Bitcoin ราคาถูกทุบได้ยังไง? เปิดเกมลับตลาด Paper Market ที่นักลงทุนต้องรู้
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

Bitcoin ราคาถูกทุบได้ยังไง? เปิดเกมลับตลาด Paper Market ที่นักลงทุนต้องรู้

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-09

Bitcoin


คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไม Bitcoin กับทองคำถึงราคาร่วงได้ วันนี้เราจะพาคุณไขปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตลาดการเงินโลก และเปิดเผยกลไกที่ทำให้ "ของหายาก" กลับกลายเป็นสนามรบของเงินทุนยักษ์ใหญ่


ความจริงที่คุณไม่รู้: ราคาที่เห็นไม่ใช่ "ราคาจริง"

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังมองดูราคา Bitcoin หรือทองคำบนหน้าจอมือถือ สิ่งที่คุณเห็นนั้นไม่ได้เกิดจากการที่ผู้คนออกไปซื้อ Bitcoin หรือทองคำแท่ง แต่มันเกิดมันถูกกำหนดโดย "ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า" หรือ Futures Market ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตลาดของจริงหลายเท่าตัว


Paper Market คืออะไร? ทำไมถึงควบคุมราคาได้?

"กระดาษ" ที่มีค่ามากกว่าทองคำ

Paper Market หรือที่เรียกว่า "ตลาดกระดาษ" ไม่ได้หมายถึงของปลอม แต่มันคือระบบซื้อขาย "สัญญา" หรือ "สิทธิ์ในการเรียกร้อง" ที่ผูกกับมูลค่าของสินทรัพย์


ประเด็นสำคัญคือ: ปริมาณของสัญญาเหล่านี้สามารถขยายตัวได้มากกว่าของจริงที่มีอยู่ในโลกหลายเท่า


ลองจินตนาการว่า ทองคำแท่งหนึ่งแท่งในตู้นิรภัยสามารถถูกใช้เป็น "ตัวอ้างอิง" ในการออกสัญญาให้กับนักลงทุนได้ 10-20 คนพร้อมกัน ผ่านระบบที่เรียกว่า Leverage หรือการกู้ยืมเพื่อเทรด


เมื่อแรงซื้อถูก "เบี่ยงเบน" ไปผิดทาง

ปกติแล้ว ถ้าคนต้องการ Bitcoin มากขึ้น พวกเขาควรจะไปซื้อ Bitcoin จริงๆ จนมันหายากขึ้น ราคาก็จะพุ่ง แต่ในความเป็นจริง แรงซื้อเหล่านั้นถูกดูดไปอยู่ใน "ตลาดสัญญา" แทน


ผลลัพธ์

คนจำนวนมหาศาลถือ "สัญญา Bitcoin" ในบัญชี

แต่ Bitcoin จริงๆ ยังวนเวียนอยู่ในตลาดเหมือนเดิม

Supply ไม่ได้ลดลงจริง ราคาจึงไม่พุ่งอย่างที่ควรจะเป็น


เจ้ามือทุบราคาได้ยังไง? เปิดกลยุทธ์ Futures Market

อาวุธลับ: Leverage และ Short Position

ตลาด Futures มีสภาพคล่องสูงมากและอนุญาตให้ใช้ Leverage ได้ถึง 100 เท่า นี่หมายความว่า นักลงทุนสถาบันรายใหญ่สามารถใช้เงินเพียง 1 ล้านบาท สร้างสถานะ "ขาย" (Short) มูลค่า 100 ล้านบาทได้


แม้ว่าพวกเขาจะไม่มี Bitcoin หรือทองคำจริงในมือเลยก็ตาม


Price Discovery  ใครกำหนดราคาจริงๆ?

เนื่องจากตลาด Futures มีปริมาณเงินหมุนเวียนมหาศาล จึงมีอิทธิพลในการ "ชี้นำราคา" ของตลาดโลกในระยะสั้น กระบวนการนี้เรียกว่า Price Discovery


นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้งเราจึงเห็นราคาถูกทุบลง ทั้งๆ ที่ความต้องการของจริงยังสูงอยู่


แล้วมันมีแต่ด้านเสียเหรอ? เปล่านะ!

เหรียญสองด้าน: Leverage ดันราคาพุ่งได้เหมือนกัน

อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า Paper Market เป็นตัวร้ายอย่างเดียว เพราะในช่วงขาขึ้น กลไก Leverage นี่แหละที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานแรงกว่าความเป็นจริงไปไกล


เมื่อเกิด FOMO (Fear of Missing Out) คนทั้งโลกแห่เปิดสัญญา Long (ซื้อเก็งกำไร) พอราคาขยับขึ้นนิดหน่อย คนที่ถือ Short Position ก็จะขาดทุนและถูกบังคับให้ซื้อคืน (Short Squeeze) ผลักราคาให้พุ่งขึ้นเป็นทวีคูณ


กระดาษแผ่นเดียวกัน ทำให้ขึ้นแรง ลงแรง


Bitcoin ETF กับกองทุนทองคำ - แตกต่างจาก Paper ยังไง?

ไม่ใช่ Paper ทุกใบที่แย่

ในยุคปัจจุบัน เรามีผลิตภัณฑ์ที่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง เช่น:

  • Spot Bitcoin ETF ในอเมริกา

  • กองทุนทองคำขนาดใหญ่ที่ระบุว่าเป็นแบบ Allocated


ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำงานแตกต่างจาก Paper Market แบบเดิมอย่างไร?


ทุกครั้งที่มีเงินไหลเข้า พวกเขาต้องไปซื้อ Bitcoin หรือทองคำจริงๆ มาเก็บ นี่หมายความว่า Supply ในตลาดหายไปจริง ส่งผลดีต่อราคาในระยะยาว


ความเสี่ยงที่ไม่มีใครบอก: Counterparty Risk

คุณ "เป็นเจ้าของ" หรือแค่ "มีสิทธิ์"?

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดที่นักลงทุนทุกคนต้องเข้าใจ:


ตราบใดที่คุณไม่ได้ถือของจริงไว้ในมือ หรือใน Wallet ของคุณเอง คุณก็ยังมีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk)


เพราะคุณถือแค่ "สิทธิ์" ไม่ได้มีอำนาจควบคุมสินทรัพย์โดยตรง 100%


หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน:

  • กฎหมายเปลี่ยน

  • ตัวกลางมีปัญหา

  • ระบบล่มสลาย

คุณอาจเข้าถึงสินทรัพย์ไม่ได้เลย


Price Decoupling - เมื่อราคากระดาษกับของจริงแยกทาง

สิ่งที่น่ากังวลจริงๆ ไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่คือความเสี่ยงที่ราคาจะ "แยกทาง" ในยามวิกฤต


หากวันหนึ่งคนไม่เชื่อมั่นในสัญญา และแห่กันไปขอรับของจริง (Physical Delivery) พร้อมกัน ตลาดจะช็อก เพราะ:

  • ของจริงมีไม่พอส่งมอบ

  • ราคา "กระดาษ" กับ "ของจริง" แยกกัน

  • ของจริงอาจมีราคาพรีเมียมสูงมาก หรือหาซื้อไม่ได้เลย


Self-Custody - ทางรอดของนักลงทุนจริงจัง

Not Your Keys, Not Your Coins

สำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในความหายากของสินทรัพย์อย่างแท้จริง การเก็บรักษาด้วยตัวเอง (Self-Custody) คือวิธีเดียวที่ยืนยันได้ว่า Supply ถูกดึงออกจากระบบจริงๆ


ไม่ว่าจะเป็น:

  • การเก็บทองคำแท่งไว้ในเซฟส่วนตัว

  • การเก็บ Bitcoin ไว้ใน Hardware Wallet


เมื่อมีคนทำแบบนี้มากพอ น้ำหนักของตลาดจริง (Spot Market) จะมีพลังมากพอที่จะงัดข้อกับตลาด Paper และทำให้ราคาสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงในระยะยาว


Expert Insight: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

ในโลกการเงินสมัยใหม่ การเข้าใจโครงสร้างตลาดคือหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืน ที่ EBC Financial Group เราเชื่อว่านักลงทุนทุกคนควรได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและเครื่องมือที่ทรงพลังในการตัดสินใจ


ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรด Bitcoin, นักลงทุนทองคำ หรือผู้ที่สนใจตลาด Futures เรามีแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเทรดได้อย่างมั่นใจ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอด 24/5

การลงทุนที่ดีเริ่มต้นจากความรู้ที่ถูกต้อง

บทสรุป: ถึงเวลาตัดสินใจแล้ว

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า:

  • ราคาที่เห็นบนหน้าจอถูกควบคุมโดย Paper Market มากกว่าของจริง

  • Futures และ Leverage เป็นดาบสองคม - ทั้งทุบและดันราคาได้

  • ไม่ใช่ Paper ทุกใบที่แย่ แต่ต้องระวัง Counterparty Risk

  • Self-Custody คือทางเลือกสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในคุณค่าระยะยาว


คำถามสำคัญ: คุณต้องการ "เก็งกำไร" หรือ "ถือครองทรัพย์สิน"?


หากคุณต้องการเข้าใจตลาดมากขึ้น เทรดอย่างมืออาชีพ และได้รับข้อมูลวิเคราะห์คุณภาพระดับสากล


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
"ข่าวคริปโต" ปี 69! ก.ล.ต. เตรียมเคาะ Crypto ETF และดัน Crypto Futures ลงสนาม TFEX
ดอลลาร์จะพัง ทองคำจะครองโลก? เปิดประวัติศาสตร์ 50 ปีที่พิสูจน์ว่า "This Time is Different" คือกับดักนักลงทุน
กลยุทธ์ Inverse Cramer คืออะไร: คู่มือสำหรับเทรดเดอร์
หุ้น IREN พุ่งขึ้นกว่า 24% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น?
S&P 500-แนสแด็กร่วงลง หุ้น Microsoft พังหนัก หวั่น AI ทำลายธุรกิจซอฟต์แวร์