เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-28
ในโลกที่เส้นทางการค้าถูกเขียนใหม่ด้วยน้ำแข็งที่ละลาย และอำนาจถูกชั่งใหม่ด้วยแร่ธาตุหายาก คำถามที่ว่า หุ้นตัวไหนดี ไม่ได้หมายถึงการมองหากำไรระยะสั้นอีกต่อไป แต่มันคือการอ่านเกมอำนาจระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรุนแรง เมื่อพาดหัวข่าวเรื่อง "กรีนแลนด์" กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ค่าเงินสั่น ทองคำพุ่ง และพอร์ตการลงทุนทั่วโลกถูกจัดทัพใหม่ภายในชั่วข้ามคืน นักลงทุนที่ยังคิดว่าการวิเคราะห์พื้นฐานแบบเดิมๆ จะพอใช้ได้ กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

กรีนแลนด์ ดินแดนที่เคยไม่มีใครแม้แต่จะเหลียวแล เพราะไม่มีสกุลเงินหลัก ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ และแทบไม่ปรากฏในปฏิทินข่าวมหภาค กลับกลายเป็นจุดยืนที่ทำให้ระบบ AI Trading สั่นสะเทือนและกระชากตลาด FX อย่างรุนแรง
เหตุผลนั้นซับซ้อนแต่ชัดเจน: ตลาดในยุคใหม่ไม่ได้เทรดตามพิกัดทางภูมิศาสตร์ แต่เทรดตาม "การรับรู้ความเสี่ยง" และความเสี่ยงนั้นถูกประมวลผลด้วยความเร็วแสงโดยระบบอัจฉริยะที่ไม่ต้องการเวลาคิด ไม่มีอารมณ์ และไม่ลังเล
1. จุดยุทธศาสตร์ทางทหารที่ไม่อาจมองข้าม
น้ำแข็งอาร์กติกละลาย เส้นทางเดินเรือทางเหนือเปิดกว้าง ใครครองฐานทัพในภูมิภาคนี้ ก็เท่ากับควบคุมโลจิสติกส์อนาคตที่เชื่อมเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ
2. แหล่งแร่หายากที่โลกต้องแย่งชิง
Neodymium, Dysprosium, Yttrium แร่เหล่านี้คือหัวใจของ EV, เซมิคอนดักเตอร์, อาวุธทันสมัย, AI และ Data Center และปัจจุบัน 80% ของ supply chain อยู่ในมือจีน การมีแหล่งแร่ทางเลือกจึงไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่เป็นเรื่องความมั่นคงระดับชาติ
3. รอยแตกในความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ ยุโรป จีน รัสเซีย ไม่ได้เป็นเพียงข่าวการเมือง แต่มันคือ ตัวแปรทางการเงินที่แท้จริง เมื่อความเชื่อใจพังทลาย เงินทุนก็ไหลหนี

เมื่อพาดหัวข่าวกรีนแลนด์วิ่งผ่านหน้าจอ ระบบ AI ของสถาบันการเงินจะทำงานทันที:
อ่าน – กวาดทุกพาดหัวจากทุกแหล่ง
แยกประเภท – ตีความว่าเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย
ปรับทัพ – ลดความเสี่ยง, ซื้อประกัน (Hedging), หรือปรับพอร์ตใหม่ทั้งหมด
นี่คือเหตุผลที่เราเห็น USD แข็งค่ากะทันหัน, ความต้องการ JPY และ CHF พุ่งสูง, และความผันผวนกระชากตัว โดยที่ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจใดๆ ประกาศออกมา เพราะคลื่นลูกแรกไม่ใช่เรื่องพื้นฐาน แต่เป็นเรื่อง "การจัดทัพเพื่อหนีตาย"
ทองคำ พุ่งทะยานในฐานะหลุมหลบภัยสุดท้าย
น้ำมัน บวก "ค่าพรีเมียมความเสี่ยง" แม้การผลิตจะยังไม่ถูกกระทบ
เมื่อ FX, สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้น ขยับไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือสัญญาณว่า ตลาดไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ แต่กำลังอยู่ในโหมด "เอาตัวรอด"
เหตุการณ์แบบนี้มักทิ้งบาดแผลไว้ให้เทรดเดอร์รายย่อยเสมอ:
วิ่งไล่ตามราคาที่พุ่งไปแล้วในคลื่นลูกแรก
กระโดดเข้าใส่ในจังหวะที่ความผันผวนสูงสุด
ใช้ขนาดออเดอร์ปกติ ในสภาวะตลาดที่ผิดปกติ
ผลลัพธ์คือ ไม่ใช่การขาดทุนเพราะเดาทิศทางผิด แต่เป็นการขาดทุนเพราะ "จังหวะนรก" และ "การคุมความเสี่ยงที่ล้มเหลว"
คุณไม่จำเป็นต้องเร็วกว่า AI แต่คุณต้อง "เลือกเก่งกว่า"
อย่าเทรดในยอดคลื่นแรก: การพุ่งตัวครั้งแรกคือสนามรบของอัลกอริทึม อัตรากำไรต่อความเสี่ยงมักไม่คุ้มค่า
รอสัญญาณยืนยัน: ดูว่ามีข่าวตามมาไหม? ทองคำกับหุ้นไปทางเดียวกันหรือไม่? กราฟเริ่มสร้างฐานหรือยัง?
ลดขนาดไม้โดยอัตโนมัติ: ในภาวะสงครามข่าว สเปรดจะกว้างและราคาสวิงแรง การเทรดไม้เล็กจะช่วยให้คุณยังอยู่ในเกม
ดักกินคลื่นลูกที่สอง: เมื่อพายุปราสไป และความผันผวนเริ่มนิ่ง นั่นคือจุดที่มนุษย์มีแต้มต่อเหนือเครื่องจักร
ตลาดไม่ได้สนใจว่าสหรัฐฯ จะยึดกรีนแลนด์ได้จริงหรือไม่ แต่กำลัง price-in ว่าโลกกำลังไม่สงบ และ supply chain จะไม่ราบรื่นเหมือนเดิม
ผลคือ:
หุ้นใหญ่ valuation สูง ผันผวนง่าย
เงินไหลออกจาก growth story
เงินไหลเข้า "ของที่จับต้องได้"
และตรงนี้เอง กลุ่มหุ้นบางกลุ่มจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม
MP Materials (MP): เจ้าของเหมือง rare earth ใหญ่สุดในสหรัฐ งบอาจผันผวน แต่ strategic value สูงลิ่ว thesis ชัด: ลดการพึ่งพาจีน
Lynas Rare Earths (LYSCF): ผู้ผลิต rare earth นอกจีนรายใหญ่ ถ้าโลกตึง ของหายาก = อำนาจต่อรอง ไม่ต้องกำไรสวยมาก แต่ถ้า "ถือของที่โลกต้องใช้" ตลาดก็ยอมให้ค่า
Lockheed Martin (LMT): ผลิตเครื่องบินรบ ระบบขีปนาวุธ order คำสั่งซื้อยาวเหยียดในช่วงสงคราม
RTX Corporation (RTX): ระบบป้องกันทางอากาศ เรดาร์ ได้ประโยชน์ทั้งฝั่งสหรัฐฯ และ NATO
จุดสำคัญคือ ตลาดไม่ได้มองกำไรวันนี้ แต่มอง order backlog + สงครามจะไปทางไหนต่อ
Exxon Mobil (XOM): พลังงานคือ national interest ราคาน้ำมันผันผวน แต่บทบาทไม่หาย
Chevron (CVX): พื้นฐานแข็งแรง มีทรัพยากรเพียงพอ หายห่วงเรื่อง energy security
A.P. Moller–Maersk (AMKBY): โลจิสติกส์ระดับโลก เป็นตัวเลือกแรกของเส้นทางการค้าใหม่
กลุ่มนี้เริ่มถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่หุ้น cycle แต่เป็นหุ้นยุทธศาสตร์
Apple (AAPL), Nvidia (NVDA), Amazon (AMZN)
ไม่ใช่ธุรกิจไม่ดี แต่ valuation สูง = แพ้ทางข่าว geopolitics ทันที
ASML Holding NV (ASML), Novo Nordisk (NVO)
อยู่กลาง trade war ต่อรองยาก ถ้าโดนขึ้นภาษี
มันสะท้อนว่า Geopolitics = ตัวแปรทางการเงิน
ดอกเบี้ยอาจไม่กลับมาอยู่จุดต่ำได้ง่าย เพราะทุกสงคราม หมายถึงการปริ้นเงินใส่กัน
Physical asset กลับมามีค่า ตลาดให้ค่ากับแร่ พลังงาน อาวุธ โครงสร้างพื้นฐาน มากกว่า story สวยๆ
S&P 500 ขึ้นมาสูงมากแล้ว การปรับฐานอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
"ในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ การรอคอยไม่ใช่การนิ่งเฉย แต่มันคือหนึ่งในกลยุทธ์ที่เฉียบคมที่สุด"
คำถามที่ว่า หุ้นตัวไหนดี ในยุคนี้ ไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณอ่านเกมอำนาจออกหรือไม่ และคนที่อ่านเกมออก มักขยับก่อนเสมอ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ