ส่องทิศทาง "หุ้นไทยวันนี้" 15 ม.ค. 69: กลุ่มการเงินกลับมาคึกคัก รับอานิสงส์กำไรเด่นกว่าคาด!
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

ส่องทิศทาง "หุ้นไทยวันนี้" 15 ม.ค. 69: กลุ่มการเงินกลับมาคึกคัก รับอานิสงส์กำไรเด่นกว่าคาด!

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-15

ภาพรวม หุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,240 – 1,255 จุด โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงินที่เริ่มทยอยประกาศออกมาดีเกินคาด ผสานกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายจากตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ Bond Yield ปรับตัวลดลง เป็นแรงส่งที่ดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดหุ้นไทย


Gemini Generated Image (11).jpeg


เจาะลึกปัจจัยโลก: เมื่อ Tech พักฐาน แต่กลุ่มการเงินฝั่งสหรัฐฯ ยังแกร่ง

เมื่อคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ อย่าง Dow Jones และ Nasdaq มีการปรับฐานเล็กน้อย ซึ่งทาง บล.พาย มองว่าเป็นเพียงจังหวะ Take Profit หรือการขายทำกำไรปกติของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ:

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ดัชนี Core PPI (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ทรงตัว ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.2% สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มเบาบางลง

  • Bond Yield ลดลง: ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ทั้งตลาดหุ้นและทองคำยังมีความน่าสนใจ

  • ราคาน้ำมันดิบ (BRT): ปิดบวก 1.6% จากความกังวลเรื่องอุปทานในอิหร่าน ใครที่มีหุ้นพลังงานในพอร์ตช่วงนี้ถือว่าได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ



ทำไมกลุ่มการเงินถึงกลับมาน่าสนใจใน "หุ้นไทยวันนี้”

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ จุดที่ทำให้ หุ้นไทยวันนี้ ดูสดใสขึ้นมาคือการเริ่มประกาศผลประกอบการครับ โดยเฉพาะหุ้นอย่าง KTC ที่โชว์กำไรดีกว่าคาดถึง 10% จากการสำรองหนี้ที่ลดลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินตัวอื่นๆ ถูกจับตามองตามไปด้วย


นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่ามาแตะระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์ ยังเป็นสัญญาณบวกต่อ กลุ่มส่งออก (เช่น ITC และ TU) ที่จะได้รับผลประโยชน์จากการแปลงรายได้กลับเป็นเงินบาทที่มากขึ้น


กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าจับตา

สำหรับการวางกลยุทธ์ในภาวะตลาดเช่นนี้ เราแนะนำให้เน้นการเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy) ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวชัดเจน:

  1. กลุ่มการเงิน & ธนาคาร: MTC, SAWAD, TIDLOR และหุ้นปันผลสูงอย่าง BBL, KBANK, KTB, SCB

  2. กลุ่มพลังงาน: PTTEP (รับอานิสงส์ราคาน้ำมันขาขึ้น)

  3. กลุ่มส่งออก: ITC, TU (รับอานิสงส์บาทอ่อน)

  4. กลุ่มค้าปลีก/ศูนย์การค้า: CPN



Expert Insight: มุมมองจาก EBC Financial Group

การลงทุนในยุคที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายและแม่นยำคือสิ่งสำคัญ ที่ EBC Financial Group เราเชื่อว่าโอกาสมีอยู่เสมอในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นจากข่าวผลประกอบการ หรือการวางแผนพอร์ตระยะยาวในสินทรัพย์ระดับโลก


"หัวใจสำคัญของการเทรดไม่ใช่แค่การรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้น แต่คือการเข้าใจว่าปัจจัยมหภาคกำลังขับเคลื่อนกระแสเงินทุนไปทางไหน"


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ค่าเงินบาทวันนี้ 9 ม.ค. 68 แข็งค่าตามราคาทอง
หุ้น NBY พุ่งขึ้น 100%: เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น NovaBay กันแน่?
ค่าเงินบาท วันนี้ เปิดตลาดอ่อนค่า จับตาปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก
เงินบาทพุ่งแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี! เจาะลึกทิศทาง USD/THB และโอกาสทำกำไรส่งท้ายปี 2025
สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ Goldilocks? เจาะโอกาส เทรดหุ้นสหรัฐ และทิศทางทองคำรับมือดอกเบี้ยขาลง