เจาะลึกทิศทาง เงินบาท ปี 2025-2026: จากแชมป์แข็งค่า สู่แนวโน้มพลิกผัน
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

เจาะลึกทิศทาง เงินบาท ปี 2025-2026: จากแชมป์แข็งค่า สู่แนวโน้มพลิกผัน

ผู้เขียน: Blair Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-06

เคยสงสัยไหมว่าทำไมช่วงที่ผ่านมาแลกเงินไปเที่ยวแล้วรู้สึกคุ้มค่า หรือทำไมราคาทองคำถึงผันผวนจนน่าตกใจ? คำตอบอยู่ที่การเคลื่อนไหวของ เงินบาท ในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ "กอดคอแข็งค่า" ไปพร้อมกับริงกิตมาเลเซีย จนกลายเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย


แต่ในโลกการเงิน "สิ่งที่ขึ้นไปแล้ว ย่อมมีโอกาสลงมา" ปี 2026 นี้ทิศทางจะเป็นอย่างไร? เราสรุปสถานการณ์แบบเข้าใจง่าย พร้อมชี้ช่องทางทำกำไรให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญค่ะ


Businessman City Skyline Stock Charts.jpeg

สรุปปี 2025: ปีแห่งการ "แข็งค่า" ของสกุลเงินเอเชีย

ภาพรวมตลาดเงินปี 2025 ถือเป็นปีทองของสกุลเงินฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะ ริงกิตมาเลเซีย และ เงินบาทไทย ที่ครองแชมป์แข็งค่าขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

  • ริงกิตมาเลเซีย (MYR): แข็งค่าขึ้น 9.17% ปิดที่ 4.058 ต่อดอลลาร์

  • บาทไทย (THB): แข็งค่ากว่า 8% ปิดปีที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี!)

ในขณะที่สกุลเงินเพื่อนบ้านอย่าง รูปีอินเดีย, เวียดนามดอง และรูเปียห์อินโดนีเซีย กลับอ่อนค่าลงสวนทางกัน


เจาะสาเหตุ: ทำไม "เงินบาท" ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?

KResearch (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ได้วิเคราะห์ปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่าในช่วงปลายปี 2025 ไว้ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้:

  • ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนแรงลง: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงกว่า 9.37% เนื่องจาก Fed เริ่มลดดอกเบี้ยและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ

  • ราคาทองคำพุ่ง All-Time High: ทองคำกับค่าเงินบาทมักแปรผกผันกัน (Correlation -0.82) เมื่อทองโลกพุ่งทะลุ 4,550 ดอลลาร์/ออนซ์ เงินบาทจึงแข็งค่าตามแรงขายดอลลาร์เพื่อซื้อทอง

  • ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก: ไทยเกินดุลกว่า 14.6 พันล้านดอลลาร์ฯ จากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ จะเริ่มใช้


ภาพรวม 2026: เตรียมรับมือ "ลมเปลี่ยนทิศ" บาทอาจกลับมาอ่อนค่า

แม้ปีที่แล้วจะแข็งค่าจนน่าตกใจ แต่ปี 2026 นี้ SCB EIC ประเมินว่าสถานการณ์อาจพลิกผัน! โดยคาดการณ์ว่า เงินบาท มีแนวโน้มจะกลับมา "อ่อนค่า" เล็กน้อย ไปอยู่ที่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ:

  • เงินทุนไหลเข้าสหรัฐฯ (AI Boom): นักลงทุนทั่วโลกหันไปสนใจลงทุนในเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ทำให้ดอลลาร์กลับมาน่าสนใจ

  • เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง: ความไม่แน่นอนทางการเมืองและโครงสร้างเศรษฐกิจอาจกดดันค่าเงิน

  • ราคาทองคำเริ่มนิ่ง: แรงส่งจากราคาทองคำอาจลดน้อยลงกว่าปีก่อน


มาตรการรัฐ: "เบรก" ความร้อนแรงของค่าเงิน

ความผันผวนที่มากเกินไปส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ทำให้ภาครัฐ (ธปท., ก.ล.ต., ปปง.) ต้องออกโรง "คุมเข้ม" ผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อลดแรงกดดันต่อ ดัชนีเงินบาท เช่น:

  • ตรวจสอบธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน

  • เล็งเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการเทรดทองบนแพลตฟอร์ม

  • จำกัดเพดานการซื้อขายเพื่อลดความผันผวน


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
เงินบาทพุ่งแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี! เจาะลึกทิศทาง USD/THB และโอกาสทำกำไรส่งท้ายปี 2025
ราคาทองวันนี้ ทุบสถิติ! เปิดสาเหตุทำไม ‘ทองขึ้น’ ดัน ‘บาทแข็ง’ แซงหน้าทุกชาติในเอเชีย
 ค่าเงินบาทวันนี้เปิดอ่อนค่า! เจาะลึกแนวโน้มปี 2026 และโอกาสทำกำไรกับ EBC Financial Group
เจาะลึก DXY คืออะไร? ทำไมดอลลาร์แข็ง-อ่อน ถึงสะเทือนพอร์ตลงทุนของคุณ
XAUUSD คืออะไร? เจาะลึกการ "เทรด ทอง" ยุคใหม่