NVIDIA พุ่ง 73% ในปีเดียว! เจาะลึก 'Vera Rubin' ชิปเปลี่ยนโลกที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้น 10 เท่า
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

NVIDIA พุ่ง 73% ในปีเดียว! เจาะลึก 'Vera Rubin' ชิปเปลี่ยนโลกที่ทำให้ AI ฉลาดขึ้น 10 เท่า

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-26

ถ้าพูดถึงบริษัทที่อยู่ในปากของนักลงทุน นักเทคโนโลยี และนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชื่อ "NVIDIA" คงหนีไม่พ้น และเมื่อผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 ถูกเปิดเผยออกมา ตัวเลขที่ปรากฏก็ยิ่งทำให้ทุกคนต้องหยุดฟัง เพราะรายได้เติบโตถึง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมกับการเปิดตัวแพลตฟอร์มชิปรุ่นใหม่อย่าง Vera Rubin ที่อ้างว่าสามารถลดต้นทุนในการประมวลผล AI ลงได้ถึง 10 เท่า


บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า NVIDIA คืออะไร ทำไมตัวเลขเหล่านี้จึงสำคัญต่อโลกการลงทุนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในยุคที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจจริงๆ


NVIDIA คืออะไร? รู้จักบริษัทที่มูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก

NVDIA

NVIDIA (เอ็นวิเดีย) คือบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดย Jensen Huang (เจนเซน หวง) พร้อมกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน ตั้งแต่แรกเริ่ม NVIDIA ทำธุรกิจออกแบบชิปกราฟิก หรือที่เรียกว่า GPU (Graphics Processing Unit หน่วยประมวลผลกราฟิก) ให้กับตลาดเกมและมัลติมีเดีย


แต่สิ่งที่ทำให้ NVIDIA แตกต่างจากบริษัทชิปทั่วไป คือการมองเห็นศักยภาพของ GPU ในการทำงานด้านอื่นนอกจากเกม โดยเฉพาะการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) ที่เหมาะกับงาน AI และ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) อย่างมาก


ปัจจุบัน NVIDIA ไม่ได้เป็นแค่บริษัทชิปเกมอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ทั่วโลก ตั้งแต่ Data Center (ศูนย์ข้อมูล) ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไปจนถึงรถยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม


ทำความเข้าใจผลประกอบการ: ทำไม 73% ถึงไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับโลกการลงทุน อาจสงสัยว่า "โต 73%" นี้หมายความว่าอะไรกันแน่ ลองนึกภาพแบบนี้


ถ้าปีที่แล้วคุณขายของได้ 100 บาท แล้วปีนี้ขายได้ 173 บาท นั่นคือการเติบโต 73% ซึ่งฟังดูไม่มากนัก แต่ NVIDIA เริ่มต้นจากฐานที่ใหญ่มากอยู่แล้ว กล่าวคือรายได้ไตรมาส 4 ที่ผ่านมาทำได้ 68,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ประมาณ 65,900 ล้านดอลลาร์


นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนและสื่อทั่วโลกต้องหยุดจับตา เพราะการเติบโตในระดับนี้บนฐานรายได้ที่ใหญ่ขนาดนี้ แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก


ตัวเลขสำคัญที่ควรจำ:

  • รายได้ไตรมาส 4: 68,100 ล้านดอลลาร์ (+73% จากปีก่อน)

  • กำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP (กำไรที่หักรายการพิเศษออก เพื่อสะท้อนผลดำเนินงานจริง): 1.62 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 1.53 ดอลลาร์

  • รายได้ทั้งปีงบประมาณ 2026: 215,900 ล้านดอลลาร์ (+65%)

  • กำไรสุทธิทั้งปี: 120,067 ล้านดอลลาร์ (+65%)


Data Center คือหัวใจของ NVIDIA ในยุค AI

หากถามว่าอะไรขับเคลื่อนการเติบโตของ NVIDIA ตอบได้ชัดเจนว่าคือธุรกิจ Data Center หรือศูนย์ข้อมูล


รายได้จาก Data Center ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 62,300 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของรายได้ทั้งหมด และเติบโตถึง 75% จากปีก่อน ลูกค้าหลักคือกลุ่ม Hyperscaler หรือบริษัทคลาวด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Google, Microsoft และ Meta ซึ่งรวมกันคิดเป็นมากกว่า 50% ของรายได้ Data Center


สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเติบโตในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ Big Tech ซึ่งแสดงให้เห็นว่า NVIDIA กำลังขยายฐานลูกค้าออกไปได้กว้างขึ้น ไม่ได้พึ่งพาแค่บริษัทเทคโนโลยีไม่กี่รายอีกต่อไป


Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA อธิบายว่า "ลูกค้าของเรากำลังแข่งกันลงทุนใน AI Compute ซึ่งเปรียบเหมือนโรงงานที่ขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม AI และเป็นพื้นฐานของการเติบโตในอนาคต"


Vera Rubin คืออะไร และทำไมถึงสั่นสะเทือนอุตสาหกรรม

Vera Rubin คือชื่อของแพลตฟอร์มชิป AI รุ่นใหม่จาก NVIDIA ที่ถูกประกาศพร้อมกับผลประกอบการไตรมาสนี้ ตั้งชื่อตาม Vera Rubin นักดาราศาสตร์หญิงผู้ค้นพบหลักฐานของสสารมืด (Dark Matter) สิ่งที่ทำให้ Vera Rubin น่าจับตามองมากที่สุดคือความสามารถในการลดต้นทุน Inference Token (หน่วยวัดการประมวลผลข้อมูลของ AI เมื่อทำงานตอบสนองต่อผู้ใช้จริง) ลงได้สูงสุดถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับชิป Blackwell รุ่นก่อนหน้า


พูดง่ายๆ คือถ้าตอนนี้คุณต้องจ่ายเงิน 100 บาทเพื่อให้ AI ประมวลผลงานชิ้นหนึ่ง ด้วย Vera Rubin คุณอาจจ่ายแค่ 10 บาทสำหรับงานชิ้นเดียวกัน นั่นคือความได้เปรียบที่คู่แข่งแทบไม่มีทางตามทัน Colette Kress CFO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน) ของ NVIDIA เผยว่า Sample แรกของ Vera Rubin ถูกส่งให้ลูกค้าเพื่อทดสอบแล้ว และ Cloud Provider รายใหญ่อย่าง AWS, Google Cloud, Microsoft Azure และ Oracle Cloud Infrastructure จะเป็นกลุ่มแรกที่นำไปใช้งาน


Guidance ไตรมาสหน้า: ตัวเลขที่ทำให้ตลาดใจชื้น

ในโลกการลงทุน สิ่งที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญมากกว่าผลประกอบการที่ผ่านมาคือ "Guidance" หรือการคาดการณ์รายได้ล่วงหน้าที่บริษัทประกาศ

NVIDIA ประกาศ Guidance ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 ไว้ที่ 78,000 ล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 72,800 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ

และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมรายได้จาก Data Center ในจีนเลย ซึ่งหมายความว่า upside (ศักยภาพในการเติบโตเพิ่มเติม) ยังมีอยู่อีกมาก หากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีนคลี่คลายลง


ธุรกิจอื่นๆ ของ NVIDIA ที่ต้องจับตา

นอกจาก Data Center แล้ว NVIDIA ยังมีธุรกิจอื่นที่น่าสนใจหลายส่วน

  • Gaming (เกม): รายได้ไตรมาสนี้อยู่ที่ 3,730 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาสินค้าคงคลังหลังช่วงเทศกาล

  • Professional Visualization (การแสดงผลเพื่องานวิชาชีพ): รายได้ 1,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 159% จากปีก่อน แข็งแกร่งมากจากความต้องการชิป Blackwell ในงานด้านวิชาชีพ

  • Automotive and Robotics (ยานยนต์และหุ่นยนต์): รายได้ 604 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังเป็นทิศทางที่ดีจากการยอมรับแพลตฟอร์มรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากขึ้น

  • Networking (ระบบเครือข่าย): รายได้เกือบ 11,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มากกว่า 20% Jensen Huang ถึงกับประกาศว่า NVIDIA กลายเป็นบริษัท Networking ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว


ความท้าทายที่ NVIDIA ยังต้องเผชิญ

แม้ตัวเลขจะดูสวยงาม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องตระหนัก

  • ปัญหา Memory Chip ขาดแคลน: Memory Chip (ชิปหน่วยความจำ) ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของ NVIDIA กำลังขาดแคลนในตลาดโลก ทำให้ราคาสูงขึ้นและการส่งมอบสินค้ายากขึ้น แม้ NVIDIA จะยืนยันว่ามีสินค้าคงคลังเพียงพอสำหรับหลายไตรมาสข้างหน้า

  • ตลาดจีน: จีนเคยเป็นตลาดสำคัญของ NVIDIA แต่ข้อจำกัดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ NVIDIA ไม่สามารถขายชิปรุ่นดีที่สุดให้กับลูกค้าจีนได้ มีเพียงความคืบหน้าเล็กน้อยจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตให้ส่งชิป H200 จำนวนจำกัดให้กับลูกค้าเฉพาะรายในจีน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะสร้างรายได้ได้จริงเมื่อใด

  • คู่แข่งที่กำลังตามมา: Kress ยอมรับเองว่าคู่แข่งจากจีน "กำลังมีความก้าวหน้า" ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของ NVIDIA ในระยะยาว

  • คำถามเรื่องความยั่งยืน: บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลกวางแผนใช้จ่ายด้าน AI รวมกันราว 650,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ การใช้จ่ายในระดับนี้จะยั่งยืนได้อีกกี่ปี


ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NVIDIA และหุ้น NVIDIA

เข้าใจผิดที่ 1: NVIDIA แพงเกินไปแล้ว ไม่น่าลงทุน หลายคนมองว่าหุ้นที่ราคาสูงย่อมแพงเสมอ แต่การประเมินมูลค่าที่แม่นยำต้องดูที่ค่า P/E (Price-to-Earnings Ratio — อัตราส่วนราคาต่อกำไร) ปัจจุบัน NVIDIA มี Forward P/E (P/E คาดการณ์ล่วงหน้า) อยู่ที่ประมาณ 24.8 เท่า ซึ่งไม่ได้สูงผิดปกติสำหรับบริษัทที่เติบโตในอัตรานี้

เข้าใจผิดที่ 2: NVIDIA ทำแค่การ์ดจอสำหรับเกม ธุรกิจ Gaming คิดเป็นเพียงประมาณ 5-6% ของรายได้รวมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจาก Data Center และ AI ซึ่งเป็นคนละโลกกัน

เข้าใจผิดที่ 3: AI Boom คือฟองสบู่ที่กำลังจะแตก Jensen Huang โต้แย้งว่าลูกค้าของเขาได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน AI เป็นรูปธรรมแล้ว โดย Kress ยกตัวอย่าง Meta ที่ AI สร้างกำไรให้จริงๆ และย้ำว่า "Token สร้างกำไรได้แล้ว" ซึ่งหมายความว่าการลงทุนใน AI เริ่มมีผลตอบแทนที่วัดได้จริง

เข้าใจผิดที่ 4: NVIDIA ขึ้นอยู่กับลูกค้าไม่กี่ราย แม้ Hyperscaler ยังคงเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด แต่การเติบโตในไตรมาสล่าสุดส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในแง่การกระจายความเสี่ยง


ยุค Agentic AI คืออะไร และทำไม NVIDIA ถึงตื่นเต้นมาก

Jensen Huang พูดถึงคำว่า "Agentic AI" บ่อยมากในการแถลงการณ์ครั้งนี้ คำนี้หมายถึง AI ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองอย่างอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามแล้วจบ แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินการตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายได้เลย

ถ้า AI รุ่นปัจจุบันเปรียบเหมือนผู้ช่วยที่ตอบคำถามเมื่อถูกถาม Agentic AI จะเปรียบเหมือนพนักงานที่ทำงานด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องสั่งทีละขั้น

สิ่งนี้หมายความว่าความต้องการพลังประมวลผล (ซึ่งก็คือชิปของ NVIDIA) จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะ Agentic AI ต้องทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เมื่อผู้ใช้กดถาม


สรุป: NVIDIA ไม่ใช่แค่หุ้นเทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ AI

ผลประกอบการของ NVIDIA ในไตรมาสนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าบริษัทหนึ่งทำกำไรได้มาก แต่บอกว่าโลกกำลังลงทุนมหาศาลในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ และ NVIDIA อยู่ตรงกลางของทุกอย่าง


รายได้ที่โต 73% Guidance ที่สูงกว่าคาด Vera Rubin ที่จะหั่นต้นทุน AI ลง 10 เท่า และ Agentic AI ที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจทำงานทั่วโลก ทั้งหมดนี้คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า AI ไม่ใช่กระแสชั่วคราว


สำหรับนักลงทุนที่กำลังติดตามหุ้น NVIDIA หรือสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI การทำความเข้าใจว่า NVIDIA สร้างมูลค่าได้อย่างไร ลูกค้าของพวกเขาคือใคร และเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NVIDIA

1: NVIDIA คืออะไร และทำธุรกิจอะไร? 

NVIDIA คือบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิปประมวลผล โดยเฉพาะ GPU (Graphics Processing Unit) ที่ปัจจุบันกลายเป็นหัวใจหลักของระบบ AI และ Data Center ทั่วโลก รายได้หลักมาจากธุรกิจ Data Center มากกว่า 90% และยังมีธุรกิจ Gaming, Automotive, Professional Visualization และ Networking


2: ทำไมหุ้น NVIDIA ถึงเติบโตได้มากขนาดนี้? 

เป็นเพราะความต้องการชิป AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกต้องการพลังประมวลผลมหาศาลในการฝึกสอนและรัน AI Model และ NVIDIA เป็นผู้นำตลาดที่มีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้คู่แข่งได้ยากมาก


3: Vera Rubin คืออะไร และแตกต่างจาก Blackwell อย่างไร? 

Vera Rubin คือแพลตฟอร์มชิป AI รุ่นใหม่จาก NVIDIA ที่สามารถลดต้นทุน Inference Token (ต้นทุนในการประมวลผล AI เมื่อทำงานจริง) ลงได้สูงสุดถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับ Blackwell รุ่นก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถรัน AI ได้มากขึ้นในต้นทุนเท่าเดิม


4: การลงทุนใน AI เป็นฟองสบู่หรือไม่ ควรลงทุนในหุ้น NVIDIA ตอนนี้ไหม? 

นี่เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาหลายมิติ ฝ่ายที่มองบวกชี้ว่าลูกค้าของ NVIDIA ได้รับผลตอบแทนที่วัดได้จริงแล้ว และความต้องการยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายที่ระมัดระวังตั้งคำถามว่าการใช้จ่ายในระดับนี้จะยั่งยืนได้นานแค่ไหน และคู่แข่งจะตามทันเมื่อใด การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาจากเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละบุคคล และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนเสมอ


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
หุ้น AI ที่ทรงพลังในตลาดโลก: หุ้น PLTR
หุ้น ดาวโจนส์ฟื้นตัวหลังร่วงหนัก กองทุนแห่ Short หุ้นซอฟต์แวร์ท่ามกลางความกังวล AI
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ล่าสุด ย่อตัว! ตลาดระแวง "ภาษีทรัมป์ 15%" ทุบความเชื่อมั่นนักลงทุน
MSFT ยังน่าซื้อไหมในปี 2026? วิเคราะห์อนาคต Microsoft ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด
6 รายงานผลประกอบการที่อาจส่งผลต่อตลาดในสัปดาห์นี้