เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-20
หากคุณกำลังมองหาโอกาสสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอท่ามกลางความผันผวนของตลาด การลงทุนใน หุ้นปันผล 2569 คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดที่สุด โดยเฉพาะในช่วงปลายปีแบบนี้ที่ถือเป็น "จังหวะทอง" ในการเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่พร้อมจะจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่ามีกลุ่มหุ้นอสังหาฯ และธนาคารหลายตัวที่คาดการณ์อัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4 - 9% เลยทีเดียว
การลงทุนในหุ้นปันผลไม่ใช่แค่การซื้อแล้วรอรับเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี "จังหวะเวลา" ที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนรวม (Total Return) ให้สูงขึ้น ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กลยุทธ์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดคือ การเข้าซื้อล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ผู้ซื้อไม่ได้รับสิทธิปันผล)
สถิติที่น่าสนใจระบุว่า:
หากซื้อล่วงหน้า 2 เดือน: มีโอกาสรับผลตอบแทนรวม (ราคาหุ้น + ปันผล) สูงถึง 11.66%
หากซื้อล่วงหน้า 1 เดือน: ผลตอบแทนจะลดลงเหลือประมาณ 6.37%
หากรอจนถึง 1-2 สัปดาห์สุดท้าย: ผลตอบแทนอาจเหลือเพียงไม่ถึง 2.31%
ดังนั้น การเริ่มมองหา หุ้นปันผล 10 อันดับดีของประเทศไทย 2568 ตั้งแต่ตอนนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตอย่างมั่นคง
จากการสำรวจข้อมูล IAA Consensus พบว่ามีบริษัทที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมีตัวอย่างหุ้นที่คาดว่าจะให้ปันผลในระดับที่น่าประทับใจ ดังนี้:

คาดการณ์ยีลด์: 9.00% NER เปรียบเสมือนโรงบ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมยางพารา ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยมและการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
ทำไมถึงน่าลงทุน: แม้ราคายางในตลาดโลกจะมีความผันผวน แต่ NER มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มล้อยางระดับโลกที่มั่นคง ทำให้กำไรสุทธิยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดี การจ่ายปันผลที่สูงถึง 9% สะท้อนถึงความมั่งคั่งที่ส่งตรงถึงมือผู้ถือหุ้นอย่างจริงใจ
คาดการณ์ยีลด์: 7.07% ภายใต้รูปโฉมใหม่ของยานแม่ SCB ไม่เพียงแต่เป็นธนาคารที่เก่าแก่และมั่นคง แต่ยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินที่ปรับตัวรับกระแสโลกได้อย่างสง่างาม
ทำไมถึงน่าลงทุน: SCB มีนโยบายการจัดการทุนที่ชาญฉลาด (Capital Management) โดยเน้นการส่งคืนกำไรสู่ผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผลที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ประกอบกับฐานลูกค้าที่กว้างขวางและการควบคุม NPL ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้หุ้นตัวนี้เป็นเสมือน "กำแพงเมือง" ที่ปกป้องพอร์ตการลงทุนของคุณ
คาดการณ์ยีลด์: 6.97% (จ่ายปีละครั้ง) BAM คือยักษ์ใหญ่ในวงการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ที่มีความเชี่ยวชาญในการแปรเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ที่หยุดนิ่งให้กลับมามีชีวิตและสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง
ทำไมถึงน่าลงทุน: ในภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว BAM มีโอกาสในการคัดสรรสินทรัพย์ราคาถูกเข้าพอร์ตได้มากขึ้น การจ่ายปันผลปีละครั้งในอัตราเกือบ 7% เปรียบเสมือน "โบนัสประจำปี" ที่ช่วยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำจากความสำเร็จในการบริหารสินทรัพย์ของชาติ
คาดการณ์ยีลด์: 6.63% (จ่ายปีละครั้ง) AP คือผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าใจในทุกมิติของการใช้ชีวิต ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและการเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand)
ทำไมถึงน่าลงทุน: AP มีความโดดเด่นในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) และมีสินค้าพร้อมโอน (Backlog) ในระดับสูง ทำให้คาดการณ์กำไรมีความแม่นยำ ปันผลระดับ 6.63% นี้จึงเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำที่ไม่เคยหยุดพัฒนา
คาดการณ์ยีลด์: 6.06% QH เป็นตัวแทนของความประณีตและความมั่นคงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เน้นการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพและกำไรสุทธิที่สม่ำเสมอ
ทำไมถึงน่าลงทุน: จุดเด่นสำคัญคือ QH มีการลงทุนในบริษัทร่วม (เช่น HMPRO, LHFG) ซึ่งสร้างรายได้ในรูปแบบเงินปันผลกลับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ QH มีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการจ่ายปันผลที่จูงใจ แม้ในสภาวะที่ตลาดอสังหาฯ จะมีความกดดันก็ตาม
นอกเหนือจากการมองหา หุ้นปันผล 10 อันดับดีของประเทศไทย 2568 แล้ว นักลงทุนควรพิจารณาจากเกณฑ์ความเหมาะสมอื่นประกอบด้วย โดยทั่วไปหุ้นปันผลที่ "คุณภาพดี" ควรให้ Yield ไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี หรือใช้วิธีคำนวณง่ายๆ คือ
Dividend Yield ที่เหมาะสม = (Yield เฉลี่ยของตลาด + อัตราเงินเฟ้อ + ดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ย 5 ธนาคารใหญ่)
ตัวอย่างเช่น หากคำนวณตามสูตรนี้ในปีปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยที่ควรได้รับจะอยู่ที่ประมาณ 5.1% ขึ้นไป
การเลือกหุ้นที่ใช่อาจเป็นเพียงก้าวแรก แต่การมีพันธมิตรทางการเงินที่แข็งแกร่งคือสิ่งที่ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น ที่ EBC Financial Group เราไม่ได้เป็นเพียงโบรกเกอร์ แต่เราคือเพื่อนคู่คิดที่พร้อมจะสนับสนุนทุกการตัดสินใจของคุณด้วยความโปร่งใสและเป็นมืออาชีพ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ