโตให้เป็นเงินสดได้

ผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla ต้องแสดงให้เห็นว่าอัตรากำไรธุรกิจยานยนต์ฟื้นตัว การเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานชะลอลง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานกลับมาครอบคลุมรายจ่ายลงทุนได้อีกครั้ง สถิติยอดส่งมอบใหม่จะไม่มีความหมายมากนัก หากทั้งสามตัวชี้วัดนี้ไม่ปรับตัวดีขึ้นไปพร้อมกัน


สถิติครั้งต่อไปของ Tesla ต้องวัดกันที่ผลตอบแทน ไม่ใช่ยอดขาย

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
​QQQ คืออะไร ETF Nasdaq 100 ต่างจาก SPY อย่างไร และเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน
SPNE ETF คืออะไร? กองทุน S&P 500 "อดีตของอีลอน" อธิบายโดยละเอียด
หุ้น Chevron พุ่งขึ้น 23% ตั้งแต่ต้นปี: ข้อตกลงในอิรักจะช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นต่อไปได้หรือไม่?
ความผันผวนจุดสูงสุดกดดันหุ้น AI ร่วง – ตลาดเดิมพัน AI สั่นคลอนอีกครั้ง
หุ้น Microsoft ฟื้นตัวหลังร่วมมือกับ 3M AI Data Center