จัดพอร์ตการลงทุนยังไงให้เงินทำงาน
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

จัดพอร์ตการลงทุนยังไงให้เงินทำงาน

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-19

สำหรับวัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) การเริ่มต้น จัดพอร์ตการลงทุน ตั้งแต่วันที่มีรายได้ก้อนแรกคือทางลัดสู่ความสำเร็จทางการเงินที่เร็วที่สุด เพราะ "เวลา" คือสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดในการให้พลังของดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้อย่างเต็มที่ แม้ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การมีพอร์ตที่วางแผนมาอย่างดีจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว


สัดส่วนการลงทุน ที่แนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่: กล้าเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่า

จัดพอร์ตการลงทุน



ในวัยที่ยังมีระยะเวลาลงทุนอีกนาน เราสามารถรับความเสี่ยงได้สูงเพื่อมุ่งเน้นการเติบโตของเงินทุน (Aggressive Growth) โดยสัดส่วนที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำมักจะเป็น:

  • หุ้น (Stocks/Equity): 70% เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูง

  • ตราสารหนี้ (Bonds): 20% เพื่อลดความผันผวน

  • เงินฝากหรือสินทรัพย์สภาพคล่อง: 10% สำหรับสำรองเผื่อฉุกเฉิน


เมื่อคุณยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางการลงทุน มีสิ่งหนึ่งที่คุณมีมากกว่าใครๆ นั่นคือ เวลา  สินทรัพย์อันล้ำค่าที่ช่วยให้คุณเปลี่ยนความผันผวนในระยะสั้นให้กลายเป็นการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการกล้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องบ้าบิ่น แต่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับวัยของคุณ


หุ้น 70% คือเครื่องยนต์แห่งการสร้างความมั่งคั่ง

หุ้นคือหัวใจสำคัญของพอร์ตลงทุนที่มุ่งเน้นการเติบโต เมื่อคุณลงทุนในหุ้น คุณกำลังเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธุรกิจที่มีศักยภาพสูง มากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่การฝากเงินรอผลตอบแทน


ทำไมต้อง 70%? เพราะในระยะยาว ตลาดหุ้นได้พิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ อย่างชัดเจน แม้จะมีความผันผวนในบางช่วง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10-20-30 ปี กราฟแนวโน้มมักชี้ขึ้นเสมอ และนี่คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ควรใช้ให้เป็นประโยชน์


คุณไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นตัวเดียว  กองทุนรวมหุ้น (Equity Funds) หรือ ETF ที่กระจายการลงทุนไปยังบริษัทชั้นนำหลายแห่งจะช่วยลดความเสี่ยงในขณะที่ยังคงเป้าหมายการเติบโตไว้


Highlight: หุ้นสหรัฐน่าสนใจ อยู่ไทยก็ลงทุนได้


ตราสารหนี้ 20% เสาหลักแห่งความมั่นคง

ไม่ใช่ทุกวันที่ตลาดจะเป็นใจเรา และนี่คือจุดที่ตราสารหนี้เข้ามามีบทบาท


การจัดสรร 20% ให้กับพันธบัตรหรือตราสารหนี้คุณภาพดีไม่ใช่เพื่อให้ผลตอบแทนสูง แต่เพื่อลดความโหดร้ายของความผันผวน เมื่อตลาดหุ้นร่วงลง ส่วนนี้จะช่วยพยุงพอร์ตของคุณให้อยู่รอด และที่สำคัญกว่านั้น คือทำให้คุณไม่ตื่นตระหนกขายหุ้นออกในจังหวะที่ผิด


ตราสารหนี้เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ ที่คอยสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและช่วยให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน


เงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง 10% 

10% สุดท้ายนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการเติบโต แต่มีไว้เพื่อความอยู่รอดและโอกาส

  • สำรองฉุกเฉิน: ชีวิตเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากจู่ๆวันนึงคุณเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือสูญเสียงาน เงินส่วนนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องขายสินทรัพย์ลงทุนในจังหวะขาดทุน

  • จับจังหวะลงทุน: เมื่อตลาดร่วงหนัก มีเงินสดพร้อมใช้จะช่วยให้คุณซื้อสินทรัพย์คุณภาพดีในราคาถูก 


ทำไมสัดส่วนนี้จึงเหมาะกับคนรุ่นใหม่

เวลาคือพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู

หากคุณมีอายุ 25-35 ปี คุณมีเวลาอีก 30-40 ปีก่อนเกษียณ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถทนต่อความผันผวนในระยะสั้นได้ เพราะในระยะยาว ประวัติศาสตร์บอกเราว่าตลาดมักฟื้นตัวและเติบโตเสมอ


ความเสี่ยงสูง = ผลตอบแทนสูง (เมื่อมีเวลา)

การจัดสรรแบบนี้มุ่งเน้น Aggressive Growth  คุณไม่ได้แค่รักษามูลค่าเงิน แต่คุณกำลังสร้างความมั่งคั่ง การยอมรับความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสมคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อผลตอบแทนที่น่าประทับใจ


มีความยืดหยุ่นและสมดุล

แม้จะเน้นหุ้น แต่พอร์ตนี้ก็ไม่ได้เสี่ยงจนเกินไป การมีตราสารหนี้ 20% และเงินสด 10% ช่วยให้คุณมี ความสมดุล เพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนโดยไม่สูญเสียโอกาสในการเติบโต



คำแนะนำจากใจจริง

การลงทุนไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเรื่องของวินัย ความอดทน และความเข้าใจตัวเอง สัดส่วน 70/20/10 นี้เป็นแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ แต่สุดท้ายแล้วพอร์ตที่ดีที่สุดคือพอร์ตที่คุณยึดมั่นได้ในยามที่ตลาดพลิกผัน


หากตื่นนอนมาแล้วเครียดทุกครั้งที่ตลาดร่วง 5% อาจปรับลดสัดส่วนหุ้นลงเล็กน้อย แต่อย่าลืมว่า ถ้าคุณอยากเห็นพอร์ตเติบโตจริงๆ คุณต้องกล้าเผชิญหน้ากับความผันผวน


เริ่มต้นวันนี้ ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และให้เวลาทำหน้าที่ของมัน สิ่งที่ดูเหมือนเสี่ยงวันนี้ อาจกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงของความมั่งคั่งในอนาคตของคุณ


กลยุทธ์ การจัดพอร์ตการลงทุน ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน

การรู้ว่าต้องลงทุนอะไรนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การรักษา พอร์ตการลงทุน ให้เติบโตต้องอาศัยวินัยและกลยุทธ์:

  • DCA (Dollar-Cost Averaging): ลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือนเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุน

  • Rebalancing: ปรับสมดุลพอร์ตทุก 6-12 เดือนเพื่อให้สัดส่วนสินทรัพย์กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม

  • ศึกษาหาความรู้ต่อเนื่อง: ตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การมีข้อมูลที่แม่นยำจึงสำคัญมาก รวมถึงติดตามข่าวสารอัพเดตประจำวันอย่างใกล้ชิด ที่ EBC Financial Group


ที่ EBC Financial Group เราเข้าใจดีว่าก้าวแรกของนักลงทุนมือใหม่นั้นสำคัญที่สุด เราจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่โบรกเกอร์ แต่เราคือพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยให้การ จัดพอร์ตการลงทุน ของคุณเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ

ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์: ไม่ว่าคุณจะสนใจหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือดัชนีระดับโลก เรามีให้เลือกครบในที่เดียว

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบส่งคำสั่งที่รวดเร็วและเสถียร มั่นใจได้ในทุกจังหวะการเทรด

  • บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: รับข้อมูลอินไซต์ระดับพรีเมียมเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างแม่นยำ

  • ความปลอดภัยมาตรฐานสากล: เรายึดถือความโปร่งใสและปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง


Expert Insight: "การลงทุนที่ดีไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่คือการวิ่งมาราธอน การเลือกโบรกเกอร์ที่มีความมั่นคงและเครื่องมือครบครัน จะช่วยให้คุณไปถึงเส้นชัยทางการเงินได้ไวขึ้น


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรีย หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
กลยุทธ์การวางแผนการลงทุนในแต่ละช่วงชีวิต
หุ้นปันผล เส้นทางสู่ความมั่งคั่งที่เติบโตได้จริง
Drawdown คืออะไร?
มือใหม่ ลงทุนอะไรดี? คู่มือเริ่มเทรดฉบับปี 2568 สร้างพอร์ตปังงบน้อยก็เริ่มได้กับ EBC
ทำไม VYM ETF จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักลงทุนเน้นปันผล?