เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-27
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-27
ราคาน้ำมันดิบ Brent ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ขณะที่ WTI เคลื่อนไหวต่ำกว่า 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงกดดันหลักมาจากรายงานความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก คำถามที่นักเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ถามกันมากที่สุดตอนนี้คือ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้จะยังร่วงต่อ หรือมีโอกาสรีบาวด์กลับ บทความนี้รวบรวมปัจจัยพื้นฐาน มุมมองทางเทคนิค และสิ่งที่ต้องติดตามในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า
Brent ร่วงมาแล้ว 3-4 วันทำการติดต่อกัน จากระดับใกล้ 89 ดอลลาร์ลงมาซื้อขายแถว 87 ดอลลาร์ ส่วน WTI หลุดกรอบ 82 ดอลลาร์
อิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ แต่การเปิดเส้นทางเต็มรูปแบบยังต้องรอความชัดเจนเพิ่ม
มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจากสหรัฐฯ ออกมาเบากว่าที่ตลาดกลัว ยังไม่แตะคู่ค้าของอิหร่านโดยตรง
OPEC+ เตรียมขึ้นโควตาการผลิตรอบสุดท้ายในเดือนกันยายน ขณะสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ แทบไม่ขยับ แต่สต็อกน้ำมันสำเร็จรูปกลับตึงตัว
แนว EMA 200 ยังเป็นจุดอ้างอิงหลักในการอ่านเทรนด์ ส่วน RSI และ Bollinger Bands เหมาะกับการจับจังหวะระยะสั้น

Brent เปิดตลาดวันที่ 27 สิงหาคมใกล้ระดับ 87.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับตัวลงมาซื้อขายแถว 86.90 ดอลลาร์ ลดลงราว 1 เปอร์เซ็นต์จากวันก่อนหน้า ส่วน WTI เปิดตลาดที่ราว 82 ดอลลาร์ และร่วงลงมาต่ำกว่า 81 ดอลลาร์ในบางช่วง ทั้งสองสัญญาลดลงต่อเนื่องมาแล้ว 3-4 วันทำการติดต่อกัน นับเป็นการปรับฐานที่ชัดเจนหลัง Brent เคยขึ้นไปทดสอบระดับใกล้ 89 ดอลลาร์เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตัวเลขที่ระบุข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณจากข้อมูลตลาดล่าสุดเท่านั้น ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ตลาดเปิดทำการ นักเทรดสามารถตรวจสอบราคาปัจจุบันผ่านกราฟและเครื่องมือของ EBC โบรกเกอร์ที่กำกับดูแลโดย FCA, ASIC และ CIMA
ปัจจัยที่กดราคาน้ำมันลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คือความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมาน ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการแบ่งสัดส่วนน่านน้ำและรายได้ในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ฝ่ายอิหร่านจะย้ำว่าการเปิดเส้นทางขนส่งอย่างเต็มรูปแบบยังต้องอาศัยมากกว่าข้อตกลงกับโอมานเพียงประเทศเดียว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีน้ำมันราว 10 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณว่าการขนส่งเริ่มคลี่คลาย
ประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรใหม่จากสหรัฐฯ ต่ออิหร่านก็ออกมาไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดกังวลไว้ก่อนหน้า ทำเนียบขาวยังไม่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิกับประเทศคู่ค้าของอิหร่าน จึงลดความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะถูกตัดขาดอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันมีรายงานจากข้อมูลดาวเทียมว่าซาอุดีอาระเบียอาจเพิ่มปริมาณการขนถ่ายน้ำมันจากท่าเทียบเรือในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเสริมมุมมองด้านอุปทานที่ผ่อนคลายลง
OPEC+ เตรียมปรับเพิ่มโควตาการผลิตรอบสุดท้ายที่ประมาณ 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้การทยอยยกเลิกมาตรการลดกำลังผลิตโดยสมัครใจเสร็จสิ้นตามแผน กลุ่มยังคงความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายการผลิตต่อไปตามสถานการณ์ตลาด แม้อาจหยุดการเพิ่มกำลังผลิตชั่วคราวหลังจากรอบนี้
ด้านตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศพลังงาน (EIA) ที่รายงานล่าสุดระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินและดีเซลลดลงแตะระดับต่ำตามฤดูกาล ภาพรวมจึงเป็นสัญญาณผสม อุปทานดิบไม่ได้ล้นตลาดเพิ่มขึ้นมาก แต่ผลิตภัณฑ์กลั่นกลับตึงตัวขึ้น จุดนี้อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะสั้นหากดีมานด์ปลายทางยังแข็งแกร่ง
น้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ชัดเจนในช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานหนุนทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และผันผวนรุนแรงเมื่อมีข่าวภูมิรัฐศาสตร์เข้ามากระทบ นักเทรดน้ำมันจึงนิยมผสมอินดิเคเตอร์หลายกลุ่มเข้าด้วยกัน แทนที่จะดูตัวใดตัวหนึ่งเพียงลำพัง
EMA 50 และ EMA 200 ยังใช้งานได้ดีกับน้ำมัน เพราะสินทรัพย์ตัวนี้มักวิ่งเป็นเทรนด์ยาว หากราคายืนเหนือเส้น EMA 200 แปลว่าโครงสร้างขาขึ้นยังไม่เสีย เส้นนี้มักทำหน้าที่เป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญ
MACD ช่วยจับจังหวะที่เทรนด์เริ่มอ่อนแรงผ่านสัญญาณ Divergence ซึ่งราคาทำจุดต่ำใหม่แต่อินดิเคเตอร์ไม่ทำจุดต่ำตาม
RSI ใช้หาโซนซื้อมากเกินไปเหนือ 70 และขายมากเกินไปต่ำกว่า 30 โดยเฉพาะบนกราฟ 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง เพื่อระวังจังหวะย่อตัวหรือรีบาวด์ระยะสั้น
Bollinger Bands ช่วยมองกรอบการแกว่งตัวของราคา หากแถบบีบแคบลงมักเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังสะสมพลังก่อนเลือกทิศทาง
ATR บอกขนาดการแกว่งตัวเฉลี่ยต่อวัน ซึ่งจำเป็นสำหรับการคำนวณระยะตัดขาดทุนให้เหมาะกับความผันผวนที่ไม่เท่ากันในแต่ละสัปดาห์
การประเมินราคาน้ำมันพรุ่งนี้ไม่ควรอาศัยอินดิเคเตอร์เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาร่วมกับทิศทางดัชนีดอลลาร์สหรัฐด้วย เนื่องจากน้ำมันซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งค่ามักกดดันให้ราคาน้ำมันถูกลง
ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ยังมีตัวแปรสำคัญรออยู่หลายจุด ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกนและจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันจาก Baker Hughes จะประกาศในวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มการผลิตในสหรัฐฯ ระยะถัดไป นอกจากนี้สถานการณ์ในยูเครนที่มีรายงานว่าฝ่ายรัสเซียอาจเตรียมยกระดับปฏิบัติการ ก็เป็นความเสี่ยงด้านพลังงานที่ตลาดยังจับตาอยู่เช่นกัน
หากข้อตกลงอิหร่าน-โอมานพัฒนาไปในทิศทางที่ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซคล่องตัวขึ้นจริง ราคาน้ำมันมีโอกาสร่วงต่อเนื่องทดสอบแนวรับถัดไป แต่หากมีความเสี่ยงใหม่จากฝั่งรัสเซีย-ยูเครน หรือสหรัฐฯ ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านแรงกว่าที่คาด ราคาก็มีโอกาสสะบัดกลับขึ้นได้เช่นกัน ความผันผวนในลักษณะนี้เหมาะกับนักเทรดที่ติดตามข่าวใกล้ชิดและปรับขนาดสถานะให้สอดคล้องกับความเสี่ยง
ยังไม่มีใครฟันธงทิศทางล่วงหน้าได้แน่นอน แต่จากแรงกดดันด้านอุปทานที่คลายลงจากความคืบหน้าการเจรจาอิหร่าน-โอมาน ประกอบกับราคาที่ร่วงต่อเนื่องมาหลายวันติด แนวโน้มระยะสั้นยังเอียงไปทางลบ เว้นแต่จะมีปัจจัยเซอร์ไพรส์จากฝั่งภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเปลี่ยนภาพ
Brent เป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงหลักของตลาดโลก ใช้กับน้ำมันจากแหล่งทะเลเหนือและตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ ส่วน WTI เป็นราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ ส่งมอบที่เมือง Cushing รัฐโอคลาโฮมา โดยทั่วไป Brent มักซื้อขายสูงกว่า WTI เพราะเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนขนส่งไปยังตลาดโลกที่กว้างกว่า
รายงานสต็อกน้ำมันดิบจาก EIA ประกาศทุกคืนวันพุธตามเวลาไทย เป็นข้อมูลที่ตลาดให้น้ำหนักสูงมาก หากสต็อกลดลงมากกว่าที่คาด มักตีความว่าดีมานด์แข็งแกร่งและหนุนราคาให้ปรับขึ้น ในทางกลับกัน หากสต็อกเพิ่มขึ้นเกินคาด ราคามักถูกกดดันให้ลดลง
สำหรับกราฟ 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง RSI และ Bollinger Bands ถูกใช้กันมากในการหาจังหวะเข้าออกระยะสั้น ส่วนผู้ที่ต้องการยืนยันเทรนด์หลักก่อนตัดสินใจ ควรดู EMA 200 ประกอบด้วยเสมอ