รู้จัก Futures คืออะไร ปลดล็อกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกมิติ
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

รู้จัก Futures คืออะไร ปลดล็อกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกมิติ

เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-15

Futures คือ กลไกสำคัญที่มีบทบาทในการบริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนและธุรกิจต่าง ๆ ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ตั้งแต่ความสำคัญ การเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันอย่าง Option ไปจนถึงการทำความเข้าใจความเสี่ยงที่ตามในการใช้ลงทุน


ถอดรหัสสัญญา Futures เครื่องมือบริหารความเสี่ยงการลงทุน


Futures คือสัญญาทางการเงินที่บังคับให้ผู้ถือสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ณ วันครบกำหนดล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ทองคำ หรือแม้แต่ดัชนีหุ้น สัญญานี้ช่วยให้นักลงทุนล็อกต้นทุนหรือคาดการณ์กำไร/ขาดทุนได้ล่วงหน้า


ลักษณะเด่นของ Futures คือมีตลาดลิสต์และมีมาตรฐานการซื้อขาย ทำให้สามารถซื้อขายได้สะดวกและมีสภาพคล่องสูง อีกทั้ง Futures ยังสามารถใช้ในการทำ Hedging เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาสินทรัพย์ผันผวน เช่น บริษัทน้ำมันสามารถล็อกต้นทุนการขายล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องเสี่ยงราคาตลาด


สำหรับนักเก็งกำไร Futures ให้โอกาสทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงของตลาด เนื่องจากสามารถใช้ Leverage หรือการลงทุนด้วยเงินทุนเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญา แต่ต้องระวังว่าการใช้ Leverage สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างรวดเร็ว


Futures คืออะไร - EBC

ก่อนลงทุนต้องรู้ Futures แตกต่างจาก Option อย่างไร


แม้ Futures และ Option จะอยู่ในกลุ่ม Derivatives เหมือนกัน แต่การทำงานและระดับความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าใจตลาดล่วงหน้า การแยกความต่างเหล่านี้จะช่วยให้วางกลยุทธ์ได้เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยง


Futures เป็นสัญญาผูกมัดที่บังคับให้ผู้ถือสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ตามราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า การทำกำไรหรือขาดทุนเกิดขึ้นทันทีตามราคาตลาดในช่วงเวลาที่สัญญาเคลื่อนไหว นักลงทุนต้องวางเงิน Margin เพียงบางส่วนของมูลค่าสัญญา ทำให้สามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงขาดทุนอย่างรวดเร็ว


ขณะที่ Option เป็นสัญญาที่ให้สิทธิ แต่ไม่บังคับในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ ผู้ถือสัญญาสามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิได้ตามสถานการณ์ โดยต้องจ่าย Premium ล่วงหน้าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืน การลงทุนด้วย Option มีความยืดหยุ่นสูง และเหมาะสำหรับการสร้างกลยุทธ์ที่ซับซ้อน เช่น การป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตหุ้นหรือการเก็งกำไรตามความผันผวนของราคา


ข้อแตกต่างหลัก ๆ ที่นักลงทุนควรเข้าใจมีดังนี้ 


  • สัญญาผูกมัด vs สิทธิในการเลือก – Futures บังคับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ส่วน Option ให้สิทธิแต่ไม่บังคับ

  • ต้นทุนเริ่มต้น – Futures ใช้ Margin เพียงส่วนเล็กของมูลค่าสัญญา ขณะที่ Option ต้องจ่าย Premium ล่วงหน้า

  • ความเสี่ยงและผลตอบแทน – Futures มี Leverage สูง ความเสี่ยงสูง แต่กำไร/ขาดทุนชัดเจน ขณะที่ Option มีความเสี่ยงจำกัดอยู่ที่ Premium แต่ต้องคาดการณ์แม่นยำเพื่อทำกำไร


ยกตัวอย่างเช่น บริษัทน้ำมันอาจใช้ Futures เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมัน ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยอาจใช้ Option เพื่อสร้างกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้น โดยไม่ต้องผูกมัดซื้อขายสินทรัพย์จริง


 Futures แตกต่างจาก Option อย่างไร - EBC


Futures กับความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจเพื่อป้องกันขาดทุนหนัก


การลงทุนใน Futures เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่เปิดโอกาสสร้างกำไรสูง แต่ก็ซ่อนความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเข้าใจอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการขาดทุนอย่างหนัก ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงปัจจัยด้านสภาพคล่อง การใช้ Leverage และการบริหารพอร์ตที่ผิดพลาด



1. ความเสี่ยงจากตลาด (Market Risk)


ความเสี่ยงจากตลาดคือการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ที่อาจทำให้สัญญา Futures ขาดทุนอย่างรวดเร็ว ราคาสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นทองคำ น้ำมัน หรือดัชนีหุ้น อาจผันผวนสูงในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากข่าวเศรษฐกิจ การเมือง หรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ


นักลงทุนที่ถือสัญญา Futures จะต้องเผชิญกับการขาดทุนทันทีหากราคาวิ่งสวนทิศทางของสัญญา แม้จะใช้กลยุทธ์ Hedging ก็ตาม การติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์แนวโน้มราคาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันเวลา


2. ความเสี่ยงจาก Leverage (Leverage Risk)


หนึ่งในข้อดีของ Futures คือการใช้ Leverage ทำให้นักลงทุนสามารถถือสัญญาได้ด้วยเงินทุนเพียงส่วนเล็กของมูลค่าสัญญา แต่ข้อดีนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงสูง เพราะการขาดทุนสามารถเกิดขึ้นเต็มมูลค่าสัญญาได้อย่างรวดเร็ว



Leverage ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ แต่ในทางกลับกันก็ทำให้ความผันผวนเล็ก ๆ ของราคาเปลี่ยนเป็นผลขาดทุนขนาดใหญ่ นักลงทุนจึงควรกำหนดระดับ Leverage ที่เหมาะสมและเผื่อเงินทุนสำรองสำหรับการเรียก Margin


3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)


สภาพคล่องในตลาด Futures อาจไม่เท่ากันในทุกช่วงเวลา บางสัญญาอาจมีผู้ซื้อขายจำนวนจำกัด ทำให้ไม่สามารถปิดสัญญาได้ตามราคาที่ต้องการในทันที โดยความเสี่ยงด้านสภาพคล่องส่งผลให้ราคาขายหรือซื้อจริงอาจแตกต่างจากราคาตลาด (Slippage) นักลงทุนต้องตรวจสอบความหนาแน่นของตลาดและเลือกสัญญาที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อลดความเสี่ยงด้านนี้


4. ความเสี่ยงจากการบริหารพอร์ตและ Margin (Operational & Margin Risk)


Futures ต้องมีการติดตามและปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่อง การไม่บริหาร Margin หรือไม่ตั้ง Stop Loss อาจทำให้เกิดการขาดทุนเกินความคาดหมาย ในบางกรณี การเรียก Margin เพิ่ม (Margin Call) อาจเกิดขึ้นทันทีหากตลาดผันผวน นักลงทุนต้องเตรียมเงินทุนสำรองและมีกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง เพื่อไม่ให้ถูกบังคับปิดสัญญาโดยไม่พร้อม


5. ความเสี่ยงด้านปัจจัยภายนอก (External Risk)


นอกจากความเสี่ยงจากตลาดและ Leverage แล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น ข่าวเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายธนาคารกลาง หรือเหตุการณ์ทางการเมือง สามารถส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ได้ทันที ซึ่งความเสี่ยงประเภทนี้ค่อนข้างควบคุมได้ยาก นักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสัญญา Futures ของตน เพื่อปรับกลยุทธ์และลดความเสี่ยงอย่างมีระบบ


Futures - EBC


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


Q: Futures คืออะไร และแตกต่างจากหุ้นตรงไหน?

A: Futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินทรัพย์ต่าง ๆ แตกต่างจากหุ้นตรงที่เป็นสัญญาผูกมัดและสามารถใช้ Leverage ได้สูง


Q: Futures ต่างจาก Option อย่างไร?

A: Futures เป็นสัญญาผูกมัดให้ซื้อขายตามราคาที่กำหนด ส่วน Option ให้สิทธิซื้อหรือขายโดยไม่บังคับ


Q: การลงทุนใน Futures มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

A: มี Market Risk, Leverage Risk, และ Liquidity Risk ซึ่งนักลงทุนควรเข้าใจและวางแผน Risk Management


สรุป


Futures คือสัญญาทางการเงินที่กำหนดให้ผู้ถือสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่ตกลงล่วงหน้า ณ วันครบกำหนด การทำงานของ Futures มีความชัดเจนและมาตรฐานสูง ทำให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยังสามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มศักยภาพในการถือสัญญา แม้ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงขึ้นด้วยเช่นกัน


ความแตกต่างระหว่าง Futures กับ Option อยู่ที่ความผูกมัดและสิทธิการซื้อขาย Futures เป็นสัญญาผูกมัดให้ดำเนินการตามราคาที่กำหนด ขณะที่ Option ให้สิทธิแต่ไม่บังคับ การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เกิดจากการถือสัญญาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ Futures ยังใช้ได้กับสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีหุ้น สกุลเงิน และตราสารหนี้


การลงทุนใน Futures มีความเสี่ยงหลายด้านที่ควรรับรู้ ได้แก่ ความเสี่ยงจากตลาด การใช้ Leverage สภาพคล่อง และปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบราคาสินทรัพย์ การวิเคราะห์แนวโน้มราคาผ่าน Technical, Fundamental และ Quantitative Analysis ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของตลาดและการเคลื่อนไหวของสัญญา Futures ได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสรุปและทำความเข้าใจเครื่องมือนี้


ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนา (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
รู้จัก Futures คืออะไร ปลดล็อกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบทุกมิติ
Pattern Day Trader กฎที่ควรรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐ
ดัชนี Altcoin Season ปี 2025 เราอยู่ในช่วงนั้นหรือไม่?
การกล่าวของประธาน Fed Bowman วันนี้: มีสัญญาณเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและกฎระเบียบธนาคารหรือไม่?
ความแตกต่างและความเชื่อมโยงของการเก็งกำไรและการลงทุน